ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เคยไหม... ทำงานออฟฟิศ ยกลูก ยกของหนัก หรือแม้แต่ไถโทรศัพท์มือถืออยู่ดีๆ ก็รู้สึกเจ็บแปล๊บขึ้นมาที่ข้อมือ พอลองนวดเองก็นึกว่าเป็นแค่กล้ามเนื้ออักเสบธรรมดา แต่พอผ่านไปเป็นสัปดาห์ อาการปวดกลับไม่หายไป แถมบางครั้งยังมีอาการข้อตึง ล็อก หรือปวดลึกๆ ข้างในกระดูก จนเริ่มสงสัยว่า อาการที่กำลังเป็นอยู่คืออะไรกันแน่

หมอมักจะเจอคนไข้หลายคนที่เดินเข้ามาในคลินิกด้วยความสับสนนี้เสมอ อาการปวดบริเวณข้อมือที่พบได้บ่อยที่สุดมักจะมาจาก 2 สาเหตุหลัก คือ เอ็นข้อมืออักเสบ และกระดูกข้อมือเสื่อม แม้จะปวดบริเวณเดียวกัน แต่วิธีการดูแลและการรักษาต่างกันอย่างสิ้นเชิง การเข้าใจ ความแตกต่างระหว่างกระดูกข้อมือ เสื่อมกับเอ็นอักเสบ จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่จะช่วยให้คุณรับมือได้อย่างถูกวิธี

ทำความเข้าใจ "เอ็นข้อมืออักเสบ" ปวดตรงไหน สาเหตุเกิดจากอะไร?

ภาวะเอ็นข้อมืออักเสบ (Wrist Tendonitis) มักเกิดจากการใช้งานเส้นเอ็นรอบๆ ข้อมือซ้ำๆ เป็นเวลานาน หรือใช้งานผิดท่าอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการเสียดสี ตัวเส้นเอ็นและปลอกคุ้มเอ็นจึงเกิดการบวมอักเสบขึ้นมา

ลักษณะเด่นของเอ็นข้อมืออักเสบ ได้แก่:

  • ตำแหน่งที่ปวด: มักปวดเฉพาะจุด โดยเฉพาะบริเวณโคนนิ้วหัวแม่มือด้านข้างข้อมือ หรือปวดตามแนวเส้นเอ็นด้านหลังและด้านฝ่ามือ
  • ลักษณะอาการปวด: เจ็บแปล๊บเมื่อมีการขยับข้อมือ บิดเกร็ง หรือใช้งานเส้นเอ็นมัดนั้น เช่น ตอนขยับขวดน้ำ บิดผ้า หรือพิมพ์งาน
  • สัญญาณเตือนอื่น: อาจมีอาการบวมเล็กน้อยตามแนวเส้นเอ็น กดแล้วเจ็บ หรือรู้สึกเหมือนมีเสียงกึกๆ เวลาขยับนิ้วหรือข้อมือ

รู้จัก "กระดูกข้อมือเสื่อม" ความเสื่อมตามวัยที่ไม่ควรมองข้าม

กระดูกข้อมือเสื่อม (Wrist Osteoarthritis) คือการสึกหรอของกระดูกอ่อนที่คอยรองรับระหว่างข้อต่อกระดูกข้อมือ เมื่อกระดูกอ่อนนี้บางลงหรือค่อยๆ หายไป กระดูกจะเริ่มเสียดสีกันโดยตรง ทำให้เกิดการอักเสบ ปวด และโครงสร้างข้อต่อเปลี่ยนแปลงไป

สาเหตุหลักมาจากอายุที่เพิ่มขึ้น การเคยได้รับอุบัติเหตุบริเวณข้อมือมาก่อน เช่น กระดูกข้อมือแตกหัก หรือเกิดจากโรคข้ออักเสบเรื้อรัง

ลักษณะเด่นของกระดูกข้อมือเสื่อม ได้แก่:

  • ลักษณะอาการปวด: ปวดตึงลึกๆ ข้างในข้อ อาการปวดมักจะแย่ลงในช่วงเช้าหลังตื่นนอน หรือเมื่ออยู่ในที่อากาศเย็น
  • ข้อตึงและยึด: รู้สึกว่าข้อมือหมุนได้ไม่สะดวกเท่าเดิม พิสัยการเคลื่อนไหวลดลง หมุนข้อมือได้ไม่สุด
  • เสียงกรอบแกรบ: มีเสียงดังกึกกักหรือเสียงกรอบแกรบข้างในข้อเวลาหมุนข้อมือ เกิดจากผิวสัมผัสกระดูกที่ขรุขระเสียดสีกัน

เช็กให้ชัด! ความแตกต่างระหว่างกระดูกข้อมือเสื่อมกับเอ็นข้อมืออักเสบ สังเกตอย่างไร?

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน หมอขอสรุป ความแตกต่างระหว่างกระดูกข้อมือ เสื่อมและเอ็นข้อมืออักเสบ เพื่อให้สังเกตอาการตัวเองได้ง่ายขึ้น ดังนี้:

  • กลุ่มคนที่พบบ่อย: เอ็นอักเสบมักพบในคนวัยทำงาน แม่ลูกอ่อน หรือผู้ใช้มือทำงานหนักซ้ำๆ ส่วนกระดูกเสื่อมมักพบในผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีประวัติอุบัติเหตุที่ข้อมือมาก่อน
  • การตอบสนองต่อการพัก: เอ็นอักเสบ เมื่อได้พักการใช้งานมือ อาการปวดจะชะลอและดีขึ้นอย่างชัดเจน แต่กระดูกเสื่อม แม้ไม่ได้ใช้งานก็อาจมีอาการปวดตึงเรื้อรังได้ โดยเฉพาะช่วงเช้า
  • บริเวณที่รู้สึกปวด: เอ็นอักเสบจะเจ็บตื้นๆ ตามแนวเส้นเอ็น สามารถชี้นิ้วระบุจุดที่เจ็บได้ชัดเจน ส่วนกระดูกเสื่อมจะปวดลึกๆ กระจายทั่วข้อต่อข้อมือ

ปวดข้อมือแบบนี้ รับมือและดูแลตัวเองเบื้องต้นอย่างไรดี?

หากเพิ่งเริ่มมีอาการปวด สามารถปรับพฤติกรรมเพื่อถนอมข้อมือได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

วิธีประคบเย็น-ประคบร้อน ลดอาการปวดอย่างถูกวิธี

หากปวดบวมแดงร้อนฉับพลันจากการใช้งานหนัก ให้เลือกประคบเย็น 15-20 นาที เพื่อลดการอักเสบ แต่หากมีอาการปวดตึง ข้อติดแข็งในตอนเช้าจากกระดูกเสื่อม การประคบอุ่นจะช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้นและลดอาการตึงยึดได้ดีกว่า

การปรับพฤติกรรมและการใส่อุปกรณ์พยุงข้อมือ

พักการใช้งานมือข้างที่ปวด หลีกเลี่ยงการยกของหนัก การบิดข้อมือแรงๆ และอาจใช้อุปกรณ์พยุงข้อมือ สวมใส่ชั่วคราวขณะทำงานหรือตอนนอน เพื่อช่วยลดการเคลื่อนไหวและให้เส้นเอ็นหรือข้อต่อได้พักผ่อนเต็มที่

อาการปวดข้อมือแบบไหน ที่ควรมาพบหมอเพื่อตรวจอย่างละเอียด

แม้การดูแลตัวเองเบื้องต้นจะช่วยบรรเทาอาการได้ แต่หากพบสัญญาณเตือนต่อไปนี้ หมอแนะนำว่าควรรีบมาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจเอกซเรย์ หรืออัลตราซาวนด์อย่างละเอียด:

  • อาการปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทบการนอนและการใช้ชีวิตประจำวัน
  • ข้อมือมีอาการบวม แดง ร้อนอย่างเห็นได้ชัด หรือมีไข้ร่วมด้วย
  • มีอาการชา นิ้วมืออ่อนแรง หยิบจับสิ่งของแล้วหลุดมือบ่อยๆ
  • พักการใช้งานและประคบแล้ว อาการยังไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์

การวินิจฉัยที่ถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้ได้รับการรักษาตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการกายภาพบำบัด การรับประทานยาอย่างเหมาะสม หรือการฉีดยาเพื่อลดการอักเสบ ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้โรคบานปลายจนรักษาได้ยากในอนาคต

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down