ช่วงนี้ใครกำลังเจอปัญหาพูดแล้วเสียงแหบ เสียงหลง หรือจู่ๆ เสียงก็เปลี่ยนไปจนเหมือนคนละคน ยิ่งถ้าต้องใช้เสียงทำงานด้วยแล้วคงกังวลใจไม่น้อย อาการเสียงแตกหรือเสียงแหบแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก และมักเกิดขึ้นได้กับหลายๆ คน ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่นที่ฮอร์โมนกำลังเปลี่ยน หรือแม้แต่ผู้ใหญ่ที่ใช้เสียงหนักเกินไปจนเส้นเสียงอักเสบ วันนี้หมอจะมาเล่าให้ฟังว่าช่วงที่เสียงกำลังแตกแบบนี้ เราควรดูแลตัวเองอย่างไรดีเพื่อให้เส้นเสียงกลับมาปกติโดยเร็วที่สุด
ทำไมอยู่ๆ เสียงถึงแตกและแหบพร่าได้
ก่อนจะไปดูวิธีดูแล เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าเกิดอะไรขึ้นกับคอของเรา เส้นเสียงของคนเราจริงๆ แล้วมีความบอบบางมากครับ มันคือเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อสองมัดที่ขยับเข้าหากันเวลาเราเปล่งเสียง วิธีการดูแลเส้นเสียงในช่วงเสียงแตก จึงเริ่มต้นจากการรู้สาเหตุ เวลาที่เราใช้เสียงตะโกนดังๆ พูดติดต่อกันนานหลายชั่วโมง หรือตอนที่ร่างกายกำลังเป็นหวัด เส้นเสียงจะเกิดอาการบวมแดงและระคายเคือง เมื่อผิวของเส้นเสียงไม่เรียบเนียนเหมือนเดิม เวลาลมผ่านจึงทำให้เกิดเสียงแหบ เสียงแตก หรือบางทีก็ไม่มีเสียงออกมาเลย
ช่วงวันแรกๆ ที่เสียงเริ่มมีปัญหา ควรพักการใช้เสียงเด็ดขาด
กฎเหล็กข้อแรกและสำคัญที่สุดคือการพักผ่อนเส้นเสียงครับ ช่วงที่เสียงกำลังแตกหรือแหบมากๆ แสดงว่าเส้นเสียงกำลังอักเสบและต้องการการซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน พยายามงดการพูดคุยเท่าที่จำเป็น เลี่ยงการกระซิบเพราะการกระซิบยิ่งทำให้เส้นเสียงต้องเกร็งตัวมากกว่าการพูดปกติเสียอีก หากเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ให้ใช้การพูดด้วยระดับเสียงปกติเบาๆ และพูดให้น้อยที่สุด เพื่อเปิดโอกาสให้เส้นเสียงได้ฟื้นฟูตัวเองเต็มที่
ดื่มน้ำอุ่นบ่อยๆ ช่วยให้เส้นเสียงชุ่มชื้นขึ้นจริงไหม
ความชุ่มชื้นคือหัวใจสำคัญของเส้นเสียงที่ดีครับ ลองจิบน้ำเปล่าอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นตลอดทั้งวัน การดื่มน้ำจะช่วยเคลือบเยื่อบุลำคอไม่ให้แห้งผาก ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เส้นเสียงเสียดสีกันจนบาดเจ็บ หลีกเลี่ยงน้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็งในช่วงนี้ เพราะอาจทำให้กล้ามเนื้อรอบคอหดเกร็งได้ และที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์อย่างเด็ดขาด เพราะจะดึงน้ำออกจากร่างกายและทำให้คอยิ่งแห้งหนักกว่าเดิม
อาหารแบบไหนควรกิน อาหารแบบไหนควรเลี่ยงช่วงเสียงพัง
ช่วงที่เส้นเสียงกำลังมีปัญหา อาหารการกินก็มีผลโดยตรงเช่นกันครับ แนะนำให้เน้นอาหารอ่อนๆ ย่อยง่าย เช่น โจ๊กอุ่นๆ หรือซุปร้อนๆ ที่ไม่จัดจ้านจนเกินไป สิ่งที่ต้องงดเด็ดขาดคืออาหารรสจัด เผ็ดจัด หรือของทอดของมัน เพราะสิ่งเหล่านี้มักกระตุ้นให้เกิดกรดไหลย้อนขณะนอนหลับ ซึ่งกรดในกระเพาะนี่แหละครับคือตัวร้ายที่ไหลย้อนขึ้นมาเผาผลาญและทำลายเส้นเสียงของเราซ้ำซ้อน ทำให้เสียงหายช้าลงไปอีก
สูดไอน้ำร้อนช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอและเสียงแหบได้ดี
อีกหนึ่งวิธีง่ายๆ ที่ทำเองได้ที่บ้านคือการสูดไอน้ำครับ ลองเทน้ำร้อนใส่ชามก้มหน้าลงไปสูดไอน้ำอุ่นๆ เข้าทางจมูกและปาก หรือจะใช้เครื่องพ่นละอองไอน้ำก็ได้ ไอน้ำความชื้นสูงนี้จะช่วยเข้าไปบรรเทาความแห้งกร้านในลำคอ ลดอาการบวมของเส้นเสียงได้โดยตรง ทำให้รู้สึกโล่งคอขึ้นทันที และช่วยให้เสียงที่แหบพร่าค่อยๆ ดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
สัญญาณเตือนแบบไหนที่ควรไปหาหมอตรวจเส้นเสียงทันที
โดยทั่วไปแล้ว อาการเสียงแตกหรือเสียงแหบจากการใช้งานหนักหรือเป็นหวัดจะค่อยๆ ดีขึ้นเองภายในหนึ่งสัปดาห์ หากเราพักผ่อนและดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี แต่ถ้าทำตามทุกข้อแล้วผ่านมาเกินสองสัปดาห์อาการยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการเจ็บคอมาก กลืนน้ำลายแล้วเจ็บ มีเลือดปนออกมากับเสมหะ หรือเสียงหายไปเลยแบบกะทันหัน แบบนี้ไม่ควรปล่อยไว้นะครับ แนะนำให้มาพบแพทย์เพื่อส่องกล้องตรวจดูความผิดปกติที่เส้นเสียงอย่างละเอียด เพราะอาจมีภาวะอื่นๆ เช่น ก้อนที่เส้นเสียง หรือเส้นเสียงเป็นอัมพาตซ่อนอยู่ได้ครับ