ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกยังเล็กอยู่ บอกไม่ได้ว่ามองเห็นชัดไหม พ่อแม่ต้องสังเกตอย่างไร

หลายครั้งที่คุณพ่อคุณแม่พาลูกวัยเตาะแตะมาพบหมอ มักจะมีความกังวลใจว่าเด็กๆ ยังสื่อสารไม่ได้ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าสายตาของเขาปกติดีไหม หมอขอบอกเลยว่าช่วงวัยปฐมวัยคือหน้าต่างบานสำคัญที่สุดในการพัฒนาการมองเห็น ถ้าเราปล่อยให้มีปัญหาเรื่องสายตาเกิดขึ้นโดยไม่ได้รับการแก้ไข จะส่งผลกระทบต่อพัฒนาการด้านอื่นๆ ตามมา ทั้งการเรียนรู้ การเคลื่อนไหว และความฉลาดทางอารมณ์ครับ

สัญญาณเตือนภัยที่บอกว่าสายตาลูกอาจมีปัญหา

เด็กปฐมวัยส่วนใหญ่มักไม่รู้ตัวว่าตัวเองมองเห็นไม่ชัด เพราะเขาไม่เคยเห็นภาพที่ชัดเจนมาก่อน หมออยากให้สังเกตพฤติกรรมแปลกๆ เหล่านี้ที่อาจเป็นสัญญาณเตือน:

  • ชอบเอียงคอหรือปิดตาข้างหนึ่งเวลาเพ่งดูของเล่นหรือดูการ์ตูน
  • เดินชนขอบโต๊ะหรือสะดุดบ่อยผิดปกติโดยเฉพาะในที่แสงน้อย
  • เข้าใกล้หน้าจอทีวีหรือหนังสือมากกว่าปกติ
  • มีอาการตาเข ตาเหล่ หรือดวงตาสองข้างไม่มองไปในทิศทางเดียวกัน
  • ขยี้ตาบ่อยๆ หรือบ่นปวดหัวบ่อยในช่วงเย็น

ช่วงวัยไหนบ้างที่ควรเริ่มพาลูกไปพบจักษุแพทย์

การประเมินสายตาและการมองเห็นใน เด็กปฐมวัยไม่ได้เริ่มแค่ตอนที่เด็กเริ่มเข้าโรงเรียน แต่หมอแนะนำให้เริ่มดังนี้ครับ:

  • ช่วงแรกเกิดถึง 6 เดือน: หมอเด็กจะทำการตรวจคัดกรองเบื้องต้นเพื่อดูความใสของแก้วตาและปฏิกิริยาการตอบสนองต่อแสง
  • ช่วง 3-4 ปี: เป็นวัยที่สำคัญมากสำหรับการตรวจวัดสายตาอย่างละเอียดเพื่อหาภาวะสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียงที่อาจทำให้เกิดภาวะตาขี้เกียจได้
  • ช่วงก่อนเข้าเรียน (5-6 ปี): เป็นการตรวจเช็กขั้นสุดท้ายเพื่อให้แน่ใจว่าดวงตาทั้งสองข้างทำงานประสานกันได้ดีเยี่ยมก่อนเริ่มอ่านเขียนจริงจัง

ทำไมภาวะตาขี้เกียจถึงน่ากลัวกว่าที่คิด

ภาวะตาขี้เกียจหรือ Amblyopia เกิดจากการที่ดวงตาข้างใดข้างหนึ่งไม่ได้ใช้งานเท่าที่ควร หรือเกิดจากความแตกต่างของค่าสายตาสองข้างที่ห่างกันมากจนสมองเลือกจะตัดภาพข้างที่มัวทิ้งไป หากปล่อยทิ้งไว้จนเลยวัย 7-8 ปี การรักษาจะทำได้ยากและอาจส่งผลให้สูญเสียการมองเห็นภาพแบบสามมิติไปตลอดชีวิต แต่ถ้าเราตรวจพบเร็วเพียงแค่ใส่แว่นหรือปิดตาข้างที่มองชัดเพื่อกระตุ้นข้างที่ขี้เกียจ ก็สามารถแก้ไขให้กลับมามองเห็นได้ปกติครับ

คำแนะนำจากหมอในการดูแลสุขภาพดวงตาให้ลูกน้อย

นอกจากการตรวจคัดกรองตามวัยแล้ว การสร้างพฤติกรรมที่ดีในชีวิตประจำวันก็สำคัญไม่แพ้กัน:

  • จำกัดเวลาหน้าจอ โดยเน้นให้ทำกิจกรรมกลางแจ้งที่ได้รับแสงธรรมชาติซึ่งช่วยชะลอการสั้นของสายตาได้
  • จัดสภาพแวดล้อมให้มีแสงสว่างเพียงพอเวลาที่ลูกทำกิจกรรมหรือดูหนังสือ
  • สังเกตความสะอาดของดวงตา ไม่ให้ลูกขยี้ตาแรงๆ หรือปล่อยให้ฝุ่นผงเข้าตาบ่อยครั้ง

การตรวจสุขภาพดวงตาไม่ใช่เรื่องน่ากลัวและไม่ใช่เรื่องไกลตัว หมออยากให้มองว่าเป็นการปูพื้นฐานที่แข็งแรงให้กับดวงตาคู่สวยของลูก เพื่อให้เขาได้มองเห็นโลกกว้างได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและมีความมั่นใจในการเติบโตครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down