ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกบ้านนี้พูดช้าไปไหม? ความกังวลใจอันดับหนึ่งของคนเป็นพ่อแม่

เวลาเจอหน้าคุณพ่อคุณแม่ที่พาเจ้าตัวเล็กมาฉีดวัคซีนหรือตรวจสุขภาพประจำปี คำถามหนึ่งที่หมอบ่อยมากๆ คือ ลูกขวบกว่าแล้วยังพูดเป็นคำที่มีความหมายไม่ได้เลย หรือบางคนสามขวบแล้วยังพูดเป็นประโยคยาวๆ ไม่ค่อยชัด ลูกจะเป็นอะไรไหม หรือแค่เป็นเด็กพูดช้ากว่าปกติธรรมดา

ในฐานะหมอเด็ก หมอเข้าใจความรู้สึกกังวลใจนี้ดีครับ เพราะการสื่อสารคือประตูบานแรกที่เด็กจะใช้เรียนรู้โลกกว้าง ภาวะพัฒนาการทางภาษาล่าช้า จึงเป็นเรื่องที่เรามองข้ามไม่ได้เลย และการสังเกตให้เจอเร็ว ย่อมช่วยให้เราช่วยเหลือเด็กๆ ได้ทันท่วงทีก่อนที่น้องจะเข้าสู่วัยเรียน

เด็กพูดช้ากับภาวะพัฒนาการทางภาษาล่าช้า ต่างกันอย่างไร?

หลายคนมักสับสนระหว่างเด็กที่แค่พูดช้าตามธรรมชาติ กับเด็กที่มีภาวะนี้จริงๆ จริงๆ แล้วมันมีเส้นบางๆ คั่นอยู่ครับ

เด็กพูดช้าบางคน อาจจะเริ่มพูดคำแรกช้ากว่าเกณฑ์นิดหน่อย แต่ความเข้าใจภาษา การใช้ท่าทาง การสบตา และการตอบสนองต่อคนรอบข้างยังปกติทุกอย่าง เด็กกลุ่มนี้มักจะค่อยๆ ตามเพื่อนทันเมื่อถึงเวลา

แต่สำหรับเด็กที่มี ภาวะพัฒนาการทางภาษาล่าช้า นั้น ปัญหาไม่ได้อยู่แค่ที่ปากเปล่งเสียงไม่ออก แต่อาจรวมถึงการที่สมองส่วนประมวลผลภาษามีความบกพร่องในการรับฟัง เข้าใจคำสั่ง หรือไม่สามารถเรียบเรียงความคิดออกมาเป็นคำพูดได้ตามวัยที่ควรจะเป็น

เกณฑ์ง่ายๆ ตามช่วงวัย ลูกควรพูดได้แค่ไหนแล้ว?

เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สังเกตลูกน้อยได้ง่ายขึ้น หมอสรุปพัฒนาการทางภาษาคร่าวๆ ตามช่วงวัยมาให้ลองเช็กกันดูครับ

  • ช่วงอายุ 6 เดือน: เริ่มหันตามเสียงเรียก ส่งเสียงอืออาโต้ตอบเวลาพ่อแม่คุยด้วย
  • ช่วงอายุ 1 ปี: เริ่มพูดคำที่มีความหมายได้ 1-2 คำ เช่น หม่ำ แม่ ไป เข้าใจคำสั่งง่ายๆ เช่น บายๆ หรือส่งของให้ตามสั่ง
  • ช่วงอายุ 1 ปีครึ่ง: มีคลังคำศัพท์ประมาณ 10-20 คำ เริ่มชี้อวัยวะหรือสิ่งของที่คุ้นเคยได้เวลาถาม
  • ช่วงอายุ 2 ปี: พูดคำที่มีความหมายได้มากกว่า 50 คำขึ้นไป และเริ่มเอาคำสองคำมาต่อกันเป็นประโยคสั้นๆ เช่น ไปเที่ยว กินน้ำ
  • ช่วงอายุ 3 ปี: พูดเป็นประโยคยาว 3-4 คำได้ เล่าเรื่องราวสั้นๆ ให้คนอื่นเข้าใจได้ดี คนแปลกหน้าฟังรู้เรื่องประมาณ 75 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป

สัญญาณเตือนแบบไหน ที่แปลว่าลูกเริ่มมีปัญหาภาษาล่าช้า?

ถ้าลูกรักมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย คุณพ่อคุณแม่อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจ แนะนำให้พามาปรึกษาคุณหมอพัฒนาการเด็กเพื่อประเมินความพร้อมได้เลยครับ

  • อายุ 1 ปีแล้ว ยังไม่ค่อยสบตา ไม่หันตามเสียงเรียก และไม่มีการส่งเสียงอ้อแอ้โต้ตอบ
  • อายุ 1 ปีครึ่งแล้ว ยังไม่เคยพูดคำที่มีความหมายเลยแม้แต่คำเดียว
  • อายุ 2 ปีแล้ว ยังพูดได้แค่คำเดี่ยวๆ ไม่ยอมเอาคำมาต่อกันเป็นสองคำ และไม่เข้าใจคำสั่งง่ายๆ
  • อายุ 3 ปีแล้ว ยังพูดไม่เป็นประโยค พูดวนไปวนมา หรือพูดแต่คำเดิมซ้ำๆ ที่ฟังไม่รู้เรื่อง
  • พูดได้นะ แต่เป็นการทวนคำพูดของคนอื่นโดยไม่เข้าใจความหมาย (Echolalia)

อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เด็กๆ พัฒนาการทางภาษาช้ากว่าเพื่อน?

เวลาที่ตรวจพบว่าเด็กมีภาวะนี้ หมอและทีมสหวิชาชีพจะต้องมาช่วยกันมองหาต้นตอครับ ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ก็มักจะมาจากหลายปัจจัยรวมกัน

อย่างแรกเลยคือ ปัญหาการได้ยิน เด็กบางคนหูตึงหรือมีน้ำในหูชั้นกลาง ทำให้ได้ยินเสียงไม่ชัดเจน ส่งผลให้เลียนแบบเสียงและพูดตามไม่ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องเช็กเป็นอันดับแรก

อย่างที่สองคือ การเลี้ยงดูและสิ่งแวดล้อม ในยุคนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหน้าจอสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือทีวี มีอิทธิพลมาก การปล่อยให้เด็กดูจอเพลินๆ โดยไม่มีการปฏิสัมพันธ์สองทาง (Two-way communication) เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เด็กสื่อสารช้าลง เพราะหน้าจอไม่เคยสอนให้เด็กหัดพูดโต้ตอบจริงๆ

และสุดท้ายคือ ภาวะความผิดปกติของพัฒนาการด้านอื่นๆ เช่น โรคออทิสติกสเปกตรัม ความบกพร่องทางสมอง หรือปัญหาการประมวลผลการรับความรู้สึก ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลเฉพาะทางจากแพทย์

วิธีช่วยกระตุ้นภาษาง่ายๆ ที่บ้าน ฉบับคุณหมอแนะนำ

ข่าวดีคือ สมองของเด็กเล็กมีความยืดหยุ่นสูงมากครับ หากเราเริ่มกระตุ้นถูกวิธีตั้งแต่เนิ่นๆ น้องจะมีการพัฒนาที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ลองเอาเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้ที่บ้านดูครับ

  • ปิดจดจำหน้าจอ: งดหน้าจอทุกชนิดสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี และจำกัดเวลาให้น้อยที่สุดสำหรับเด็กโต เพื่อเปิดโอกาสให้เขาได้สื่อสารกับคนจริง
  • พูดคุยกับลูกให้มากๆ: เล่าให้ฟังว่าตอนนี้เรากำลังทำอะไรอยู่ แม้ลูกจะยังพูดไม่ได้ แต่เขาเก็บข้อมูลเสียงและคำศัพท์ไว้ในสมองตลอดเวลา
  • อ่านนิทานด้วยกันทุกวัน: การชี้ชวนดูรูปภาพและตั้งคำถามระหว่างอ่านนิทาน เป็นวิธีขยายคลังคำศัพท์ที่ดีที่สุด
  • ให้เวลารอคอย: เวลาถามคำถามลูก ให้เวลาเขาสักครู่ในการประมวลผล อย่าเพิ่งรีบพูดแทน เพื่อฝึกให้เขากล้าคิดและเปล่งเสียงออกมา
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down