ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คุณเคยรู้สึกไม่สบายตัว ปวดท้อง หรือมีไข้โดยไม่รู้สาเหตุหรือเปล่า? บางครั้งอาการเหล่านี้อาจดูเหมือนอาการทั่วไป แต่ในบางกรณี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคนที่ชอบทานอาหารสุกๆ ดิบๆ ประเภทปลาน้ำจืด อาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายว่ากำลังเผชิญกับ “โรคพยาธิใบไม้ในตับ” ในระยะเฉียบพลันอยู่ก็เป็นได้

วันนี้หมอจะพาคุณมารู้จักกับโรคพยาธิใบไม้ในตับในระยะเฉียบพลันให้ลึกซึ้งขึ้น โดยเฉพาะอาการและสัญญาณสำคัญที่คุณต้องเฝ้าระวัง เพื่อจะได้รู้เท่าทันและรีบไปพบแพทย์ได้ทันท่วงที ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามใหญ่โต

พยาธิใบไม้ในตับคืออะไร? ทำไมเราต้องกังวล?

พยาธิใบไม้ในตับ (Liver fluke) เป็นพยาธิตัวแบนชนิดหนึ่งที่ชอบไปอาศัยอยู่ในท่อน้ำดีของคนและสัตว์ โดยเฉพาะในแถบภาคอีสานและภาคเหนือของประเทศไทยมักพบการระบาดอยู่บ่อยครั้ง เจ้าพยาธิตัวจิ๋วนี้จะเข้าสู่ร่างกายของเราจากการทานเนื้อปลาน้ำจืดดิบๆ หรือสุกๆ ดิบๆ ที่มีตัวอ่อนของพยาธิปะปนอยู่

ในระยะแรกที่พยาธิเพิ่งเข้าสู่ร่างกาย เราเรียกว่า “ระยะเฉียบพลัน” ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มตอบสนองต่อการมีอยู่ของพยาธิ การที่เรารู้จักอาการในระยะนี้จึงสำคัญมาก เพราะหากปล่อยไว้นาน พยาธิจะเติบโตและสร้างความเสียหายให้กับท่อน้ำดีและตับอย่างเรื้อรัง จนอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง เช่น ตับอักเสบ ท่อน้ำดีอุดตัน หรือแม้กระทั่งมะเร็งท่อน้ำดีได้เลยทีเดียว

รู้ได้อย่างไรว่ากำลังติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับระยะเฉียบพลัน? สัญญาณแรกเริ่มที่ต้องระวัง

เมื่อพยาธิใบไม้ในตับบุกเข้าสู่ร่างกายในระยะเฉียบพลัน ร่างกายจะแสดงสัญญาณบางอย่างออกมา ซึ่งอาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นหลังการได้รับเชื้อไม่นาน อาจเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือนก็ได้ ขึ้นอยู่กับปริมาณพยาธิที่ได้รับและภูมิคุ้มกันของแต่ละคน สัญญาณสำคัญที่คุณควรเฝ้าระวังมีดังนี้:

อาการปวดท้องที่ผิดปกติ: ลักษณะเฉพาะของพยาธิใบไม้ในตับ

  • ปวดท้องบริเวณชายโครงขวาหรือลิ้นปี่: เป็นอาการปวดที่พบบ่อยและเด่นชัด มักมีลักษณะปวดตื้อๆ หรือปวดบีบๆ เป็นพักๆ บางครั้งอาจร้าวไปที่หลังหรือไหล่ขวาก็ได้
  • ปวดท้องหลังกินอาหาร: โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมัน หรืออาหารที่กระตุ้นการทำงานของถุงน้ำดี
  • อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน: ร่วมด้วยในบางราย ทำให้ทานอาหารได้น้อยลง

การปวดท้องลักษณะนี้เกิดจากการที่พยาธิเข้าไปอยู่ในท่อน้ำดีและถุงน้ำดี ทำให้เกิดการอักเสบและระคายเคือง

ไข้สูง หนาวสั่น: เมื่อร่างกายกำลังต่อสู้

  • ไข้สูงเฉียบพลัน: อุณหภูมิร่างกายอาจสูงถึง 38-39 องศาเซลเซียส หรือสูงกว่านั้น
  • มีอาการหนาวสั่น: ร่วมกับไข้ เป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังพยายามต่อสู้กับการติดเชื้อ
  • เหงื่อออกมาก: โดยเฉพาะตอนไข้ลง

อาการไข้และหนาวสั่นเป็นปฏิกิริยาของระบบภูมิคุ้มกันที่ตอบสนองต่อการมีอยู่ของพยาธิและสารที่พยาธิขับออกมา

ผิวเหลือง ตาเหลือง: สัญญาณที่ตับเริ่มมีปัญหา

  • ตัวเหลือง ตาเหลือง (Jaundice): เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่ามีการอุดตันของท่อน้ำดี หรือมีการทำงานของตับที่ผิดปกติ
  • ปัสสาวะสีเข้มขึ้น: คล้ายสีชาแก่ๆ หรือน้ำโค้ก
  • อุจจาระสีซีดลง: หรือมีสีเหมือนโคลน

ภาวะตัวเหลืองตาเหลืองเกิดจากการที่พยาธิไปขัดขวางการไหลเวียนของน้ำดี ทำให้บิลิรูบิน (สารสีเหลือง) คั่งอยู่ในกระแสเลือดและเนื้อเยื่อต่างๆ

อาการอื่นๆ ที่อาจพบได้: อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด

  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย: แม้จะนอนหลับพักผ่อนเพียงพอ
  • เบื่ออาหาร ทานได้น้อย: ร่วมกับอาการคลื่นไส้ ทำให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ
  • น้ำหนักลดลง: อย่างผิดสังเกต โดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
  • ตับโต กดเจ็บ: ในบางรายแพทย์อาจคลำพบตับที่โตขึ้นและมีอาการเจ็บเมื่อกด

อาการเหล่านี้เป็นผลมาจากภาวะอักเสบเรื้อรัง การดูดซึมสารอาหารที่ผิดปกติ และการที่ร่างกายต้องใช้พลังงานในการต่อสู้กับพยาธิ

เกิดอะไรขึ้นในร่างกายของเราเมื่อมีพยาธิใบไม้ในตับ? (กลไกง่ายๆ ที่คุณควรรู้)

เมื่อเราทานอาหารที่มีตัวอ่อนของพยาธิใบไม้ในตับเข้าไป ตัวอ่อนจะเดินทางผ่านกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังท่อน้ำดีในตับของเรา เมื่อไปถึงแล้ว ตัวอ่อนก็จะเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยและวางไข่ สิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดการระคายเคืองและการอักเสบของท่อน้ำดี ตับ และเนื้อเยื่อรอบข้าง

ในช่วงระยะเฉียบพลันนี้ ร่างกายจะพยายามกำจัดพยาธิด้วยการสร้างภูมิคุ้มกัน ทำให้เกิดอาการไข้ หนาวสั่น และการอักเสบที่ส่งผลให้มีอาการปวดท้อง หากพยาธิมีจำนวนมากหรือทำให้เกิดการอุดตันของท่อน้ำดี ก็จะเกิดภาวะตัวเหลืองตาเหลืองตามมาได้

เมื่อไหร่ที่ต้องรีบไปหาหมอ? สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

หากคุณมีอาการใดๆ ตามที่กล่าวมาข้างต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณมีประวัติการทานปลาน้ำจืดดิบๆ หรือสุกๆ ดิบๆ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาทันที อย่ารอช้าเด็ดขาด เพราะการวินิจฉัยและรักษาที่รวดเร็วจะช่วยป้องกันไม่ให้โรคลุกลามและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งเป็นภาวะที่น่ากลัว

สัญญาณที่ต้องรีบไปพบแพทย์ ได้แก่:

  • มีอาการปวดท้องรุนแรงและต่อเนื่อง
  • ไข้สูงไม่ลดลง ร่วมกับหนาวสั่น
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง เห็นได้ชัดเจน
  • อ่อนเพลียมากจนทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันไม่ได้
  • น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ

การป้องกันดีกว่ารักษา: ทำอย่างไรให้ปลอดภัยจากพยาธิใบไม้ในตับ

วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคพยาธิใบไม้ในตับคือการหลีกเลี่ยงการทานปลาน้ำจืดดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ ควรปรุงอาหารให้สุกทั่วถึงด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสม หากเป็นไปได้ ให้เลือกทานปลาที่มาจากแหล่งที่เชื่อถือได้และผ่านการตรวจสอบว่าปลอดพยาธิ หมั่นดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล ล้างมือให้สะอาดก่อนและหลังทานอาหาร รวมถึงหลังเข้าห้องน้ำเสมอ การใส่ใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ จะช่วยให้คุณห่างไกลจากโรคร้ายและมีสุขภาพดีได้ในระยะยาว

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ