ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมลูกน้อยต้องร้องไห้โยเยและออกแรงเบ่งทุกครั้งก่อนจะอึ?

หนึ่งในคำถามยอดฮิตที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่มักจะหอบหิ้วมาปรึกษาหมอที่คลินิกอยู่เสมอ คือเรื่องอาการเบ่งอึของลูกน้อย หลายครอบครัวเล่าด้วยความกังวลว่า ลูกเพิ่งอายุได้ไม่กี่สัปดาห์ แต่ทุกครั้งที่จะถ่ายอุจจาระ จะต้องร้องไห้งอแง หน้าดำหน้าแดง ตัวเกร็ง และออกแรงเบ่งอยู่นานนับสิบนาที จนคนเป็นพ่อเป็นแม่แทบใจจะขาดตาม แต่พอเบ่งออกมาได้สำเร็จ อุจจาระกลับเหลว นิ่ม และเป็นปกติ ไม่ได้แข็งเป็นลูกกระสุนเหมือนคนท้องผูกเสียหน่อย อาการแบบนี้ไม่ได้แปลว่าลูกท้องผูก แต่เป็นเพราะร่างกายของเขากำลังเผชิญกับความท้าทายในการเรียนรู้ทักษะใหม่ที่ยากที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิต นั่นคือการควบคุมระบบขับถ่ายของตัวเอง

เปิดระบบการทำงานในร่างกาย: กลไกการทำงานของหูรูดทวารหนักแลการประสานงานของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานที่ซับซ้อนกว่าที่คิด

สำหรับผู้ใหญ่อย่างเรา การเดินเข้าห้องน้ำเพื่อขับถ่ายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติโดยแทบไม่ต้องคิด แต่สำหรับทารกแรกเกิดที่ระบบประสาทและกล้ามเนื้อยังเติบโตไม่เต็มที่ การอึหนึ่งครั้งต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของร่างกายที่ซับซ้อนมาก โดยหัวใจสำคัญอยู่ที่ กลไกการทำงานของหูรูดทวารหนักและการประสานงานอย่างเป็นระบบของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน

เมื่อมีอุจจาระเคลื่อนตัวลงมาสะสมในส่วนปลายของลำไส้ใหญ่ ร่างกายของทารกจะเกิดปฏิกิริยารีเฟลกซ์ตามธรรมชาติเพื่อเตรียมขับถ่าย แต่การที่อุจจาระจะหลุดออกมาได้นั้น ทารกจะต้องทำสองสิ่งนี้พร้อมๆ กัน

  • เพิ่มแรงดันในช่องท้อง: ด้วยการเบ่งและเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องรวมถึงกะบังลม เพื่อช่วยดันให้อุจจาระเคลื่อนตัวลงมา
  • ผ่อนคลายทางออก: ด้วยการคลายกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานและหูรูดทวารหนัก เพื่อเปิดทางให้อุจจาระผ่านออกไปได้สะดวก

ความยากอยู่ตรงที่ เด็กทารกยังไม่รู้วิธีการทำสองสิ่งนี้ในเวลาเดียวกัน บ่อยครั้งที่พวกเขากำลังออกแรงเบ่งเพื่อดันอุจจาระลงมา แต่ดันไปเผลอขมิบหรือเกร็งกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักปิดเอาไว้ซะอย่างนั้น ผลลัพธ์ที่ได้จึงกลายเป็นการออกแรงดันชนกับประตูที่ปิดสนิท ทำให้ลูกต้องใช้แรงเยอะขึ้นจนหน้าแดงและร้องไห้ออกมาด้วยความอึดอัด

หูรูดสองชั้นที่ยังทำงานไม่สอดประสานกัน

หากเจาะลึกเข้าไปที่บริเวณทางออก จะพบว่าหูรูดทวารหนักของมนุษย์เราแบ่งออกเป็นสองชั้น ชั้นในทำงานนอกเหนือการควบคุมของจิตใจ เมื่อมีแรงดันจากอุจจาระมันจะคลายตัวออกเองตามธรรมชาติ ส่วนหูรูดชั้นนอกเป็นกล้ามเนื้อที่อยู่ภายใต้การควบคุมของสมอง ซึ่งทารกยังควบคุมได้ไม่ดีนัก ในช่วงเดือนแรกๆ สมองของทารกยังส่งสัญญาณประสาทมาควบคุมหูรูดชั้นนอกนี้ได้ไม่สมบูรณ์ ทำให้กลไกการเปิด-ปิดช่องทวารยังทำงานติดๆ ขัดๆ ไม่ประสานกัน

กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน: ตัวแปรสำคัญที่ยังควบคุมไม่ได้ดั่งใจ

กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน โดยเฉพาะกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่พยุงช่องทวารหนัก (Puborectalis Muscle) มีลักษณะคล้ายห่วงคล้อง ดึงรั้งทวารหนักให้เป็นมุมหักงอเพื่อกักเก็บอุจจาระไว้ เวลาที่ต้องการถ่ายอุจจาระ กล้ามเนื้อชิ้นนี้จะต้องคลายตัวเพื่อให้ลำไส้ตรงเหยียดตรงเป็นเส้นตรง ทำให้อุจจาระไหลผ่านได้ง่าย แต่ในทารก กล้ามเนื้อกลุ่มนี้ยังไม่ได้รับการฝึกฝนให้คลายตัวอย่างเป็นจังหวะพร้อมกับการเบ่ง จึงเกิดอาการเหมือนการเหยียบคันเร่งพร้อมกับเหยียบเบรกไปพร้อมๆ กัน

ภาวะเบ่งอึแต่ไม่ออกในเด็กทารก (Infant Dyschezia) เรื่องธรรมชาติที่พ่อแม่ไม่ต้องตกใจ

ทางการแพทย์เรียกภาวะที่ทารกพยายามเบ่งถ่ายอุจจาระแต่ยังทำได้ไม่ประสานกันนี้ว่า Infant Dyschezia ซึ่งไม่ใช่โรค และไม่ได้เกิดจากความผิดปกติทางโครงสร้างร่างกายแต่อย่างใด แต่เป็นเพียงช่วงวัยแห่งการเรียนรู้ พัฒนาการนี้มักจะเกิดขึ้นในช่วงอายุประมาณ 2-3 สัปดาห์หลังคลอด และจะค่อยๆ ดีขึ้นเองจนหายสนิทเมื่อเข้าสู่วัย 3-4 เดือน เนื่องจากระบบประสาทและกล้ามเนื้อได้รับการพัฒนาจนเชื่อมต่อกันได้อย่างสมบูรณ์แล้ว

ข้อสังเกตสำคัญที่ช่วยแยกแยะภาวะนี้ออกจากอาการท้องผูกจริง คือความลักษณะของอุจจาระ หากลูกใช้เวลาเบ่งนาน มีอาการร้องไห้กวนงอแงก่อนถ่าย แต่เมื่ออุจจาระออกมาแล้วกลับมีลักษณะนิ่มเหลวดี นั่นแสดงว่าเป็นภาวะนี้อย่างแน่นอน ในทางตรงกันข้าม หากอุจจาระที่ออกมาแห้ง แข็ง เป็นก้อนกลม หรือมีเลือดปน นั่นจึงจะถือว่าเป็นอาการท้องผูกที่ต้องได้รับการดูแลรักษา

พ่อแม่จะช่วยลูกน้อยอย่างไร ในวันที่ร่างกายเขากำลังเรียนรู้วิธีขับถ่าย

เมื่อเข้าใจแล้วว่านี่คือขั้นตอนตามธรรมชาติ สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำคือการให้เวลาและปล่อยให้ลูกได้ฝึกฝนเรียนรู้ด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม มีวิธีละมุนละม่อมหลายวิธีที่สามารถช่วยบรรเทาความอึดอัดและช่วยให้ลูกผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ง่ายขึ้น

  • นวดท้องกระตุ้นการทำงานของลำไส้: ใช้ปลายนิ้วนวดเบาๆ รอบสะดือของลูกในทิศทางตามเข็มนาฬิกา หรือทำท่าเลียนแบบการปั่นจักรยานอากาศ โดยจับขาของลูกยืดหดสลับไปมาเบาๆ ท่านี้จะช่วยกระตุ้นการเคลื่อนตัวของลำไส้และช่วยระบายลมในท้องได้ดี
  • หลีกเลี่ยงการสวนทวารหรือกระตุ้นก้นโดยไม่จำเป็น: การใช้คอตตอนบัดชุบน้ำมันพืชหรือยาสวนมาเหน็บหรือแยงที่รูก้นของลูกเพื่อกระตุ้นให้อึ แม้จะช่วยให้ออกทันทีในตอนนั้น แต่ในระยะยาวจะส่งผลเสียอย่างมาก เพราะเป็นการแย่งโอกาสที่ลูกจะได้ฝึกควบคุมกล้ามเนื้อด้วยตัวเอง และอาจทำให้สมองของลูกจดจำว่าต้องมีสิ่งมากระตุ้นภายนอกเท่านั้นจึงจะขับถ่ายได้
  • โอบกอดและช่วยปรับท่าทาง: ในขณะที่ลูกกำลังเบ่ง ให้โอบกอดลูกไว้ หรือจับลูกนอนหงายแล้วดันเข่าทั้งสองข้างให้ชิดกับอกเบาๆ ท่านี้จะช่วยเพิ่มแรงดันในช่องท้องตามธรรมชาติและช่วยเปิดมุมของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานให้ตรงขึ้น ทำให้ระบายอุจจาระได้ง่ายขึ้น

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมไว้รับมือมากที่สุดคือ ความใจเย็น พึงระลึกไว้เสมอว่าอาการร้องไห้โยเยและอาการเบ่งจนตัวงอนั้นเป็นเพียงสัญญาณบอกว่าเขากำลังใช้ความพยายามอย่างหนักในการทำงานร่วมกันของร่างกาย เมื่อเวลาผ่านไปไม่กี่สัปดาห์ ร่างกายของเขาจะจดจำกลไกการทำงานนี้ได้เองในที่สุด และการขับถ่ายของเจ้าตัวเล็กจะกลายเป็นเรื่องง่ายดายและราบรื่นโดยที่คุณแม่ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down