ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ภาวะหลอดเลือดผิดปกติในทางเดินอาหาร คืออะไรกันแน่

หลายครั้งที่คนไข้เดินเข้ามาปรึกษาหมอด้วยอาการถ่ายเป็นเลือด หรือมีภาวะซีดโดยหาสาเหตุไม่ได้ ทั้งที่ไม่ได้มีแผลในกระเพาะอาหารหรือมะเร็งลำไส้ หนึ่งในสาเหตุที่หมออยากให้รู้จักคือ ภาวะหลอดเลือดผิดปกติในทางเดินอาหาร หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Angiodysplasia มันคือการที่เส้นเลือดฝอยบริเวณผนังลำไส้มีการขยายตัวผิดปกติจนดูคล้ายกับกิ่งไม้หรือรอยแดง ซึ่งเปราะบางกว่าเส้นเลือดปกติมาก ทำให้มีโอกาสแตกและเกิดเลือดออกซึมๆ ได้ง่าย

ทำไมเส้นเลือดในลำไส้ถึงเริ่มงอแง

ภาวะนี้ไม่ได้เกิดจากการกินอาหารผิดประเภทหรือกรรมพันธุ์ที่ชัดเจนเสมอไป แต่มักพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ซึ่งเกิดจากความเสื่อมตามวัยของผนังเส้นเลือดที่อยู่ในลำไส้ใหญ่ส่วนต้นหรือลำไส้เล็ก ทำให้การไหลเวียนเลือดไม่เป็นระเบียบและผนังเส้นเลือดบางลงจนเป็นจุดที่มีเลือดออกเรื้อรัง

สัญญาณเตือนที่ต้องสังเกตตัวเอง

จุดที่ยากของภาวะนี้คือ มักไม่มีอาการปวดท้องรุนแรงเหมือนแผลในกระเพาะอาหาร แต่คนไข้มักมาด้วยอาการดังนี้:

  • ถ่ายเป็นเลือดสีแดงสดหรือสีคล้ำโดยไม่มีอาการปวดท้อง
  • มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หน้ามืด หรือเป็นลมจากการเสียเลือดเรื้อรังจนเกิดภาวะโลหิตจาง
  • ค่าความเข้มข้นของเลือดลดลงเรื่อยๆ ในการตรวจสุขภาพประจำปี

หมอตรวจหาภาวะนี้อย่างไร

เมื่อสงสัยว่าคนไข้มีภาวะหลอดเลือดผิดปกติในทางเดินอาหาร หมอจะเริ่มจากการซักประวัติและส่องกล้องเพื่อดูภายในทางเดินอาหาร:

  • การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่หรือกระเพาะอาหาร: เป็นวิธีที่เห็นผลชัดเจนที่สุด หมอจะเห็นรอยแดงหรือจุดเลือดออกได้โดยตรง
  • การส่องกล้องลำไส้เล็ก: หากส่องกล้องปกติแล้วไม่พบสาเหตุ แต่คนไข้ยังมีการเสียเลือดอยู่ หมออาจต้องส่องกล้องลำไส้เล็กเพิ่มเติม
  • การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือการฉีดสีดูเส้นเลือด: ในกรณีที่มีเลือดออกเฉียบพลันและรุนแรง เพื่อระบุตำแหน่งของเส้นเลือดที่มีปัญหา

วิธีจัดการและดูแลเมื่อตรวจพบ

ข่าวดีคือในปัจจุบันเราไม่ต้องผ่าตัดใหญ่เพื่อแก้ปัญหาจุดเลือดออกเหล่านี้แล้ว:

  • การจี้ด้วยไฟฟ้าหรือเลเซอร์ผ่านกล้อง: เมื่อหมอตรวจเจอจุดเลือดออก ก็สามารถใช้เครื่องมือจี้ปิดเส้นเลือดผิดปกตินั้นได้ทันทีระหว่างส่องกล้อง
  • การใช้ยาเฉพาะทาง: ในบางกรณีที่ไม่สามารถจี้ปิดได้ หรือมีจุดเลือดออกหลายจุด หมออาจพิจารณาใช้ยากลุ่มฮอร์โมนหรือยาอื่นๆ เพื่อช่วยลดการเกิดเลือดออก
  • การรักษาภาวะโลหิตจาง: ควบคู่ไปกับการหยุดเลือด เราต้องเติมธาตุเหล็กหรือวิตามินเพื่อฟื้นฟูร่างกายจากอาการซีดให้กลับมาเป็นปกติ

เมื่อไหร่ที่ควรตัดสินใจมาพบหมอ

หากพบว่าอุจจาระมีสีผิดปกติ หรือรู้สึกว่าร่างกายอ่อนเพลียผิดสังเกตโดยหาสาเหตุไม่ได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป อย่าปล่อยทิ้งไว้จนซีดหนัก การมาตรวจแต่เนิ่นๆ ช่วยให้หมอพบจุดที่ผิดปกติและจัดการได้ง่ายด้วยการส่องกล้อง ไม่ต้องเจ็บตัวจากการผ่าตัดใหญ่ครับ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down