ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลองสังเกตตัวเองดูว่า ในแต่ละวันเราใช้เวลาจับสมาร์ทโฟน ไถฟีดโซเชียลมีเดีย หรือพิมพ์ข้อความติดต่อกันนานแค่ไหน หลายคนที่ต้องทำงานหน้าคอมพิวเตอร์และเล่นมือถือตลอดทั้งวัน อาจเริ่มรู้สึกเจ็บแปลบหรือตึงรั้งบริเวณโคนนิ้วโป้งลามไปถึงข้อมือ อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่แค่นอนพักก็หาย แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคเอ็นข้อมืออักเสบจากการใช้งานหนักเกินไป

ในฐานะหมอที่เจอกับคนไข้กลุ่มนี้บ่อยขึ้นเรื่อยๆ หมออยากชวนมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ผลกระทบจากการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยี โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ที่มีต่อเส้นเอ็นและข้อต่อ เพื่อให้ทุกคนสามารถดูแลตัวเองและป้องกันอาการบาดเจ็บรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

รู้จักกับโรคเดอเกอร์แวง อาการปวดโคนนิ้วโป้งที่คนติดจอชอบเป็นกันบ่อยๆ

เมื่อพูดถึงอาการปวดข้อมือจากการใช้มือถือ โรคที่พบบ่อยที่สุดคือ โรคปลอกหุ้มเอ็นกล้ามเนื้อข้อมืออักเสบ หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า โรคเดอเกอร์แวง (De Quervain's Tenosynovitis)

ตามธรรมชาติแล้ว บริเวณโคนนิ้วโป้งจะมีเส้นเอ็นสองเส้นหลักที่ทำหน้าที่กางและเหยียดนิ้วโป้ง เส้นเอ็นกลุ่มนี้จะวิ่งผ่านช่องแคบๆ บริเวณข้อมือซึ่งมีปลอกหุ้มเส้นเอ็นคอยประคองไว้ เวลาที่เราใช้ข้อนิ้วโป้งกดหน้าจอ ลากนิ้วพิมพ์ข้อความ หรือถือสมาร์ทโฟนเครื่องใหญ่ๆ ด้วยมือเดียวเป็นเวลานาน เส้นเอ็นเหล่านี้จะเกิดการเสียดสีกับปลอกหุ้มซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนทำให้เกิดการระคายเคือง อักเสบ และบวมโตขึ้นในที่สุด เมื่อปลอกหุ้มเอ็นบวมหนาตัวขึ้น ช่องทางเดินของเส้นเอ็นก็ยิ่งแคบลง ทำให้ทุกครั้งที่เราขยับนิ้วโป้งหรือบิดข้อมือ จะรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาทันที

สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่าเอ็นข้อมือเริ่มมีปัญหาแล้ว

อาการปวดเอ็นข้อมือจากการใช้อุปกรณ์ไอทีมักจะไม่รุนแรงในระยะแรก แต่จะค่อยๆ สะสมและแสดงอาการชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ โดยมีจุดสังเกตดังนี้

  • รู้สึกเจ็บหรือตึงแปลบที่บริเวณโคนนิ้วโป้งและข้อมือฝั่งนิ้วโป้ง โดยเฉพาะเวลาที่ต้องกางนิ้วโป้งออกหรือบิดข้อมือ
  • มีอาการบวมแดงหรือรู้สึกร้อนผ่าวบริเวณโคนนิ้วโป้ง
  • รู้สึกเหมือนเส้นเอ็นสะดุดหรือติดขัด เวลาขยับนิ้วโป้ง
  • ในรายที่เป็นรุนแรง อาจมีอาการชาลามไปที่หลังมือ หรือไม่มีแรงกำมือ หยิบจับของชิ้นเล็กๆ ลำบาก

เช็กอาการด้วยตัวเองง่ายๆ ด้วยท่าทดสอบ Finkelstein Test

หากไม่แน่ใจว่าอาการปวดข้อมือที่เป็นอยู่คือโรคเดอเกอร์แวงหรือไม่ หมอแนะนำให้ลองทำท่าทดสอบนี้ด้วยตัวเอง

เริ่มจากกางมือออก จากนั้นพับนิ้วโป้งลงมาแตะที่กลางฝ่ามือ แล้วกำนิ้วอีกสี่นิ้วที่เหลือทับนิ้วโป้งไว้ให้มิด ขั้นตอนสุดท้ายคือให้หักข้อมือลงไปทางฝั่งนิ้วก้อยช้าๆ หากทำท่านี้แล้วรู้สึกเจ็บแปลบอย่างรุนแรงที่โคนนิ้วโป้งหรือข้อมือฝั่งนิ้วโป้ง แสดงว่าปลอกหุ้มเอ็นข้อมือเริ่มอักเสบแล้ว ควรพักการใช้งานและดูแลตัวเองทันที

วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นเมื่อเริ่มมีอาการปวดตึงข้อมือ

หากเพิ่งเริ่มมีอาการปวดตึงข้อมือหลังจากไถสมาร์ทโฟนหรือพิมพ์งานอย่างหนัก การปฐมพยาบาลและดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจะช่วยลดการอักเสบและป้องกันไม่ให้อาการลุกลามได้

  • หยุดพักการใช้งานทันที: เมื่อเริ่มรู้สึกปวด ให้วางมือถือหรือหยุดพิมพ์งานอย่างน้อย 15-20 นาที เพื่อให้เส้นเอ็นได้คลายตัว
  • ประคบเย็นลดการอักเสบ: หากมีอาการปวดบวมแดงร้อนในระยะ 24-48 ชั่วโมงแรก ให้ใช้เจลเย็นหรือน้ำแข็งห่อผ้าขนหนูประคบบริเวณที่ปวด ครั้งละ 15-20 นาที วันละ 3-4 ครั้ง เพื่อช่วยลดการบวมและอักเสบ
  • ใช้อุปกรณ์พยุงข้อมือ: การใส่เฝือกอ่อนหรืออุปกรณ์พยุงข้อมือและนิ้วโป้ง (Thumb Spica Splint) จะช่วยจำกัดการขยับของนิ้วโป้ง ทำให้เส้นเอ็นที่อักเสบได้พักอย่างเต็มที่
  • บริหารยืดเหยียดเบื้องต้น: เมื่ออาการปวดลดลงแล้ว ให้ลองยืดกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นข้อมือเบื้องต้น โดยเหยียดแขนตรงไปข้างหน้า คว่ำมือลง แล้วใช้มืออีกข้างดึงข้อมือลงให้รู้สึกตึงที่หลังแขน ค้างไว้ 10-15 วินาที ทำซ้ำ 3-5 ครั้ง

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้มือถืออย่างไร ให้ข้อมือได้พักและแข็งแรงขึ้น

วิธีป้องกันโรคเอ็นข้อมืออักเสบที่ดีที่สุดคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เพราะตราบใดที่เรายังคงใช้งานมือถือในท่าเดิมๆ อาการปวดก็ย่อมกลับมาเป็นซ้ำได้อีก หมอแนะนำให้ปรับพฤติกรรมตามแนวทางนี้

อย่างแรกคือการเปลี่ยนท่าทางในการจับถือสมาร์ทโฟน หลีกเลี่ยงการถือมือถือเครื่องใหญ่ด้วยมือเดียวแล้วใช้นิ้วโป้งข้างเดียวกันไถหน้าจอ แนะนำให้ใช้สองมือช่วยประคอง แล้วใช้นิ้วชี้ของอีกข้างในการกดหน้าจอแทนเพื่อกระจายแรงกด หรืออาจใช้อุปกรณ์ช่วยจับยึด เช่น แหวนหลังมือถือ (Phone Ring) เพื่อลดการเกร็งของกล้ามเนื้อมือ

ถัดมาคือการใช้เทคโนโลยีช่วยทุ่นแรง เช่น การใช้ระบบพิมพ์ด้วยเสียง (Voice-to-Text) แทนการพิมพ์ข้อความยาวๆ เพื่อลดภาระการทำงานของนิ้วโป้ง และที่สำคัญที่สุดคือการตั้งเวลาเตือนตัวเองให้วางมือถือลงบ้าง ทุกๆ 30-40 นาที เพื่อให้ร่างกายและข้อมือได้ผ่อนคลาย

ร่างกายของเราไม่ใช่เครื่องจักร เส้นเอ็นและข้อต่อต่างๆ ต้องการการพักผ่อนและการดูแลที่เหมาะสม หากลองปรับพฤติกรรมและปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้ว อาการปวดยังไม่ดีขึ้นหรือรุนแรงขึ้นจนรบกวนชีวิตประจำวัน หมอแนะนำให้เข้าพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการทำกายภาพบำบัด การใช้ยาลดอักเสบ หรือการฉีดยาลดการอักเสบเฉพาะจุด เพื่อให้ข้อมือกลับมาใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพยาวนาน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down