ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

จากประสบการณ์ที่หมอได้พูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่หลายครอบครัวในห้องตรวจ ปัญหาหนึ่งที่มักสร้างความกังวลใจและสร้างความเข้าใจผิดบ่อยที่สุดคือ พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของลูก หลายครั้งที่เสียงสะท้อนจากห้องนอนที่ปิดเงียบตลอดทั้งวัน หรืออารมณ์ฉุนเฉียวอย่างไร้เหตุผลของลูกวัยรุ่น มักถูกมองว่าเป็นแค่การเรียกร้องความสนใจ การดื้อรั้นตามวัย หรือเป็นเพียงแค่เรื่องของฮอร์โมนที่แปรปรวน ทว่าลึกลงไปใต้ท่าทีที่แข็งกร้าวหรือเย็นชาเหล่านั้น อาจมีเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากอาการป่วยทางใจที่เรียกว่า โรคซึมเศร้าในเด็กและวัยรุ่น แฝงอยู่โดยที่เราไม่ทันตั้งตัว

ความเศร้าทั่วไป กับ 'โรคซึมเศร้า' แตกต่างกันอย่างไร?

ตามธรรมชาติของมนุษย์ ทุกคนสามารถมีความรู้สึกเศร้า เสียใจ หรือผิดหวังได้เมื่อต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่ไม่ได้ดั่งใจ เช่น สอบตก ทะเลาะกับเพื่อน หรือโดนดุ แต่ความเศร้าตามธรรมชาติเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวและหายไปได้เองเมื่อเวลาผ่านไป หรือเมื่อได้รับสิ่งปลอบประโลม

ในทางตรงกันข้าม โรคซึมเศร้าในเด็กและวัยรุ่น คือความผิดปกติทางอารมณ์ที่ส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกาย ความคิด และพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องยาวนานเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน โดยที่ความรู้สึกหม่นหมองนั้นไม่ได้จางหายไปง่ายๆ และเริ่มส่งผลเสียต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น เรียนหนังสือไม่ได้ ไม่อยากไปโรงเรียน หรือตัดขาดจากสังคมรอบตัว ซึ่งนี่ไม่ใช่ความอ่อนแอทางจิตใจ แต่เป็นโรคทางกายภาพที่ต้องการการรักษาอย่างถูกต้อง

สัญญาณเตือนที่คุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกต: อาการแบบไหนไม่ใช่แค่เรื่องอารมณ์วัยรุ่น

การแสดงออกของโรคซึมเศร้าในเด็กและวัยรุ่นมักมีความแตกต่างจากผู้ใหญ่ค่อนข้างมาก ผู้ใหญ่อาจจะแสดงออกด้วยความเศร้าสร้อย ร้องไห้ หรือหดหู่ชัดเจน แต่ในเด็กและวัยรุ่น อาการมักแสดงออกผ่านพฤติกรรมและอารมณ์ที่แปรปรวนในลักษณะอื่น ดังนี้

อาการทางพฤติกรรมและอารมณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

  • หงุดหงิดง่ายและก้าวร้าวผิดปกติ: นี่คือสัญญาณที่พบบ่อยที่สุดในวัยรุ่น พวกเขาอาจไม่ได้ดูเศร้า แต่จะดูเหมือนคนขี้โมโห อารมณ์เสียตลอดเวลา และพร้อมจะระเบิดอารมณ์ใส่คนรอบข้างได้ง่ายๆ
  • แยกตัวออกจากสังคม: จากที่เคยชอบออกไปเที่ยวกับเพื่อน หรือชอบทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว กลับกลายเป็นเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง ไม่พูดคุยกับใคร และละทิ้งงานอดิเรกที่เคยโปรดปราน
  • ผลการเรียนตกลงอย่างกะทันหัน: สมาธิในการเรียนลดลง ลืมง่าย ทำงานส่งไม่ทัน หรือขาดความกระตือรือร้นในการเรียนรู้

อาการทางกายที่ลูกมักบ่นบ่อยๆ โดยหาสาเหตุไม่ได้

  • มีปัญหาเรื่องการนอนและการกิน: บางคนอาจมีอาการนอนไม่หลับ กระสับกระส่ายตลอดคืน ในขณะที่บางคนอาจนอนมากเกินไปจนผิดปกติ รวมถึงพฤติกรรมการกินที่อาจเบื่ออาหารจนน้ำหนักลด หรือกินมากกว่าปกติเพื่อชดเชยความรู้สึกอ้างว้าง
  • บ่นปวดหัวหรือปวดท้องบ่อยๆ: เด็กหลายคนยังไม่สามารถอธิบายความรู้สึกอึดอัดคับข้องใจออกมาเป็นคำพูดได้ จึงมักแสดงออกผ่านอาการเจ็บป่วยทางกาย ซึ่งเมื่อไปตรวจอย่างละเอียดแล้วกลับไม่พบความผิดปกติทางกายแต่อย่างใด

สาเหตุรอบตัวที่อาจกระตุ้นให้ลูกรักก้าวเข้าสู่ภาวะซึมเศร้าโดยไม่รู้ตัว

ทางการแพทย์พบว่า โรคซึมเศร้าในเด็กและวัยรุ่น ไม่ได้เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกันปะปนไป

ปัจจัยแรกคือความสมดุลของสารเคมีในสมอง โดยเฉพาะสารสื่อประสาทที่ควบคุมอารมณ์ เช่น เซโรโทนินและโดปามีน ทำงานลดลง นอกจากนี้ยังมีเรื่องของพันธุกรรม หากในครอบครัวมีประวัติเคยเจ็บป่วยด้วยโรคทางอารมณ์ ลูกก็อาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

ปัจจัยที่สองคือสภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดู ความกดดันจากการเรียน การแข่งขันที่สูง การถูกกลั่นแกล้งรังแกในโรงเรียนหรือในโลกออนไลน์ รวมไปถึงความขัดแย้งภายในครอบครัวและการคาดหวังที่สูงเกินไปจากผู้ปกครอง สิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนความเครียดสะสมที่คอยกัดเซาะจิตใจของเด็กทีละเล็กทีละน้อย จนกระทั่งสมองส่วนที่จัดการกับความเครียดรับมือไม่ไหวอีกต่อไป

กอดแรกและคำพูดที่ถูกต้อง: พ่อแม่จะช่วยประคับประคองลูกได้อย่างไรเมื่อใจเขาป่วย

เมื่อสงสัยว่าลูกอาจกำลังเผชิญกับภาวะนี้ สิ่งแรกที่สำคัญที่สุดคือ ท่าทีและการตอบสนองของคุณพ่อคุณแม่ หมออยากแนะนำแนวทางง่ายๆ ที่สามารถเริ่มทำได้ทันทีในบ้าน

  • รับฟังด้วยหัวใจที่เปิดกว้างและไม่ตัดสิน: หลีกเลี่ยงการตำหนิ เช่น "ทำไมแค่นี้ต้องอ่อนแอ" หรือ "คิดมากไปเองหรือเปล่า" แต่ให้ใช้การตั้งคำถามที่แสดงถึงความห่วงใย เช่น "ช่วงนี้ลูกดูเหนื่อยๆ มีอะไรที่อยากเล่าให้ฟังไหม" และพร้อมที่จะฟังเงียบๆ โดยไม่รีบสอดแทรกคำสอน
  • ทำให้ลูกมั่นใจว่าเขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว: การกอดและคำยืนยันว่าเราพร้อมจะอยู่เคียงข้างและช่วยกันแก้ไขปัญหา จะช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยวและไร้ค่าในใจของเด็กได้เป็นอย่างดี
  • สังเกตและบันทึกพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด: คอยดูว่าอาการของลูกเกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน มีพฤติกรรมเสี่ยงที่เป็นอันตรายต่อตนเองหรือไม่ เพื่อเป็นข้อมูลสำคัญในการพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ

พาลูกไปพบแพทย์เพื่อรักษา: ทางออกที่ช่วยดึงความสดใสของลูกกลับคืนมา

การพาลูกมาพบจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นไม่ใช่เรื่องน่าอาย และไม่ได้หมายความว่าเราเป็นพ่อแม่ที่บกพร่อง ในทางตรงกันข้าม มันคือความรักและความกล้าหาญในการเผชิญหน้ากับปัญหาเพื่อช่วยเหลือคนที่เรารักที่สุด

กระบวนการรักษาทางการแพทย์มีทั้งการทำจิตบำบัด เพื่อช่วยให้เด็กได้ระบายความรู้สึก เรียนรู้วิธีจัดการกับอารมณ์และความเครียด และปรับมุมมองความคิดให้ยืดหยุ่นขึ้น ในรายที่มีอาการปานกลางถึงรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาใช้ยารักษาโรคซึมเศร้าควบคู่ไปด้วย ซึ่งยาเหล่านี้มีความปลอดภัยสูงและจะเข้าไปช่วยปรับสารเคมีในสมองให้กลับมาสมดุลอีกครั้ง

ความเข้าใจและการสนับสนุนจากครอบครัว เปรียบเสมือนเกราะป้องกันที่ดีที่สุดที่จะช่วยประคับประคองให้พวกเขาก้าวผ่านมรสุมชีวิตครั้งนี้ และกลับมาเติบโตอย่างงดงามและมีความสุขได้อีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down