ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คุณแม่ป้ายแดงหลายคนมักเดินเข้ามาในห้องตรวจด้วยน้ำตา ไม่ใช่เพราะไม่อยากมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกน้อย แต่เป็นเพราะความเจ็บปวดทุกครั้งที่ลูกเริ่มดูดนม อาการหัวนมแตก เจ็บจนสะดุ้ง หรือบางครั้งมีเลือดซึมออกมา กลายเป็นฝันร้ายที่บั่นทอนกำลังใจในการเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่เป็นอย่างมาก

ในความเป็นจริงแล้ว การให้นมแม่ไม่ควรเป็นเรื่องที่ต้องทนทรมาน ความรู้สึกเจ็บปวดรุนแรงขณะให้นมมักเป็นสัญญาณเตือนว่า มีบางอย่างผิดขั้นตอน โดยสาเหตุส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากผิวบริเวณหัวนมบอบบางเกินไป แต่เกิดจากท่าทางการอุ้มและการอมหัวนมที่ไม่ลึกพอ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับเทคนิคการอุ้มทารกเข้าเต้าและกายวิภาคการดูดนมที่ถูกต้อง จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เส้นทางการให้นมแม่ราบรื่นและเปี่ยมสุขอีกครั้ง

ทำไมการอมหัวนมไม่ลึก จึงทำให้หัวนมแตก

เมื่อทารกอมหัวนมตื้นเกินไป หรืออมเฉพาะส่วนปลายหัวนม เหงือกแข็งๆ ของลูกจะกดและบดลงบนหัวนมโดยตรงเพื่อรีดน้ำนม นอกจากจะทำให้ลูกได้น้ำนมน้อยแล้ว แรงเสียดสีนี้ยังทำให้ผิวหนังอักเสบ ฉีกขาด และกลายเป็นแผลหัวนมแตกในที่สุด

ตรงกันข้าม หากลูกอมได้ลึกพอ หัวนมของคุณแม่จะเข้าไปอยู่ลึกถึงบริเวณรอยต่อระหว่างเพดานแข็งและเพดานอ่อนในปากของลูก ซึ่งเป็นจุดที่ปลอดภัยจากแรงกดของเหงือก ลิ้นของทารกจะทำหน้าที่รีดน้ำนมจากลานนมอย่างเป็นจังหวะ ทำให้คุณแม่ไม่รู้สึกเจ็บและลูกได้รับน้ำนมอย่างเต็มที่

ขั้นตอนการนำลูกเข้าเต้าอย่างถูกวิธี: อมกว้าง อมลึก ไม่เจ็บ

การจัดท่าทางให้ลูกพร้อมที่จะอมหัวนมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง คุณแม่สามารถทำตามขั้นตอนง่ายๆ เหล่านี้เพื่อการเข้าเต้าที่สมบูรณ์แบบ

  • กระตุ้นให้ลูกอ้าปากกว้าง: ให้ใช้หัวนมเขี่ยเบาๆ ที่ริมฝีปากบนของลูกเพื่อกระตุ้นสัญชาตญาณการค้นหา รอจนกระทั่งลูกอ้าปากกว้างเต็มที่คล้ายกับตอนกำลังหาว
  • ทิศทางการเคลื่อนเข้าหาเต้า: เคลื่อนศีรษะของลูกเข้าหาเต้าอย่างรวดเร็วแต่นุ่มนวล โดยให้คางของลูกสัมผัสกับเต้านมส่วนล่างก่อนเสมอ ไม่ใช่การขยับเต้านมไปยัดใส่ปากลูก
  • สังเกตการอมลึก: เมื่อลูกอมเต้าแล้ว ปากของลูกต้องแผ่ออกกว้างคล้ายปากปลา คางของลูกแนบชิดกับเต้านม จมูกอยู่ชิดเต้าแต่ไม่ถูกกดจนหายใจไม่ออก และที่สำคัญคือต้องเห็นลานนมส่วนบนมากกว่าลานนมส่วนล่าง

4 ท่าอุ้มมาตรฐานที่ช่วยให้เข้าเต้าง่ายขึ้น

การเลือกท่าอุ้มที่เหมาะสมจะช่วยพยุงตัวลูกให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ลดอาการเกร็งของไหล่และหลังของคุณแม่ ซึ่งส่งผลต่อการควบคุมการเข้าเต้าที่ดีขึ้น

1. ท่าอุ้มขวางตักประยุกต์ (Cross-Cradle Hold)

เป็นท่าที่เหมาะที่สุดสำหรับคุณแม่มือใหม่และทารกแรกเกิด เพราะคุณแม่สามารถใช้มือข้างที่ตรงข้ามกับเต้าที่ให้นม เข้ามาช่วยประคองศีรษะและท้ายทอยของลูกได้อย่างถนัดมือ ทำให้สามารถควบคุมทิศทางและจังหวะการเข้าเต้าได้อย่างแม่นยำ

2. ท่าอุ้มลูกฟุตบอล (Football Hold)

ท่านี้ตัวของลูกจะอยู่ข้างลำตัวของคุณแม่ใต้รักแร้ เหมาะมากสำหรับคุณแม่ที่ผ่าตัดคลอดเพราะช่วยเลี่ยงไม่ให้ตัวลูกไปกดทับแผลผ่าตัดบริเวณหน้าท้อง และยังเหมาะสำหรับคุณแม่ที่มีเต้านมขนาดใหญ่หรือมีหัวนมสั้น

3. ท่าอุ้มขวางตักแบบดั้งเดิม (Cradle Hold)

เป็นท่าที่นิยมใช้เมื่อคุณแม่เริ่มคุ้นเคยและลูกเริ่มเข้าเต้าได้เก่งขึ้นแล้ว โดยใช้ข้อพับแขนข้างเดียวกับเต้าที่ให้นมประคองศีรษะลูก และใช้มืออีกข้างคอยช่วยพยุงเต้านม

4. ท่านอนตะคะแคง (Side-lying Position)

ท่านี้ช่วยให้คุณแม่ได้พักผ่อน โดยคุณแม่และลูกนอนตะแคงหันหน้าเข้าหากัน เหมาะสำหรับการให้นมในช่วงเวลากลางคืนหรือหลังจากการคลอดที่ยังเจ็บแผลอยู่ อย่างไรก็ตาม ต้องระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยไม่ให้เต้านมหรือผ้าห่มปิดกั้นการหายใจของลูก

วิธีแก้ไขเมื่อรู้สึกเจ็บระหว่างให้นม

หากลูกอมเต้าแล้วคุณแม่ยังรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ ตลอดเวลา ห้ามทนให้ลูกดูดต่อไป เพราะจะยิ่งทำให้หัวนมระบมและแตกได้ง่ายขึ้น

วิธีการแก้ไขที่ถูกต้องคือ ให้คุณแม่ใช้นิ้วก้อยสะอาดสอดเข้าที่มุมปากของลูกเพื่อทำลายสุญญากาศและหยุดการดูด จากนั้นค่อยๆ ดึงหัวนมออกอย่างนุ่มนวล แล้วเริ่มต้นกระตุ้นให้ลูกอ้าปากกว้างเพื่อเข้าเต้าใหม่อีกครั้ง

การดูแลรักษาเบื้องต้นเมื่อหัวนมแตก

หากเกิดแผลหรืออาการหัวนมแตกขึ้นแล้ว คุณแม่ไม่จำเป็นต้องท้อแท้ มีวิธีง่ายๆ ที่ช่วยฟื้นฟูผิวหนังได้อย่างรวดเร็ว

  • ใช้น้ำนมแม่ชโลมแผล: น้ำนมแม่มีสารฆ่าเชื้อตามธรรมชาติและมีไขมันที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น หลังให้นมเสร็จ ให้บีบน้ำนมออกมา 2-3 หยด ทาเคลือบผิวบริเวณหัวนมและลานนมทิ้งไว้ให้แห้งเอง
  • รักษาความแห้งและสะอาด: หลีกเลี่ยงการใช้สบู่หรือสารเคมีล้างบริเวณหัวนม เพราะจะทำให้ผิวแห้งมากขึ้น ใช้เพียงน้ำสะอาดทำความสะอาดก็เพียงพอ
  • การเลือกแผ่นซับน้ำนม: ควรเปลี่ยนแผ่นซับน้ำนมบ่อยๆ เพื่อป้องกันความอับชื้นซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา

การให้นมแม่เป็นประสบการณ์ที่สวยงามและสร้างสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างแม่และลูก การใช้เวลาสัปดาห์แรกๆ ในการเรียนรู้และปรับท่าทางให้ถูกต้อง จะช่วยป้องกันความเจ็บปวดที่ไม่จำเป็น และทำให้การให้นมกลายเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขอย่างแท้จริง หากปรับท่าทางแล้วยังคงมีอาการเจ็บปวดต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการให้นมบุตรเพื่อตรวจดูโครงสร้างปากของลูกอย่างละเอียดเพิ่มเติม

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down