ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกมีไข้ทำอย่างไรดี? วิธีสังเกตอาการง่ายๆ ที่พ่อแม่ต้องรู้

หลายครั้งที่คนไข้หรือคุณพ่อคุณแม่มักจะกังวลใจเวลาเห็นตัวเลขบนปรอทวัดไข้พุ่งสูงขึ้น หมอเข้าใจดีครับว่าความรู้สึกใจหายเวลาคนใกล้ตัวตัวร้อนจี๋นั้นน่าตื่นเต้นแค่ไหน แต่จริงๆ แล้วการประเมินความรุนแรงของไข้ด้วยตนเองที่บ้านนั้นทำได้ไม่ยาก หากเราเข้าใจหลักการสังเกตอาการเบื้องต้น แทนที่จะมองแค่ตัวเลขบนปรอทเพียงอย่างเดียว

ทำความเข้าใจก่อนว่า ไข้ ไม่ใช่โรค แต่เป็นสัญญาณเตือนจากร่างกาย

ก่อนอื่นอยากให้เข้าใจตรงกันว่า ไข้เป็นกลไกการป้องกันตัวของร่างกายเมื่อเจอกับเชื้อโรค การมีไข้ไม่ใช่สิ่งเลวร้ายเสมอไป มันคือการที่ระบบภูมิคุ้มกันกำลังทำงานหนักเพื่อต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอม ดังนั้นเป้าหมายของการดูแลที่บ้านคือการทำให้คนไข้สุขสบายขึ้น ไม่ใช่การพยายามกดตัวเลขให้ต่ำลงจนเป็นปกติในทันทีครับ

วิธีวัดไข้ให้แม่นยำและช่วงเวลาที่ควรเฝ้าระวัง

การจะบอกว่าไข้รุนแรงหรือไม่ จุดเริ่มต้นคือการวัดไข้ที่ถูกต้อง หมอแนะนำให้ใช้ปรอทดิจิทัลและวัดในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นทางรักแร้หรือทางปาก โดยที่สำคัญที่สุดคือการจดบันทึกเวลาและอุณหภูมิไว้ หากไข้มีลักษณะขึ้นๆ ลงๆ หรือไข้สูงติดต่อกันเกิน 48 ชั่วโมง นั่นคือสัญญาณว่าเราควรใส่ใจเป็นพิเศษ

เช็กอาการร่วมที่บ่งบอกว่าสถานการณ์เริ่มไม่ปกติ

นอกจากการประเมินความรุนแรงของไข้ด้วยตนเองที่บ้านจากการวัดอุณหภูมิแล้ว สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคืออาการร่วมครับ หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที:

  • มีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ยอมเล่น หรือไม่ยอมกินอาหารและน้ำ
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจลำบาก หรือหายใจแรงจนหน้าอกบุ๋ม
  • มีผื่นขึ้นตามตัว หรือจุดเลือดออกใต้ผิวหนัง
  • มีอาการชักเกร็งหรือกระตุก โดยเฉพาะในเด็กเล็ก
  • มีอาการขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ตาโหล หรือไม่ปัสสาวะนานเกิน 6-8 ชั่วโมง

ดูแลตัวเองที่บ้านอย่างไรให้ปลอดภัยและสบายตัว

หัวใจสำคัญคือการดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อทดแทนน้ำที่สูญเสียไปจากไข้และการระเหยของเหงื่อ ส่วนการเช็ดตัวด้วยน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นเล็กน้อยเป็นวิธีที่ดีมากในการช่วยลดอุณหภูมิร่างกาย ส่วนการกินยาลดไข้ ควรใช้ในขนาดที่เหมาะสมตามน้ำหนักตัวและเว้นระยะห่างตามคำแนะนำของเภสัชกรหรือหมออย่างเคร่งครัด

อาการแบบไหนที่ต้องรีบไปพบแพทย์โดยไม่ควรรอ

แม้จะประเมินความรุนแรงของไข้ด้วยตนเองที่บ้านแล้ว แต่หากมีไข้สูงเกิน 39 องศาเซลเซียสแล้วไม่ยอมลดลงแม้จะเช็ดตัวและกินยาแล้ว หรือหากเป็นผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคปอด หรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง การรอสังเกตอาการที่บ้านอาจไม่เพียงพอ การมาพบหมอเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้มีการติดเชื้อรุนแรงแทรกซ้อนถือเป็นการตัดสินใจที่ปลอดภัยที่สุดครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down