ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาลหรือคลินิก ไม่ว่าจะไปตรวจสุขภาพ ไปหาหมอเพราะไม่สบาย หรือแม้แต่ไปเฝ้าไข้คนในครอบครัว หลายคนมักจะมีความกังวลใจลึกๆ อยู่เสมอว่า สถานที่ที่มีคนป่วยมารวมตัวกันเยอะๆ แบบนี้ จะทำให้เราพลอยติดเชื้อโรคอื่นกลับบ้านไปด้วยหรือไม่

ในความเป็นจริงแล้ว เบื้องหลังประตูสถานพยาบาล มีระบบการทำงานที่เข้มงวดและละเอียดอ่อนมาก เพื่อควบคุมไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจายจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง การจัดการผู้ป่วยในสถานพยาบาลและการป้องกันการแพร่เชื้อ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการทำความสะอาดทั่วไป แต่เป็นศาสตร์และศิลป์ในการจัดสรรพื้นที่ จัดการขั้นตอนการรักษา และสร้างความปลอดภัยให้กับทุกคน

ด่านแรกตั้งแต่ก้าวเข้าโรงพยาบาล: ทำไมต้องคัดกรองและแยกพื้นที่?

สังเกตไหมว่าทันทีที่เดินเข้าสู่สถานพยาบาล สิ่งแรกที่ต้องเจอคือจุดคัดกรอง การวัดไข้ และการสอบถามอาการเบื้องต้น ขั้นตอนนี้เป็นหัวใจสำคัญของการควบคุมโรค เพราะช่วยให้ทีมแพทย์จำแนกกลุ่มผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว

หากมีผู้ป่วยที่มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ หรือสงสัยว่าอาจเป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจ ระบบจะแยกผู้ป่วยกลุ่มนี้ไปยังพื้นที่ตรวจเฉพาะที่มีการระบายอากาศที่เหมาะสมทันที เพื่อลดโอกาสที่ละอองฝอยจากการไอหรือจามจะไปสัมผัสกับผู้ป่วยกลุ่มอื่นๆ เช่น ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่มารับยาตามนัด หรือคุณแม่ที่พาลูกน้อยมาฉีดวัคซีน

ระบบป้องกันเชื้อโรค 2 ชั้นที่บุคลากรทางการแพทย์ใช้ดูแลคนไข้

การดูแลผู้ป่วยให้ปลอดภัยจากเชื้อโรค มีแนวทางหลักที่โรงพยาบาลยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด แบ่งออกเป็นสองระดับสำคัญ

1. การป้องกันระดับมาตรฐานสำหรับผู้ป่วยทุกคน

ไม่ว่าผู้ป่วยจะมาด้วยโรคอะไร หรือไม่มีอาการติดเชื้อใดๆ ให้เห็น บุคลากรทางการแพทย์จะปฏิบัติตามมาตรฐานเดียวกันเสมอ โดยถือว่าเลือด สารคัดหลั่ง และผิวหนังที่มีบาดแผลอาจมีเชื้อโรคแฝงอยู่

  • การทำความสะอาดมืออย่างสม่ำเสมอ: ล้างมือก่อนและหลังสัมผัสผู้ป่วย ก่อนทำหัตถการ และหลังสัมผัสสิ่งแวดล้อมรอบตัวผู้ป่วย
  • การสวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล: เลือกใช้ถุงมือ หน้ากากอนามัย หรือชุดกาวน์ให้เหมาะสมกับกิจกรรมการรักษา
  • การจัดการเครื่องมือแพทย์และขยะติดเชื้อ: อุปกรณ์ที่ต้องสัมผัสเนื้อเยื่อหรือกระแสเลือดต้องผ่านการนึ่งฆ่าเชื้อระดับสูง ส่วนเข็มและของมีคมต้องทิ้งลงในถังขยะเฉพาะที่ทนทานต่อการเจาะทะลุ

2. การป้องกันเพิ่มเติมตามลักษณะการแพร่กระจายของเชื้อ

เมื่อตรวจพบหรือสงสัยว่าผู้ป่วยมีการติดเชื้อเฉพาะกลุ่ม มาตรการที่เข้มข้นขึ้นจะถูกนำมาใช้ทันที

  • เชื้อที่แพร่ทางละอองฝอยขนาดใหญ่: เช่น ไข้หวัดใหญ่ ผู้ป่วยต้องสวมหน้ากากอนามัย และจัดให้อยู่ในห้องที่มีระยะห่างจากเตียงอื่นอย่างน้อย 1-2 เมตร
  • เชื้อที่แพร่กระจายทางอากาศ: เช่น วัณโรค หรือโรคสุกใส ต้องดูแลรักษาในห้องแยกความดันลบ เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศภายในห้องไหลออกสู่ทางเดินภายนอก
  • เชื้อที่แพร่ทางการสัมผัส: เช่น เชื้อดื้อยา บุคลากรต้องสวมถุงมือและเสื้อคลุมทุกครั้งที่เข้าไปดูแล และแยกอุปกรณ์ตรวจเฉพาะบุคคล เช่น ปรอทวัดไข้และเครื่องวัดความดัน

อากาศและสิ่งแวดล้อมรอบตัว: เบื้องหลังพื้นที่ปลอดเชื้อ

นอกจากตัวบุคคลแล้ว สิ่งแวดล้อมในสถานพยาบาลก็เป็นจุดเสี่ยงที่ต้องควบคุมอย่างต่อเนื่อง พื้นผิวสัมผัสร่วม เช่น ราวจับบันได ปุ่มกดลิฟต์ ลูกบิดประตู หรือโต๊ะข้างเตียงผู้ป่วย จะต้องได้รับการเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีมาตรฐานทางการแพทย์ตามรอบเวลาที่กำหนด

ระบบปรับอากาศและการถ่ายเทอากาศก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ห้องตรวจและหอพักผู้ป่วยจะได้รับการออกแบบให้มีทิศทางการไหลเวียนของอากาศที่ปลอดภัย มีการกรองอากาศด้วยแผ่นกรองประสิทธิภาพสูงเพื่อดักจับอนุภาคขนาดเล็ก และมีการระบายอากาศบริสุทธิ์เข้ามาหมุนเวียนอย่างสม่ำเสมอ

ข้อควรรู้สำหรับผู้ป่วยและญาติ เพื่อการมารักษาที่ปลอดภัยที่สุด

ความปลอดภัยในสถานพยาบาลจะสมบูรณ์แบบได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้รับบริการและญาติผู้ดูแลด้วยเช่นกัน

  • แจ้งข้อมูลตามความจริง: หากมีอาการผิดปกติ มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยโรคติดต่อ หรือเพิ่งเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง ควรแจ้งพยาบาลที่จุดคัดกรองอย่างละเอียด
  • ดูแลสุขอนามัยมือ: ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ และก่อน-หลังเข้าเยี่ยมผู้ป่วย
  • สวมหน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธี: สวมให้กระชับแนบกับใบหน้า ปิดทั้งจมูกและปากตลอดเวลาที่อยู่ในพื้นที่ส่วนกลางของสถานพยาบาล
  • ลดการสัมผัสสิ่งของที่ไม่จำเป็น: หลีกเลี่ยงการจับต้องอุปกรณ์ทางการแพทย์รอบเตียงผู้ป่วย และจำกัดจำนวนญาติผู้เข้าเยี่ยมเพื่อลดความแออัดในหอผู้ป่วย

ระบบการจัดการผู้ป่วยและการควบคุมการแพร่กระจายเชื้อที่รัดกุม เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ทุกคนมั่นใจได้ว่า โรงพยาบาลยังคงเป็นสถานที่แห่งการฟื้นฟูสุขภาพที่ปลอดภัยและพร้อมดูแลทุกคนอย่างเต็มที่เสมอ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down