ตื่นมาแล้วปวดข้อโป้งเท้าจี๊ดๆ อาการเตือนภัยจากโรคเกาต์ที่คุ้นเคย
หลายคนที่มานั่งคุยกับหมอที่ห้องตรวจ มักจะมาด้วยอาการปวดบวมแดงร้อนที่โคนนิ้วเท้าอย่างกะทันหัน โดยเฉพาะตื่นมากลางดึกแล้วแทบจะวางเท้าลงพื้นไม่ได้เลย อาการเหล่านี้เกิดจากการตกตะกอนของผลึกกรดยูริกตามข้อต่อ ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากภาวะกรดยูริกในเลือดสูงสะสมมานาน และตัวกระตุ้นสำคัญก็หนีไม่พ้นเรื่องของอาหารการกินที่เราเลือกเข้าปากนี่เองครับ
กรดยูริกมาจากไหน และทำไมอาหารทะเลหรือเครื่องในถึงเป็นตัวการสำคัญ
ก่อนจะไปดูว่ากินอะไรได้บ้าง เรามาทำความเข้าใจกลไกสั้นๆ กันก่อน กรดยูริกในร่างกายไม่ได้มาจากอาหารอย่างเดียวครับ ส่วนหนึ่งร่างกายสร้างขึ้นเอง แต่อีกส่วนใหญ่ๆ มาจากการย่อยสารที่เรียกว่าพิวรีน (Purine) ซึ่งพบได้มากในเนื้อสัตว์บางชนิด เครื่องในสัตว์ และอาหารทะเล เมื่อร่างกายเผาผลาญพิวรีนเหล่านี้แล้ว จะได้ของเสียออกมาเป็นกรดยูริก ปกติไตจะทำหน้าที่ขับออกทางปัสสาวะ แต่ถ้ามีมากเกินไปหรือไตขับไม่ไหว กรดยูริกก็จะสะสมและกลายเป็นผลึกแหลมๆ ไปทิ่มแทงตามข้อ จนเกิดอาการอักเสบปวดบวมอย่างที่เราทรมานกันอยู่
วิธีกินเพื่อลดกรดยูริก การโภชนบำบัดและการเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยโรคเกาต์
การโภชนบำบัดและการเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยโรคเกาต์ ไม่ใช่การอดอาหารจนผอมโซ แต่เป็นการปรับสัดส่วนและเลือกชนิดอาหารให้ถูกต้อง เพื่อช่วยลดระดับกรดยูริกในเลือดและป้องกันไม่ให้ข้ออักเสบกำเริบซ้ำซาก หลักการสำคัญมีดังนี้ครับ
อาหารกลุ่มไหนที่ต้องหลีกเลี่ยงหรือจำกัดปริมาณให้เด็ดขาด
ถ้าไม่อยากให้โรคเกาต์กำเริบกะทันหัน อาหารที่มีพิวรีนสูงเหล่านี้คือสิ่งที่เราต้องระวังเป็นพิเศษ
- เครื่องในสัตว์ทุกชนิด เช่น ตับ ไต เซี่ยงจี้ สมอง
- อาหารทะเลบางประเภท เช่น หอยนางรม หอยแมลงภู่ ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรล และไข่ปลา
- เนื้อสัตว์แก่หรือเนื้อสัตว์ป่า
- เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์ เพราะนอกจากจะมีพิวรีนสูงแล้ว ยังไปขัดขวางการขับกรดยูริกของไตอีกด้วย
- อาหารและเครื่องดื่มที่เติมน้ำตาลฟรุกโตส หรือน้ำตาลข้าวโพดความเข้มข้นสูง (High Fructose Corn Syrup) เพราะกระบวนการเผาผลาญน้ำตาลกลุ่มนี้จะไปเพิ่มการสร้างกรดยูริกในร่างกาย
อาหารกลุ่มไหนที่กินได้สบายใจและช่วยลดความเสี่ยงได้
ในทางกลับกัน มีอาหารหลายชนิดที่ช่วยบำรุงร่างกายและไม่อมพิวรีนสูงอย่างที่คิด
- โปรตีนจากพืช เช่น เต้าหู้ ถั่วเหลือง ถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ (จากการศึกษาพบว่าพิวรีนจากพืชไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงโรคเกาต์เหมือนเนื้อสัตว์)
- ผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำ เช่น นโยรสจืดพร่องมันเนย หรือโยเกิร์ตไขมันต่ำ มีส่วนช่วยเร่งการขับกรดยูริกทางปัสสาวะ
- ผักและผลไม้สดหลากหลายชนิด โดยเฉพาะผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ฝรั่ง ส้ม มะนาว หรือเบอร์รี่ต่างๆ ซึ่งช่วยลดระดับกรดยูริกในเลือดได้ดี
- ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต
ดื่มน้ำเปล่าให้เยอะขึ้น ตัวช่วยขับกรดยูริกที่ง่ายและดีที่สุด
หลายคนมองข้ามเรื่องการดื่มน้ำไป หมออยากย้ำว่าน้ำเปล่าคือยาวิเศษราคาถูกที่สุดสำหรับผู้ป่วยโรคเกาต์ การดื่มน้ำสะอาดให้ได้อย่างน้อยวันละ 2 ถึง 3 ลิตร จะช่วยให้ไตสามารถขับกรดยูริกส่วนเกินออกทางปัสสาวะได้ดีขึ้น และยังช่วยป้องกันการตกตะกอนของผลึกกรดยูริกไม่ให้ก่อตัวเป็นนิ่วในไตได้อีกด้วย
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตควบคู่กับการคุมอาหาร
นอกจากการเลือกกินอาหารแล้ว การควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานก็เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะภาวะน้ำหนักเกินจะทำให้ร่างกายสร้างกรดยูริกมากขึ้น แถมยังทำให้ข้อต่อต้องรับน้ำหนักเยอะขึ้นด้วย แต่ต้องระวังการลดน้ำหนักแบบอดอาหารอย่างรวดเร็ว เพราะอาจทำให้ร่างกายสลายไขมันและเนื้อเยื่อ จนเกิดกรดยูริกคั่งและข้ออักเสบกำเริบหนักกว่าเดิม ทางที่ดีควรลดน้ำหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไปร่วมกับการออกกำลังกายเบาๆ เช่น การเดินเร็วหรือว่ายน้ำครับ