เวลาที่ตรวจพบว่าตัวเองหรือคนในครอบครัวเป็นโรคตับ คำถามแรกๆ ที่มักจะได้ยินในห้องตรวจเสมอก็คือ หมอครับ หมอคะ แล้วฉันควรกินอะไรดี อะไรที่ห้ามกินเด็ดขาด เพราะตับถือเป็นโรงงานเคมีขนาดใหญ่ของร่างกาย เมื่อตับเริ่มล้าหรือมีอาการอักเสบ การเลือกสิ่งที่จะใส่เข้าไปในปากจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ ที่จะช่วยแบ่งเบาภาระของตับและเปิดโอกาสให้เนื้อเยื่อตับได้ซ่อมแซมตัวเอง
เข้าใจการทำงานของตับ: ทำไมเรื่องกินถึงสำคัญกับคนเป็นโรคตับขนาดนี้
ตับทำหน้าที่เปรียบเสมือนเครื่องกรองน้ำและโรงงานแปรรูปอาหารในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการเผาผลาญสารอาหาร การจัดการกับไขมัน หรือการขับสารพิษออกจากกระแสเลือด เมื่อตับป่วย ประสิทธิภาพเหล่านี้ย่อมลดลง หากเรายังกินอาหารตามใจปากแบบเดิม เช่น อาหารมันจัด เค็มจัด หรือดื่มแอลกอฮอล์ ก็เหมือนกับการไปซ้ำเติมโรงงานที่กำลังไฟไหม้ให้อุดตันและพังเร็วยิ่งขึ้น ดังนั้น หลักการโภชนาการสำหรับผู้ป่วยโรคตับจึงไม่ใช่การอดอาหารเพื่อลดน้ำหนัก แต่เป็นการเลือกสารอาหารที่ย่อยง่าย ได้ประโยชน์เต็มที่ และไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อตับ
สารอาหารที่ตับรัก: โปรตีนดีที่ไม่ควรกลัวจนเกินไป
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยมากคือ ผู้ป่วยโรคตับต้องงดเนื้อสัตว์และงดกินโปรตีนเด็ดขาดเพราะกลัวตับพัง ความจริงแล้วร่างกายยังต้องการโปรตีนไปซ่อมแซมเซลล์ตับที่สึกหรอ เพียงแต่ต้องเลือกแหล่งโปรตีนที่เหมาะสม
โปรตีนจากปลาและพืช: ทางเลือกเบาๆ ที่ตับชอบ
เนื้อปลา ไข่ขาว และโปรตีนจากถั่วหรือเต้าหู้ เป็นมิตรกับตับมากกว่าเนื้อสัตว์ใหญ่ที่มีไขมันแทรกสูง เพราะย่อยง่ายและมีกรดอะมิโนที่จำเป็นครบถ้วน โดยเฉพาะโปรตีนจากปลาและพืชจะช่วยลดภาระการทำงานของตับในการย่อยสลายไขมันอิ่มตัวได้เป็นอย่างดี
ปริมาณโปรตีนที่พอเหมาะกับอาการแต่ละระยะ
หากเป็นโรคตับระยะเริ่มต้นหรือไขมันพอกตับ การกินโปรตีนในปริมาณปกติคุณภาพดีคือคำตอบ แต่หากเป็นโรคตับแข็งและมีภาวะแทรกซ้อนทางสมองจากตับ (Hepatic Encephalopathy) แพทย์อาจแนะนำให้ปรับลดหรือเลือกใช้โปรตีนจากพืชแทน เพื่อป้องกันไม่ให้ของเสียจำพวกแอมโมเนียสะสมในเลือดสูงเกินไป
ไขมันและคาร์โบไฮเดรต: เลือกให้เป็นเพื่อไม่ให้ตับจมไขมัน
คาร์โบไฮเดรตและไขมันคือพลังงานหลักของร่างกาย แต่ถ้าเลือกผิดประเภท ตับจะกลายเป็นที่เก็บไขมันส่วนเกินจนเกิดภาวะไขมันพอกตับและนำไปสู่ตับอักเสบเรื้อรัง
หลีกเลี่ยงไขมันทรานส์และของทอดน้ำมันท่วม
อาหารฟาสต์ฟู้ด ของทอดซ้ำๆ เบเกอรี่ที่มีเนยเทียม คือตัวการสำคัญที่ทำให้ไขมันไปสะสมในเซลล์ตับ ควรเปลี่ยนมาใช้น้ำมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันรำข้าวในปริมาณที่น้อย และเน้นวิธีปรุงแบบต้ม นึ่ง ตุ๋น หรือย่างแทน
คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน: เติมพลังงานดีให้ร่างกาย
ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต ธัญพืชไม่ขัดสี และผักผลไม้สด ช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงานพร้อมใยอาหารที่ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายและการดูดซึมน้ำตาลในเลือดให้คงที่ ซึ่งส่งผลดีต่อระดับไขมันในตับโดยตรง
โซเดียมและเกลือ: ตัวการทำให้น้ำท่วมท้องที่ต้องระวัง
ผู้ป่วยโรคตับหลายคนมักมีอาการบวมน้ำหรือมีน้ำในช่องท้อง (ท้องมาน) สาเหตุหลักส่วนหนึ่งมาจากการที่ตับไม่สามารถจัดการกับโปรตีนในเลือดและฮอร์โมนที่ควบคุมสมดุลน้ำได้ดีเหมือนเดิม การกินอาหารรสเค็มจัดหรืออาหารที่มีโซเดียมสูง จะยิ่งดึงน้ำให้อยู่ในร่างกายมากขึ้น ทำให้ท้องโตอึดอัดและหายใจลำบาก
หลักการง่ายๆ คือ ลดการเติมเครื่องปรุง หลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง อาหารแปรรูป บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และขนมกรุบกรอบที่มีผงชูรสและเกลือแฝงอยู่ปริมาณมาก หันมาใช้สมุนไพรและเครื่องเทศในครัวไทย เช่น ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ในการชูรสชาติอาหารแทน
สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงเด็ดขาดสำหรับคนเป็นโรคตับ
นอกเหนือจากเรื่องอาหารการกินทั่วไปแล้ว มีสิ่งที่ต้องตัดออกจากชีวิตทันทีเพื่อรักษาเนื้อเยื่อตับที่เหลืออยู่
- แอลกอฮอล์ทุกชนิด: ไม่มีปริมาณไหนที่ปลอดภัยสำหรับคนเป็นโรคตับ แอลกอฮอล์คือพิษโดยตรงที่ทำให้เซลล์ตับตายและกลายเป็นพังผืด
- อาหารดิบหรือสุกๆ ดิบๆ: เช่น ปลาดิบ หอยนางรม หรือเนื้อสัตว์ที่ไม่สุก เพราะระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยโรคตับมักจะอ่อนแอ หากติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสซ้ำเติม จะรุนแรงกว่าคนปกติทั่วไปมาก
- วิตามินและอาหารเสริมสมุนไพรเรี่ยราด: หลายคนหวังดีซื้อวิตามินกระปุกโตหรือสมุนไพรล้างตับมากินเอง โดยลืมไปว่าสารทุกตัวต้องถูกเผาผลาญที่ตับ การกินโดยไม่ปรึกษาแพทย์อาจกลายเป็นภาระหนักอึ้งให้ตับพังเร็วกว่าเดิม