ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

รังสีในชีวิตประจำวัน สิ่งใกล้ตัวที่เราอาจมองข้าม

หลายคนมักกังวลเมื่อต้องไปตรวจร่างกายด้วยเอกซเรย์หรือทำซีทีสแกน กลัวว่าปริมาณรังสีที่ได้รับจะส่งผลเสียต่อร่างกาย โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ที่กังวลว่าหากลูกได้รับรังสีสะสมตั้งแต่ยังเล็ก จะมีผลต่อพัฒนาการของสมอง หรือกลายเป็นความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะสมาธิสสั้นในอนาคตหรือไม่ วันนี้หมอจะมาไขข้อข้องใจเรื่องนี้ให้ชัดเจนครับ

รังสีปริมาณต่ำส่งผลกระทบต่อสมองเด็กจริงไหม

ทางการแพทย์เราใช้หน่วยวัดรังสีที่เรียกว่า มิลลิซีเวิร์ต (mSv) ซึ่งปริมาณรังสีที่ได้รับจากการตรวจเอกซเรย์ทั่วไปนั้นถือว่าต่ำมาก เมื่อเทียบกับปริมาณรังสีจากธรรมชาติที่เราได้รับในแต่ละวัน การตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์จึงถูกควบคุมให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยและคุ้มค่ากับประโยชน์ในการรักษามากกว่า

งานวิจัยบอกอะไรเราบ้างเกี่ยวกับสมาธิสั้นกับรังสี

ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่ยืนยันว่าการได้รับรังสีจากการตรวจวินิจฉัยตามมาตรฐานทั่วไป จะเป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้เกิดภาวะสมาธิสั้น ความกังวลเรื่องความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะสมาธิสสั้นนั้น มักมาจากปัจจัยทางพันธุกรรม สภาพแวดล้อม และพัฒนาการทางสมองส่วนหน้ามากกว่า ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีน้ำหนักและผลกระทบที่ชัดเจนกว่าการได้รับรังสีปริมาณต่ำหลายเท่าตัว

ทำไมความกังวลถึงไม่ควรกลายเป็นความกลัวจนเกินไป

การปฏิเสธการตรวจด้วยรังสีเมื่อจำเป็นต้องใช้ในการวินิจฉัยโรค อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงที่ร้ายแรงกว่า เช่น การวินิจฉัยโรคผิดพลาดหรือล่าช้า หมออยากให้มองว่ารังสีเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีไว้เพื่อความปลอดภัยของคนไข้ หากอยู่ในความดูแลของรังสีแพทย์หรือนักรังสีเทคนิค ปริมาณรังสีจะถูกคำนวณให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เสมอ

เราจะช่วยดูแลสมองลูกน้อยให้ห่างไกลจากภาวะสมาธิสั้นได้อย่างไร

หากกังวลเรื่องพัฒนาการและสมาธิของลูก แทนที่จะเพ่งเล็งไปที่เรื่องรังสีสะสม หมอแนะนำให้หันมาโฟกัสกับปัจจัยที่มีผลโดยตรงต่อสมองแทน เช่น

  • การจำกัดเวลาหน้าจอหรือสื่อดิจิทัล เพื่อลดการกระตุ้นสมองที่มากเกินไป
  • การส่งเสริมกิจกรรมกลางแจ้งและการออกกำลังกาย เพื่อช่วยเรื่องการจัดระเบียบความคิด
  • การสร้างสภาพแวดล้อมที่อบอุ่นและลดความเครียดในครอบครัว
  • การสังเกตพฤติกรรมและความใส่ใจในกิจกรรมต่างๆ อย่างใกล้ชิด

หากสังเกตพบว่าลูกมีอาการอยู่ไม่นิ่ง ไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งที่ทำได้นาน หรือมีพฤติกรรมหุนหันพลันแล่นจนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การปรึกษากุมารแพทย์ด้านพัฒนาการเป็นทางออกที่ดีและตรงจุดที่สุดครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down