ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกหายใจครืดคราด ไอโขลก และซึมลง: สัญญาณเตือนภัยจากปอดเล็กๆ

ช่วงเวลาที่ลูกน้อยเริ่มมีอาการหวัด คัดจมูก และไอเบาๆ พ่อหลายคนแม่อาจจะคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาของเด็กเล็ก เดี๋ยวก็หายได้เอง แต่ถ้าผ่านไปสักสองสามวันแล้ว อาการของลูกดูไม่ดีขึ้น กลับหายใจเร็ว หายใจแรงจนซี่โครงยุบ หรือมีเสียงหวีดในอก นั่นคือสัญญาณเตือนที่หมออยากให้รีบพามาพบแพทย์ เพราะเจ้าตัวเล็กอาจกำลังเผชิญกับภาวะหลอดลมฝอยอักเสบเฉียบพลันในเด็กทารก ซึ่งเป็นโรคระบบทางเดินหายใจที่พบได้บ่อยและต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด

โรคนี้คืออะไร และทำไมถึงอันตรายในเด็กเล็ก?

ภาวะหลอดลมฝอยอักเสบเฉียบพลันในทารกและเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งตัวร้ายหลักมักจะเป็นไวรัส RSV หรือ Human Metapneumovirus เชื้อเหล่านี้จะเข้าไปโจมตีทางเดินหายใจส่วนปลาย ทำให้เยื่อบุหลอดลมฝอยเกิดการบวมอักเสบ มีเสมหะและเมือกเหนียวๆ หลั่งออกมาอุด

ทางเดินหายใจที่ตีบตัน ส่งผลอย่างไรต่อลูกน้อย?

ด้วยความที่หลอดลมของทารกนั้นมีขนาดเล็กมากอยู่แล้ว พอเกิดการบวมและมีเสมหะอุดกั้น จึงทำให้ลมหายใจเข้าและออกผ่านไปได้ยาก ลูกน้อยจึงต้องออกแรงหายใจมากกว่าปกติ กลายเป็นความเหนื่อยหอบที่พ่อแม่สังเกตเห็นได้ชัดเจน และหากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม อาจทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ

อาการแบบไหนที่ฟ้องว่าลูกกำลังแย่ลง?

ในช่วงแรกอาการจะคล้ายกับหวัดธรรมดา คือ มีน้ำมูกใส ไอ และไข้ต่ำๆ แต่พอเข้าวันที่สองถึงวันที่สี่ อาการจะเริ่มลุกลามและสังเกตความผิดปกติได้จากจุดเหล่านี้:

  • หายใจเร็วกว่าปกติ: สังเกตจากหน้าอกที่กระเพื่อมขึ้นลงถี่ๆ
  • หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม: เวลาหายใจจะเห็นร่องใต้ซี่โครงหรือหลุมคอแฟบลงไป
  • หายใจมีเสียงวีด: ได้ยินเสียงลมหายใจดังวีดๆ โดยเฉพาะเวลาหายใจออก
  • กินนมได้น้อยลง: เพราะเหนื่อยหอบจนไม่อยากดูดนม หรือดื่มน้ำไม่ได้
  • ซึมลง กระสับกระส่าย: ร้องกวนผิดปกติหรืออ่อนเพลีย

การดูแลรักษาและการพาลูกไปหาหมอ

โรคนี้ส่วนใหญ่เกิดจากไวรัส จึงเป็นการรักษาตามอาการเป็นหลัก เช่น การพ่นยาขยายหลอดลม การเคาะปอดและดูดเสมหะออกเพื่อช่วยให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้น รวมถึงการให้ออกซิเจนเสริมในรายที่มีภาวะพร่องออกซิเจน ในช่วงที่ลูกป่วย พ่อแม่ควรช่วยพ่นยาหรือหยอดจมูกด้วยน้ำเกลือเพื่อช่วยละลายน้ำมูก และแบ่งป้อนนมมื้อเล็กๆ แต่บ่อยครั้งขึ้นเพื่อป้องกันการสำลักและภาวะขาดน้ำ

วิธีป้องกันไม่ให้ลูกรักต้องเผชิญกับโรคนี้

เนื่องจากยังไม่มีวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุหลักโดยตรง การป้องกันที่ดีที่สุดคือการรักษาสสุขอนามัย หลีกเลี่ยงการพาเด็กเล็กไปอยู่ในที่แออัดช่วงที่มีการระบาดของโรคทางเดินหายใจ หมั่นล้างมือบ่อยๆ และแยกเด็กออกจากผู้ที่มีอาการป่วยเป็นหวัดหรือไอ เพื่อลดความเสี่ยงในการรับเชื้อเข้าสู่ร่างกายของลูกน้อย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down