ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกอ่านหนังสือไม่ออก เขียนสะกดคำไม่ได้ เป็นเพราะขี้เกียจหรือเปล่า?

เวลาที่นั่งตรวจการบ้านกับลูกแล้วพบว่าลูกจำตัวอักษรไม่ได้ ผสมคำไม่เป็น หรือเขียนหนังสือสลับซ้ายขวาอยู่บ่อยๆ คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักจะเผลอดุว่าลูกไม่ตั้งใจ หรือบอกว่าลูกขี้เกียจ แต่ในฐานะแพทย์ที่ตรวจเด็กๆ มานาน ผมอยากชวนมามองมุมใหม่ เพราะอาการเหล่านี้อาจไม่ใช่เรื่องของความขี้เกียจ แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนจากภาวะที่สมองทำงานแตกต่างออกไป ซึ่งเราเรียกว่าโรคบกพร่องทางการเรียนรู้ หรือที่คุ้นหูกันในชื่อย่อว่าแอลดี

โรคบกพร่องทางการเรียนรู้ คืออะไร และเกิดจากอะไรกันแน่?

โรคบกพร่องทางการเรียนรู้ หรือ Learning Disorders ไม่ใช่โรคทางจิตเวช และไม่ได้เกิดจากความบกพร่องทางสติปัญญาหรือไอคิวต่ำ เด็กที่เป็นโรคนี้มักจะมีระดับสติปัญญาปกติหรือสูงกว่าปกติด้วยซ้ำ แต่ความผิดปกติอยู่ที่ระบบการทำงานของสมองส่วนที่ทำหน้าที่จัดการข้อมูล ตัวรับภาพ เสียง และการประมวลผลภาษา ทำให้การแปลงข้อมูลที่เห็นหรือได้ยินออกมาเป็นการอ่าน การเขียน หรือการคำนวณเกิดสะดุดและทำได้ยากกว่าเด็กทั่วไป โดยมักจะมีปมปัญหามาจากพันธุกรรมและการพัฒนาการของโครงสร้างสมองตั้งแต่กำเนิด

รูปแบบความยากลำบากที่มักพบในห้องเรียน

ความบกพร่องนี้ไม่ได้แสดงออกเหมือนกันในเด็กทุกคน แต่สามารถแบ่งออกเป็นด้านหลักๆ ที่คุณครูและผู้ปกครองสังเกตเห็นได้ชัดเจนดังนี้

ปัญหาการอ่านหนังสือสะสะดุดและช้ากว่าเพื่อน

เด็กกลุ่มนี้จะมีปัญหาเรื่องการจำหน้าตาตัวอักษร ผสมคำไม่ได้ อ่านหนังสือข้าม บรรทัดกระโดด หรืออ่านสะสะดุดเป็นคำๆ ทำให้ใช้เวลาอ่านนานมากและมักจะไม่เข้าใจความหมายของเรื่องที่อ่าน เพราะสมองต้องใช้พลังงานไปกับการสะกดคำจนหมด

ปัญหาการเขียนหนังสือและการสะกดคำที่ผิดเพี้ยน

เวลาให้คัดลายมือหรือเขียนตามคำบอก เด็กมักจะเขียนพยัญชนะสลับกัน เช่น ด กับ ต หรือ บ กับ ภ เขียนตัวหนังสือกลับด้าน หรือสะกดคำตามเสียงที่ได้ยินโดยไม่สนหลักไวยากรณ์ ทำให้สมุดการบ้านดูยุ่งเหยิงและมีรอยลบอยู่ตลอดเวลา

ปัญหาเรื่องตัวเลขและการคำนวณขั้นพื้นฐาน

บางคนไม่มีปัญหาเรื่องภาษาเลย แต่จะมาติดขัดเอามากๆ กับเรื่องตัวเลข การจำสูตรคูณ การเข้าใจค่าของจำนวน หรือการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ ซึ่งสมองส่วนการคิดคำนวณไม่สามารถประมวลผลออกมาได้อย่างราบรื่น

วิธีดูแลและช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้ให้เติบโตอย่างมีความสุข

ข่าวดีคือโรคนี้ไม่ใช่โรคที่รักษาไม่หาย แต่ต้องอาศัยความเข้าใจและการปรับวิธีการเรียนรู้ให้เข้ากับระบบสมองของเด็ก โดยแนวทางการดูแลประกอบด้วย

  • การวินิจฉัยที่แม่นยำจากผู้เชี่ยวชาญ: พาเด็กไปพบกุมารแพทย์พัฒนาการและพฤติกรรม หรือนักจิตวิทยาเพื่อประเมินระดับความสามารถและแยกแยะจากปัญหาอื่น เช่น โรคสมาธิสั้น
  • การศึกษาพิเศษเฉพาะบุคคล: ร่วมมือกับโรงเรียนในการจัดทำแผนการศึกษาเฉพาะบุคคล ปรับวิธีสอบเช่นการให้อ่านโจทย์ให้ฟังแทนการอ่านเอง หรือการพิมพ์ตอบแทนการเขียน
  • การเสริมสร้างความภาคภูมิใจในตัวเอง: เด็กแอลดีมักจะหมดกำลังใจได้ง่ายเพราะโดนตำหนิเรื่องเรียนบ่อยๆ พ่อคุณแม่จึงต้องค้นหาจุดเด่นด้านอื่นของลูก เช่น ดนตรี กีฬา หรือศิลปะ เพื่อให้เขารู้สึกมีคุณค่าและมีความสุขในการใช้ชีวิต

ท้ายที่สุดแล้ว การเข้าใจว่าลูกไม่ได้แกล้งทำ จะช่วยลดความกดดันในครอบครัวลงได้มาก การให้กำลังใจและความอดทนคือยาวิเศษที่จะช่วยให้เด็กกลุ่มนี้ก้าวผ่านอุปสรรคและเติบโตไปพร้อมกับศักยภาพที่ซ่อนอยู่ได้อย่างมั่นใจ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down