พอได้ยินคำว่าฉายรังสี หลายคนคงใจหายและนึกถึงภาพน่ากลัว
เวลาที่นั่งคุยกับคนไข้ในห้องตรวจแล้วต้องบอกข่าวว่าผลชิ้นเนื้อยืนยันว่าเป็นมะเร็งปากมดลูก สีหน้าของทุกคนมักจะเต็มไปด้วยความกังวลและความกลัว โดยเฉพาะเวลาที่พูดถึงการรักษาด้วย การฉายรังสีรักษาในผู้ป่วยมะเร็ง หลายคนจินตนาการไปไกลว่าต้องเจ็บปวดทรมานผิวหนังไหม หรือร่างกายจะรับไหวหรือเปล่า ในฐานะหมอ ผมอยากชวนมาทำความเข้าใจเรื่องนี้ด้วยกันแบบสบายๆ เหมือนพี่น้องคุยกัน เพื่อที่เราจะได้เดินหน้าสู้โรคนี้ไปด้วยกันอย่างมีความรู้และลดความกลัวลงครับ
จริงๆ แล้วการฉายรังสีคืออะไร และทำไมถึงต้องทำในโรคนี้?
หลักการง่ายๆ ของการฉายรังสีก็คือ การใช้พลังงานสูงจากรังสีเอกซ์หรืออนุภาคอื่นๆ ยิงเข้าไปทำลายเซลล์มะเร็งที่บริเวณปากมดลูกและอุ้งเชิงกราน โดยความตั้งใจของแพทย์คือ พยายามกำจัดเจ้าเซลล์มะเร็งตัวร้ายเหล่านี้ให้หมดไป พร้อมๆ กับพยายามหลีกเลี่ยงเนื้อเยื่อปกติรอบข้างให้ได้มากที่สุด ในมะเร็งปากมดลูก การฉายรังสีรักษาในผู้ป่วยมะเร็ง ถือเป็นหนึ่งในเสาหลักของการรักษา ไม่ว่าจะทำเพื่อหวังหายขาด ควบคู่กับการให้ยาเคมีบำบัด หรือใช้เพื่อช่วยลดอาการปวดหรือควบคุมโรคในกรณีที่เป็นระยะลุกลามครับ
ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนฉายแสงครั้งแรก ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
ก่อนจะเริ่มฉายรังสีจริงๆ เราไม่ได้เดินเข้าไปแล้วนอนเตียงเลยนะครับ ขั้นตอนมันจะมีกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ละเอียดอ่อน เริ่มตั้งแต่การจำลองตำแหน่งด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เพื่อให้คุณหมอรังสีรักษาคำนวณมุมและปริมาณรังสีที่พอเหมาะพอเจาะกับสรีระของเรา ช่วงนี้แหละที่สำคัญมาก คนไข้หลายคนกังวลเรื่องการเตรียมตัว เช่น การกลั้นปัสสาวะหรือการสวนอุจจาระ ซึ่งคุณหมอและเจ้าหน้าที่รังสีเทคนิคจะคอยแนะนำทีละขั้นตอนอย่างใกล้ชิด ไม่ต้องเครียดล่วงหน้าเลยครับ
การฉายรังสีมีกี่แบบ และแต่ละแบบต่างกันอย่างไร?
การฉายรังสีสำหรับมะเร็งปากมดลูกหลักๆ จะแบ่งออกเป็นสองแบบที่ต้องทำร่วมกันเปรียบเสมือนจิ๊กซอว์สองชิ้น:
- การฉายรังสีภายนอก: อันนี้จะเหมือนเวลาเราไปเอกซเรย์ปอดครับ นอนบนเตียงเฉยๆ เครื่องจะหมุนรอบตัวเรา ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที ทำติดต่อกันประมาณสัปดาห์ละ 5 วัน ต่อเนื่องไปราวๆ 5-6 สัปดาห์ ไม่เจ็บเลยตอนทำ
- การใส่แร่หรือการฉายรังสีภายใน: อันนี้แหละที่คนไข้แอบกลัวกันเยอะ เป็นการนำเอาสารกัมมันตภาพรังสีใส่เข้าไปบริเวณช่องคลอดหรือปากมดลูกในช่วงเวลาสั้นๆ เพื่อให้รังสีไปโดนก้อนมะเร็งแบบเน้นๆ โดยตรง ช่วยเพิ่มความแม่นยำและลดผลกระทบต่ออวัยวะข้างเคียง
ผลข้างเคียงที่ต้องเจอระหว่างทาง และวิธีรับมือฉบับคุณหมอแนะนำ
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการรักษาทุกอย่างมีผลข้างเคียง การฉายรังสีรักษาในผู้ป่วยมะเร็ง ก็เช่นกันครับ เนื่องจากรังสีต้องผ่านผิวหนังและอวัยวะในอุ้งเชิงกราน อาการที่พบบ่อยจึงมักหนีไม่พ้นเรื่องเหล่านี้:
- อาการระคายเคืองผิวหนังบริเวณท้องน้อยหรือสะโพก: ผิวอาจจะคล้ำขึ้นหรือแห้งแดง เหมือนโดนแดดเผา วิธีดูแลคือใช้สบู่อ่อนๆ ทาโลชั่นที่แพทย์แนะนำ และหลีกเลี่ยงการเกา
- ระบบขับถ่ายเปลี่ยนแปลง: อาจจะมีอาการถ่ายเหลว ปัสสาวะแสบขัด หรือรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้น เพราะกระเพาะปัสสาวะและลำไส้เล็กโดนรังสี การดื่มน้ำมากๆ และทานอาหารอ่อนย่อยง่ายช่วยได้มากครับ
- ความรู้สึกอ่อนเพลีย: ร่างกายต้องใช้พลังงานในการซ่อมแซมตัวเองสูงมาก ช่วงนี้ต้องพักผ่อนเยอะๆ กินอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบหมู่
การดูแลตัวเองหลังจบคอร์สรักษา การฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาแข็งแรง
พอมาราธอนการฉายรังสีจบลง ไม่ได้แปลว่าหน้าที่เราจบแค่นั้นนะครับ ช่วงหลังการรักษาคือช่วงเวลาสำคัญในการฟื้นฟูร่างกาย การมาร่างกายตามนัดหมายแพทย์อย่างสม่ำเสมอเพื่อตรวจติดตามอาการเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้เลย นอกจากนี้ การดูแลสุขภาพจิตใจให้แจ่มใส พูดคุยกับคนรอบข้าง และการค่อยๆ กลับมาขยับร่างกายเบาๆ จะช่วยให้ระบบต่างๆ ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น อยากให้จำไว้เสมอว่า คุณไม่ได้ต่อสู้กับโรคนี้อยู่คนเดียว ทีมแพทย์ พยาบาล และครอบครัวพร้อมที่จะเดินเคียงข้างคุณไปตลอดเส้นทางนี้ครับ