ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ภาวะหลอดเลือดผิดปกติในทางเดินอาหาร คืออะไรกันแน่

หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับการปวดท้องจากโรคกระเพาะหรือกรดไหลย้อน แต่ถ้าวันดีคืนดีเกิดอาการถ่ายเป็นเลือดสดโดยที่ไม่มีอาการปวดท้องนำมาก่อน หรือรู้สึกเพลียเหมือนเลือดจางโดยไม่ทราบสาเหตุ หนึ่งในภาวะที่หมออยากให้คนไข้รู้จักไว้คือ ภาวะหลอดเลือดผิดปกติในทางเดินอาหาร หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Angiodysplasia ครับ

หากจะให้อธิบายให้เห็นภาพง่ายที่สุด ให้ลองจินตนาการถึงเส้นเลือดฝอยในผนังลำไส้ที่เกิดการขยายตัวผิดปกติจนกลายเป็นกลุ่มเส้นเลือดที่เปราะบางและบวมโตเหมือนก้อนเลือดเล็กๆ ตามผนังลำไส้ใหญ่ เมื่อเส้นเลือดพวกนี้เปราะมาก ผนังลำไส้ที่ควรจะเรียบเนียนกลับมีจุดอ่อน เมื่อมีการผ่านของกากอาหาร หรือแค่การบีบตัวปกติ ก็อาจทำให้เกิดการรั่วซึมของเลือดออกมาได้ครับ

ทำไมอยู่ๆ เส้นเลือดถึงมาผิดปกติเอาตอนแก่

เรามักพบภาวะนี้บ่อยในผู้สูงอายุตั้งแต่อายุ 60 ปีขึ้นไป โดยไม่ได้เกิดจากพันธุกรรมที่ส่งต่อกันมา แต่เป็นผลพวงจากความเสื่อมตามธรรมชาติของหลอดเลือดในระบบทางเดินอาหารที่ทำงานมานานหลายสิบปี ทำให้ผนังหลอดเลือดมีความยืดหยุ่นน้อยลงและขยายตัวผิดปกติจนกลายเป็นติ่งหลอดเลือดเล็กๆ ขึ้นมา

สัญญาณเตือนที่ร่างกายกำลังบอกเรา

อาการของภาวะนี้อาจจะดูน่าตกใจสำหรับคนไข้หลายคน โดยสัญญาณที่พบบ่อยได้แก่:

  • ถ่ายอุจจาระเป็นเลือดสีแดงสด หรือเลือดแดงเข้มโดยไม่มีอาการปวดท้อง
  • ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กแบบเรื้อรัง ซึ่งบางครั้งคนไข้ไม่รู้ตัวว่ากำลังเสียเลือดทางเดินอาหารอยู่ เพราะเลือดค่อยๆ ซึมออกมาทีละน้อย
  • อาการหน้ามืด ใจสั่น หรืออ่อนเพลียผิดปกติ เนื่องจากเสียเลือดสะสมจนร่างกายสร้างเม็ดเลือดแดงไม่ทัน

หมอวินิจฉัยและรักษาด้วยวิธีไหน

เมื่อคนไข้มาพบหมอด้วยอาการถ่ายเป็นเลือด การตรวจวิธีแรกที่สำคัญที่สุดคือ การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) ซึ่งจะช่วยให้หมอเห็นจุดที่มีเลือดออกได้โดยตรง หากพบจุดหลอดเลือดที่ผิดปกติ หมอสามารถให้การรักษาในคราวเดียวกันได้เลยโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่

วิธีหยุดเลือดโดยไม่ต้องผ่าตัด

  • การจี้ด้วยไฟฟ้าหรือเลเซอร์ผ่านกล้อง เพื่อปิดจุดที่เลือดออก
  • การใช้คลิปหนีบขนาดเล็กเพื่อปิดปากแผลในจุดที่เลือดกำลังไหล
  • ในบางกรณีที่เลือดออกซ้ำซาก หมออาจพิจารณาการใช้ยาหรือการฉีดสารบางอย่างเพื่ออุดเส้นเลือดผ่านทางรังสีร่วมรักษา

ควรดูแลตัวเองอย่างไรถ้าเคยมีประวัติเลือดออก

แม้ว่าการรักษาผ่านกล้องจะได้ผลดี แต่ภาวะนี้อาจเกิดขึ้นซ้ำได้ในจุดอื่นๆ ของลำไส้ ดังนั้นคนไข้ควรหมั่นสังเกตสีอุจจาระของตัวเองสม่ำเสมอ และหากมีอาการหน้ามืด อ่อนเพลีย หรือถ่ายเป็นเลือดอีกครั้ง ไม่ควรซื้อยาหยุดถ่ายมากินเอง ควรกลับมาพบแพทย์เพื่อทำการตรวจประเมินซ้ำให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันการเสียเลือดจนเกิดภาวะช็อกหรือซีดรุนแรงครับ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down