เวลาที่คนไข้โรคหอบหืดหรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเดินเข้ามาหาที่ห้องตรวจ สิ่งหนึ่งที่มักจะได้ยินบ่อยๆ คืออาการเหนื่อยแน่นหน้าอก หายใจแล้วมีเสียงหวีด หรือมีเสมหะเหนียวข้นติดอยู่ในคอจนหายใจไม่อิ่ม ความรู้สึกทรมานแบบนี้ทำให้หลายคนกังวลและใช้ชีวิตประจำวันได้ไม่เต็มที่
ในฐานะหมอ ผมมักจะแนะนำให้ผู้ป่วยเข้าใจว่า การรักษาโรคปอดไม่ได้อาศัยแค่การกินยาเพียงอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่การใช้ยาให้ถูกวิธีร่วมกับการกำจัดเสมหะออกจากทางเดินหายใจ เพื่อเปิดทางให้ลมเข้าสู่ปอดได้สะดวกขึ้น วันนี้ผมจึงอยากมาเล่าให้ฟังถึงเรื่องแนวทางการพ่นยาขยายหลอดลมและการทำกายภาพบำบัดทรวงอก ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คนไข้กลับมาหายใจได้เต็มปอดอีกครั้ง
ทำความรู้จักกับยาสูดพ่นขยายหลอดลม ตัวช่วยเปิดทางลมให้โล่ง
ยาขยายหลอดลมชนิดสูดพ่นถือเป็นอาวุธชิ้นสำคัญ เพราะตัวยาจะเดินทางเข้าสู่หลอดลมและเนื้อปอดโดยตรง ออกฤทธิ์ได้รวดเร็วทันใจกว่าการกินยา แถมยังมีผลข้างเคียงน้อยกว่าด้วย แต่ปัญหาที่พบบ่อยคือ หลายคนพ่นยาไม่ถูกวิธี ทำให้ยาไปติดอยู่ที่ลิ้นหรือคอ มากกว่าที่จะลงไปลึกถึงถุงลมปอด
เทคนิคการพ่นยาแบบMDI พร้อมกระบอกพ่นยา
สำหรับยาสูดพ่นประเภทที่มีกระบอกพ่นยาหรือ Spacer ร่วมด้วย วิธีการใช้งานที่ถูกต้องมีขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน แต่ต้องอาศัยความใส่ใจ เริ่มจากการเขย่าหลอดสเปรย์ ต่อเข้ากับกระบอกพ่นยา จากนั้นหายใจออกให้สุดปอด นำปากกระบอกอมให้สนิทโดยใช้ริมฝีปากปิดรอบ ยาหนึ่งครั้งกดลงไปที่กระบอก แล้วสูดหายใจเข้าช้าๆ และลึกๆ ทางปาก กลั้นหายใจไว้ประมาณ 5 ถึง 10 วินาที เพื่อให้ตัวยาได้เกาะตามผนังหลอดลม จากนั้นค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออก
ข้อควรจำที่ผมมักจะย้ำกับคนไข้เสมอคือ หากต้องพ่นยาซ้ำอีกครั้ง ควรเว้นระยะห่างประมาณ 1 นาที และที่สำคัญหลังจากพ่นยาเสร็จแล้ว ต้องบ้วนปากและกลั้วคอด้วยน้ำสะอาดแล้วบ้วนทิ้งทุกครั้ง เพื่อป้องกันเชื้อราในปากและอาการเสียงแหบ
กายภาพบำบัดทรวงอก ทางออกของคนมีเสมหะคั่งค้างในปอด
นอกจากหลอดลมจะตีบแคบแล้ว ปัญหาส่วนใหญ่ที่ทำให้คนไข้แน่นหน้าอกก็คือเสมหะที่เหนียวข้นจนระบายออกเองไม่ได้ ยาขยายหลอดลมช่วยให้หลอดลมกว้างขึ้น แต่การทำกายภาพบำบัดทรวงอกจะช่วยกวาดเอาเสมหะเหล่านั้นให้ออกมาง่ายขึ้น เปรียบเสมือนการทำความสะอาดท่อลมในบ้านเรานี่เอง
การเคาะปอดและจัดท่าระบายเสมหะ
หลักการง่ายๆ ของการเคาะปอดคือการใช้แรงสั่นสะเทือนผ่านผนังทรวงอก เพื่อให้เสมหะที่เกาะติดอยู่ตามผนังหลอดลมหลุดร่วงลงมาสู่ทางเดินหายใจส่วนใหญ่ แล้วขับออกมาได้ด้วยการไอ โดยเราจะจัดท่าให้บริเวณปอดที่มีเสมหะอยู่ด้านบน เพื่อให้แรงโน้มถ่วงช่วยพาเสมหะไหลลงมา
เวลาทำ ให้ใช้มือทำเป็นอุ้งมือเหมือนเวลาเรากวักน้ำ แล้วเคาะเบาๆ และสม่ำเสมอลงบนบริเวณทรวงอกตรงตำแหน่งของกลีบปอดที่ต้องการระบาย หลีกเลี่ยงการเคาะบริเวณกระดูกสันหลัง กระดูกไหปลาร้า หรือซี่โครงส่วนล่าง การเคาะควรทำ นานประมาณ 3 ถึง 5 นาทีต่อท่า ร่วมกับการฝึกหายใจเข้าลึกๆ และการไออย่างถูกวิธี
การไออย่างมีประสิทธิภาพ ขั้นตอนสุดท้ายที่ช่วยเคลียร์ปอด
หลายคนพยายามไอแรงๆ แต่เสมหะก็ยังไม่ออกแถมยังเหนื่อยฟรี วิธีการไอที่ถูกต้องเรียกว่าการไอแบบ Huff Cough หรือการไอแบบหอบพ่นลม เริ่มจากการหายใจเข้าลึกๆ ทางจมูก กลั้นหายใจไว้สักครู่ แล้วอ้าปากออกเบาๆ พร้อมกับเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องแล้วเป่าลมออกทางปากแรงๆ ยาวๆ เหมือนพ่นกระจกให้เป็นฝ้า การทำแบบนี้จะช่วยดันเสมหะจากหลอดลมส่วนล่างขึ้นมาสู่คอหอย ทำให้บ้วนทิ้งได้ง่ายขึ้นโดยไม่ทำให้เจ็บคอหรือเหนื่อยหอบจนเกินไป
การดูแลสุขภาพปอดด้วยตัวเองที่บ้านไม่ใช่เรื่องยาก หากเราเข้าใจกลไกและทำอย่างสม่ำเสมอ การใช้ยาขยายหลอดลมควบคู่ไปกับการทำกายภาพบำบัดทรวงอกจะช่วยลดความถี่ในการไปโรงพยาบาล และคืนอิสระในการหายใจให้กับตัวคนไข้ได้เป็นอย่างดี