เวลาตรวจสุขภาพประจำปีแล้วเจอคุณหมอแนะนำให้ตรวจภายใน หรือพูดถึงเรื่องการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตัวหนึ่ง หลายคนมักจะตั้งคำถามในใจว่า เจ้าไวรัสตัวนี้มันคืออะไร และทำไมถึงน่ากลัวขนาดนั้น ในฐานะแพทย์ที่ตรวจคนไข้มานาน ได้เจอคำถามนี้บ่อยมาก วันนี้เลยอยากมาเล่าให้ฟังกันแบบสบายๆ เหมือนพี่น้องคุยกัน ถึงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างไวรัสเอชพีวีกับโรคมะเร็งปากมดทลูก ที่เราทุกคนควรทำความเข้าใจให้ถ่องแท้
เชื้อไวรัสเอชพีวีหน้าตาเป็นอย่างไรและติดต่อกันได้อย่างไร
หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า HPV หรือ Human Papillomavirus ไม่ได้มีแค่สายพันธุ์เดียว แต่เขามีเป็นร้อยสายพันธุ์เลยทีเดียว เจ้าไวรัสกลุ่มนี้ชอบผิวหนังและเยื่อบุชุ่มชื้นของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณจุดซ่อนเร้น ช่องทางหลักในการรับเชื้อก็คือการมีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นทางช่องคลอด ทางทวารหนัก หรือทางปาก ซึ่งต้องบอกเลยว่ามันติดต่อกันง่ายมาก แค่มีการสัมผัสผิวหนังที่มีเชื้อก็มีโอกาสรับเชื้อเข้ามาในร่างกายแล้ว โดยที่บางครั้งเราไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ เพราะคนส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อจะไม่มีอาการผิดปกติอะไรเลย
เส้นทางเดินของเชื้อจากวันแรกที่รับเข้ามาจนกลายเป็นมะเร็ง
ข่าวดีคือ เมื่อร่างกายเราได้รับเชื้อ HPV เข้ามา ระบบภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติของเราเก่งมาก มากกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของคนที่ติดเชื้อ ร่างกายจะสามารถกำจัดไวรัสตัวนี้ออกไปได้เองภายในหนึ่งถึงสองปี เปรียบเสมือนการเป็นหวัดแล้วหายเองได้ แต่ปัญหาจะเกิดขึ้นกับคนส่วนน้อยที่ร่างกายไม่สามารถกำจัดเชื้อออกไปได้หมด ทำให้เชื้อแอบซ่อนตัวอยู่ในร่างกายเป็นเวลานานแรมปี หรือเป็นสิบๆ ปี
กระบวนการแอบแฝงที่ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงเซลล์ปกติให้กลายเป็นเนื้อร้าย
เมื่อเชื้อไวรัสสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะสายพันธุ์ 16 และ 18 ซึ่งเป็นตัวการหลัก แอบอยู่ในร่างกายนานวันเข้า มันจะเริ่มเข้าไปรบกวนการทำงานและสร้างความเสียหายให้กับพันธุกรรมของเซลล์บริเวณปากมดทลูก ทำให้เซลล์ปกติเกิดความผิดปกติค่อยๆ พัฒนาจากจุดเล็กๆ กลายเป็นเซลล์ก่อนมะเร็ง และถ้าปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษา ภายในเวลาหลายปีก็อาจลุกลามกลายเป็นโรคมะเร็งปากมดทลูกเต็มขั้นในที่สุด
กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษและวิธีสังเกตสัญญาณเตือน
ทุกคนที่มีเพศสัมพันธ์มีความเสี่ยงที่จะเจอเจ้าไวรัสตัวนี้ได้ทั้งนั้น แต่กลุ่มที่ต้องใส่ใจดูแลตัวเองเป็นพิเศษคือผู้ที่มีคู่นอนหลายคน มีประวัติเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือมีภูมิคุ้มกันร่างกายบกพร่อง สิ่งที่น่ากลัวคือ ในระยะเริ่มต้นและระยะก่อนเป็นมะเร็ง ปากมดทลูกจะไม่ส่งเสียงร้องหรือแสดงอาการเจ็บปวดใดๆ ออกมาเลย เราจะไม่มีทางรู้เลยว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น จนกว่าโรคจะลุกลามไปมากแล้ว เช่น มีเลือดออกผิดปกติหลังมีเพศสัมพันธ์ มีตกขาวปนเลือด หรือมีเลือดออกหลังวัยหมดประจำเดือน ซึ่งถ้าเจออาการเหล่านี้มักจะไม่ใช่ระยะเริ่มต้นแล้ว
เราจะตัดวงจรความสัมพันธ์อันตรายนี้ได้อย่างไรบ้าง
โชคดีที่ปัจจุบันวงการแพทย์เราก้าวหน้าไปมาก เราไม่ต้องนั่งรอให้โรคร้ายเกิดขึ้นแล้วค่อยมารักษา แต่เรามีอาวุธสำคัญสองชิ้นที่ช่วยตัดวงจรนี้ได้อย่างอยู่หมัด
เกราะป้องกันด่านแรกด้วยการฉีดวัคซีนเอชพีวี
การฉีดวัคซีนเปรียบเสมือนการสร้างกองกำลังทหารคอย ความสัมพันธ์ระหว่างไวรัสเอชพีวี กับตัวเซลล์ในร่างกายไม่ให้มาเจอกัน วัคซีนปัจจุบันสามารถป้องกันสายพันธุ์หลักๆ ที่ก่อโรคมะเร็งได้ดีเยี่ยม ยิ่งฉีดเร็วตอนที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ ประสิทธิภาพในการป้องกันจะยิ่งสูงมาก แต่คนที่มีเพศสัมพันธ์แล้วก็ยังฉีดได้เช่นกันเพราะช่วยป้องกันสายพันธุ์อื่นๆ ที่ยังไม่เคยติดได้
การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดทลูกสม่ำเสมอเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
แม้จะฉีดวัคซีนแล้ว การตรวจคัดกรอง เช่น การทำแปปสเมียร์ หรือการตรวจหาเชื้อไวรัสโดยตรง หรือ HPV DNA Test ก็ยังเป็นสิ่งจำเป็น เพราะวัคซีนไม่ได้ป้องกันได้ทุกสายพันธุ์ การตรวจคัดกรองจะช่วยให้เราเจอความผิดตั้งแต่เนิ่นๆ ในช่วงที่เป็นแค่เซลล์ก่อนมะเร็ง ซึ่งสามารถรักษาให้หายขาดได้ง่ายและใช้เวลาน้อยมาก