ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot

การประเมินความรุนแรงของไข้ด้วยตนเองที่บ้าน: เมื่อไหร่ที่ควรดูแลเอง และเมื่อไหร่ที่ต้องไปพบหมอ

ลูกมีไข้แค่ไหนถึงจะเรียกว่าสูง และเราจะรู้ได้อย่างไรว่าต้องกังวล

เวลาลูกหรือคนในบ้านตัวร้อนขึ้นมา สิ่งแรกที่เรามักทำคือการหยิบปรอทมาวัดไข้ แต่หลายครั้งที่เห็นตัวเลขบนหน้าจอปรอทแล้วเกิดความสับสนว่าตกลงไข้แค่นี้ถือว่าสูงไหม การประเมินความรุนแรงของไข้ด้วยตนเองที่บ้าน ไม่ใช่แค่การดูตัวเลขบนปรอทเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการสังเกตอาการร่วมด้วย เพราะร่างกายแต่ละคนมีเกณฑ์การตอบสนองต่ออุณหภูมิที่แตกต่างกัน

สัญญาณเตือนจากร่างกายที่บอกว่าไข้เริ่มวิกฤต

นอกเหนือจากอุณหภูมิที่วัดได้ ซึ่งโดยทั่วไปหากเกิน 38 องศาเซลเซียสถือว่ามีไข้ เราต้องดูสภาพร่างกายโดยรวมประกอบด้วย หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วยถือว่าน่ากังวล:

  • อาการซึมลง หรือดูอ่อนเพลียผิดปกติจนไม่ยอมขยับตัว
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจแรง หรือมีเสียงหวีด
  • มีผื่นขึ้นตามตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะผื่นที่เป็นจุดเลือดออก
  • อาเจียนรุนแรง หรือถ่ายเหลวหลายครั้งจนเริ่มมีอาการขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ตาโหล หรือไม่ปัสสาวะนานเกิน 6 ชั่วโมง
  • มีอาการชักร่วมด้วย

วิธีดูแลเบื้องต้นเมื่อไข้ขึ้นสูงที่ทำได้เองทันที

การจัดการกับไข้ที่บ้านเป้าหมายหลักคือการทำให้คนไข้รู้สึกสบายตัวขึ้น ไม่ใช่แค่การลดตัวเลขบนปรอทให้เป็นปกติเสมอไป

เช็ดตัวลดไข้ให้ถูกวิธี

การเช็ดตัวที่ถูกต้องคือการใช้ผ้าชุบน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่น ไม่แนะนำให้ใช้น้ำเย็นจัดเพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัวและอุณหภูมิภายในร่างกายสูงขึ้น การเช็ดควรเน้นบริเวณข้อพับ ซอกคอ และหน้าผาก เพื่อช่วยระบายความร้อนจากเส้นเลือดใหญ่ที่อยู่ใกล้ผิวหนัง

การกินยาให้ได้ผลและปลอดภัย

การใช้ยาลดไข้พาราเซตามอลควรคำนวณตามน้ำหนักตัว โดยกินห่างกันอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือห้ามกินยาเกินขนาด และหากเป็นไข้จากโรคติดเชื้อบางชนิด ควรเลี่ยงยาในกลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เพราะอาจส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือดหรือระคายเคืองกระเพาะอาหารได้

อาการแบบไหนที่ห้ามรอช้า ต้องพาไปหาหมอเดี๋ยวนี้

หากเราประเมินความรุนแรงของไข้ด้วยตนเองแล้วพบความผิดปกติบางอย่าง การไปโรงพยาบาลคือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด โดยเฉพาะในกรณีที่มีไข้สูงติดต่อกันเกิน 48 ชั่วโมงโดยไม่ลดลงเลย หรือมีไข้สูงร่วมกับอาการคอแข็ง เกร็ง หรือมีอาการสับสนทางสมอง รวมถึงในเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 3 เดือนที่มีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส อาการเหล่านี้ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ทันที

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down