ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกตัวร้อนกี่องศาถึงควรเริ่มให้ยา

เวลาลูกตัวร้อน พ่อแม่หลายคนมักกังวลจนรีบหยิบยามาให้กินทันที แต่ในความเป็นจริง การที่ลูกมีอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นเล็กน้อยเป็นกลไกธรรมชาติที่ร่างกายใช้ต่อสู้กับเชื้อโรค หากลูกยังดูร่าเริง กินนมได้ปกติ หรือเล่นได้ตามปกติ อาจไม่จำเป็นต้องรีบป้อนยาลดไข้เสมอไป หมอแนะนำว่าควรให้ยาเมื่อเด็กมีไข้ตั้งแต่ 38.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป หรือในกรณีที่เด็กมีอาการงอแง อ่อนเพลีย หรือปวดเมื่อยตัวจากการมีไข้ เพื่อช่วยให้เด็กสบายตัวขึ้น

สูตรคำนวณยาพาราเซตามอลให้เหมาะกับน้ำหนักตัวลูก

การกะประมาณด้วยช้อนชาหรือฝาตวงยาตามอายุอาจทำให้เกิดความผิดพลาดได้ เพราะเด็กแต่ละคนที่มีอายุเท่ากันอาจมีน้ำหนักตัวต่างกันมาก การคำนวณตามน้ำหนักตัวจริงจึงแม่นยำและปลอดภัยที่สุด โดยมีหลักการง่ายๆ คือ ให้เด็กได้รับยาพาราเซตามอลขนาด 10-15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ต่อครั้ง

ตัวอย่างการคำนวณ:

  • หากลูกหนัก 10 กิโลกรัม: ปริมาณยาที่เหมาะสมคือ 100-150 มิลลิกรัม
  • ยาพาราเซตามอลชนิดน้ำเชื่อมส่วนใหญ่มีความเข้มข้น 120 มิลลิกรัม ต่อ 5 มิลลิลิตร (1 ช้อนชา) ดังนั้นเด็กหนัก 10 กิโลกรัม จะได้รับยาประมาณ 4-6 มิลลิลิตร

หมอขอเน้นย้ำว่า การใช้ไซริงค์สำหรับป้อนยาจะช่วยให้ได้ปริมาณที่แม่นยำกว่าการใช้ช้อนตวงที่มากับขวดยา

กฎเหล็กเรื่องเวลาและการเว้นระยะการกินยา

หัวใจสำคัญของการใช้ยาพาราเซตามอลคือการเว้นระยะห่างให้เหมาะสม เพื่อป้องกันการสะสมของยาที่มากเกินไปจนเป็นอันตรายต่อตับ โดยปกติแล้วเด็กควรได้รับยาห่างกันอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง และในหนึ่งวันไม่ควรได้รับยาเกิน 5 ครั้ง หรือไม่เกิน 60 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน หากไข้ไม่ลดหลังป้อนยาครบตามโดสที่คำนวณแล้ว ห้ามป้อนเพิ่มทันทีเด็ดขาด แต่ควรใช้วิธีเช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุณหภูมิห้องแทน

ข้อควรระวังที่ห้ามมองข้ามเมื่อใช้ยากับลูกน้อย

อันตรายที่สุดของการใช้ยาพาราเซตามอลคือการได้รับยาเกินขนาด พ่อแม่ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าลูกไม่ได้กินยาแก้หวัดหรือยาอื่นที่มีส่วนประกอบของพาราเซตามอลซ้ำซ้อน เพราะอาจทำให้เกิดภาวะตับอักเสบเฉียบพลันได้ นอกจากนี้ หากลูกมีประวัติแพ้ยาหรือมีปัญหาเรื่องตับและไต ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาทุกครั้ง

อาการแบบไหนที่ให้ยาแล้วไม่ดีขึ้น จนต้องพาลูกไปหาหมอ

ถ้าให้ยาลดไข้อย่างถูกต้องตามน้ำหนักตัวแล้ว แต่ไข้ยังคงสูงลอยติดต่อกันเกิน 3 วัน หรือลูกมีอาการซึมลง อาเจียนบ่อย หายใจหอบเหนื่อย หรือมีผื่นขึ้นตามตัว อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนว่าไข้ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อธรรมดา หรืออาจมีการติดเชื้อที่รุนแรงกว่านั้น พ่อแม่ควรพาลูกมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดทันที อย่ารอช้าจนอาการทรุดหนัก

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down