ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

อาการปวดตา เพลียตา ที่คนยุคดิจิทัลเจอกันแทบทุกคน

หลายคนมักเดินเข้ามาปรึกษาด้วยอาการเดียวกันคือ รู้สึกแสบตา ตาแห้ง หรือปวดกระบอกตาเวลาทำงานหน้าคอมพิวเตอร์หรือไถมือถือไปนานๆ บางรายถึงขั้นปวดหัวตื้อๆ จนเสียสมาธิ อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องปกติที่ปล่อยผ่านได้ แต่มันคือสัญญาณเตือนของ กลุ่มอาการเพ่งสายตาจากจอดิจิทัล ที่เกิดจากการใช้งานดวงตาหนักเกินไปจนกล้ามเนื้อตาเกิดความล้า

ทำไมจอดิจิทัลถึงทำร้ายดวงตาเราขนาดนี้

ตามธรรมชาติแล้ว คนเรากระพริบตาประมาณ 15-20 ครั้งต่อนาที แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่จ้องหน้าจอ เราจะเผลอกระพริบตาลดลงเหลือเพียง 5-7 ครั้งต่อนาทีเท่านั้น ส่งผลให้ฟิล์มน้ำตาที่เคลือบผิวตาไว้ระเหยออกไปอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการใช้สายตาในระยะใกล้เป็นเวลานาน ทำให้กล้ามเนื้อตาที่ทำหน้าที่โฟกัสภาพต้องทำงานหนักตลอดเวลาจนเกิดอาการเกร็งตัว นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้รู้สึกเหมือนตาสู้แสงไม่ได้ หรือโฟกัสภาพไม่ค่อยชัดเหมือนช่วงแรกที่เริ่มงาน

วิธีปรับพฤติกรรมเพื่อถนอมสายตาให้ใช้ได้นานๆ

เราไม่สามารถเลิกใช้เทคโนโลยีได้ แต่เราสามารถปรับการใช้งานให้เป็นมิตรกับดวงตามากขึ้นได้ดังนี้

  • ใช้กฎ 20-20-20 ทุกการทำงานผ่านหน้าจอครบ 20 นาที ให้พักสายตามองไกลออกไป 20 ฟุต เป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที เพื่อให้กล้ามเนื้อตาได้คลายตัว
  • จัดวางตำแหน่งหน้าจอให้อยู่ต่ำกว่าระดับสายตาเล็กน้อย และห่างจากใบหน้าประมาณ 1 ช่วงแขน เพื่อลดการเปิดเปลือกตาที่กว้างเกินไป ซึ่งช่วยลดการระเหยของน้ำตาได้
  • ปรับแสงสว่างในห้องและหน้าจอให้เหมาะสม ไม่ควรจ้องจอในห้องที่มืดสนิท เพราะความต่างของแสงจะทำให้ดวงตาเพ่งหนักขึ้น

ตัวช่วยบรรเทาอาการตาแห้งและล้าจากการใช้งานหน้าจอ

หากลองปรับพฤติกรรมแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น การใช้น้ำตาเทียมชนิดปราศจากสารกันเสียจะช่วยทดแทนน้ำตาที่ขาดไปได้ดีมาก รวมถึงการหมั่นเตือนตัวเองให้จิบน้ำบ่อยๆ เพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้ร่างกาย ซึ่งส่งผลต่อความชุ่มชื้นของดวงตาด้วยเช่นกัน ส่วนการเลือกใช้แว่นกรองแสงสีฟ้านั้น แม้จะไม่ได้ช่วยแก้ปัญหากล้ามเนื้อตาล้าโดยตรง แต่ก็มีส่วนช่วยลดความจ้าของแสงหน้าจอลงได้บ้างในบางราย

อาการแบบไหนที่เริ่มไม่ใช่แค่ความล้าธรรมดา

หากพักสายตาแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น เห็นภาพซ้อน ภาพมัวลงอย่างเห็นได้ชัด ปวดตาอย่างรุนแรงจนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน หรือมีอาการตาแดงเรื้อรังไม่หาย ควรเข้ามาตรวจเช็กสุขภาพตากับจักษุแพทย์เพื่อหาสาเหตุอื่นที่อาจแฝงอยู่ เช่น ค่าสายตาที่เปลี่ยนแปลงไป หรือโรคทางตาอื่นๆ ที่ต้องได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down