เวลาตรวจสุขภาพประจำปีแล้วผลเลือดฟ้องว่าเอนไซม์ตับเริ่มสูง หรือหมอทักว่ามีภาวะไขมันพอกตับ สิ่งแรกที่คนไข้หลายคนมักจะถามด้วยความกังวลใจคือ หมอคะ/ครับ หนูหรือผมต้องกินยาอะไรเสริมไหมความจริงแล้ว หัวใจสำคัญของการดูแลตับไม่ได้อยู่ที่การหายาแพงๆ มาบำรุง แต่กลับอยู่ที่การหยุดพฤติกรรมทำร้ายตับ โดยเฉพาะเรื่องการกินอาหารในชีวิตประจำวันนี่แหละครับ
ตับเปรียบเสมือนโรงงานเคมีและด่านหน้าในการคัดกรองสารพิษทุกอย่างที่เรากินเข้าไป เมื่อเรากินอาหารที่ไม่เป็นมิตรกับร่างกาย ตับจะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อกำจัดของเสียเหล่านี้นานวันเข้าตับก็จะเริ่มเหนื่อยล้า เกิดการอักเสบ และสะสมไขมันจนกลายเป็นโรคตับเรื้อรังได้ มาดูกันครับว่ามีอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อลดภาระของตับอะไรบ้าง ที่เราควรลด ละ เลิก ตั้งแต่วันนี้
น้ำตาลทรายและเครื่องดื่มหวานเจี๊ยบ ตัวการสร้างไขมันพอกตับเงียบๆ
เวลาพูดถึงตับพัง หลายคนมักนึกถึงเรื่องเหล้าเบียร์เป็นอันดับแรก แต่รู้ไหมครับว่า น้ำตาลฟุกโตส หรือน้ำตาลหวานๆ ที่อยู่ในชานมไข่มุก น้ำอัดลม และเบเกอรี่ตัวดีนี่แหละ ที่เป็นสาเหตุหลักของโรคไขมันพอกตับที่ไม่เกี่ยวกับแอลกอฮอล์
เมื่อเรากินน้ำตาลปริมาณมากๆ เกินกว่าที่ร่างกายจะใช้หมด ตับจะทำหน้าที่เปลี่ยนน้ำตาลส่วนเกินเหล่านี้ให้กลายเป็นไขมัน แล้วสะสมไว้ตามเซลล์ตับ จนทำให้ตับอักเสบได้โดยที่เราไม่รู้ตัว ทางที่ดีควรลดการดื่มน้ำหวาน ขนมกรุบกรอบ และหันมาดื่มน้ำเปล่าให้มากๆ จะดีต่อตับที่สุดครับ
อาหารทอดกรอบและไขมันอิ่มตัวสูง ที่ทำให้ตับทำงานจนเหนื่อยหอบ
ของทอดๆ มันๆ เฟรนช์ฟรายส์ ไก่ทอดกรอบ หรือเนื้อสัตว์ติดมันมากๆ เป็นของโปรดของใครหลายคน แต่ของอร่อยเหล่านี้มักอุดมไปด้วยไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์
เวลาที่เรากินไขมันกลุ่มนี้เข้าไป ตับต้องผลิตน้ำดีออกมาย่อยอย่างหนักหน่วง แถมไขมันส่วนเกินยังไปขัดขวางกระบวนการเผาผลาญในร่างกาย ทำให้ตับต้องแบกรับภาระที่หนักหน่วงจนเกิดภาวะตับอักเสบตามมา ถ้าอยากให้ตับได้พักผ่อน ลองเปลี่ยนมาเป็นวิธีต้ม นึ่ง ย่าง หรืออบแทนการทอดน้ำมันท่วม จะช่วยลดภาระให้ตับได้เยอะเลยครับ
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มารร้ายตัวจริงเสียงจริงของเซลล์ตับ
ข้อนี้คงปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ครับ เพราะแอลกอฮอล์ทุกหยดต้องผ่านกระบวนการเผาผลาญที่ตับโดยตรง เมื่อตับต้องย่อยสลายแอลกอฮอล์ จะเกิดสารอนุมูลอิสระและสารพิษที่เข้าไปทำลายเซลล์ตับโดยตรง
คนที่ดื่มจัดต่อเนื่องเป็นเวลานาน เซลล์ตับจะตายและเกิดพังผืดเข้ามาแทนที่ จนกลายเป็นตับแข็งในที่สุด ดังนั้น ถ้าอยากดูแลตับให้อยู่กับเราไปนานๆ การงดหรือจำกัดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ให้อยู่ในระดับที่น้อยมากๆ จึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยครับ
อาหารแปรรูปและฟาสต์ฟู้ด โซเดียมสูงที่ทำให้ร่างกายบวมและตับเครียด
ไส้กรอก ลูกชิ้น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง และอาหารแช่แข็งพร้อมทาน แม้จะสะดวกสบายในวันที่เร่งรีบ แต่อาหารเหล่านี้มักซ่อนโซเดียมปริมาณมหาศาล รวมถึงสารกันบูดและสารปรุงแต่งอาหารต่างๆ
สารเคมีเหล่านี้ล้วนเป็นภาระที่ตับต้องเข้ามาช่วยขับออก การกินอาหารแปรรูปเป็นประจำทำให้ตับต้องทำงานหนักอย่างต่อเนื่องจนเกิดความเครียดสะสม การหันมาทำอาหารกินเองจากวัตถุดิบสดใหม่ จะช่วยให้เราควบคุมปริมาณเกลือและสารเคมีเข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้นมากครับ
เนื้อแดงแปรรูปและไขมันสัตว์ ปริมาณมากเกินไปก็ไม่ไหว
เนื้อวัว เนื้อหมูติดมัน หรือเนื้อสัตว์ที่ผ่านกระบวนการแปรรูปอย่างเบคอน แฮม แม้จะเป็นแหล่งโปรตีนที่ดี แต่ถ้ากินในปริมาณที่มากเกินไป โดยเฉพาะส่วนที่มีไขมันแทรกเยอะๆ จะทำให้ตับต้องทำงานหนักในการจัดการกับไขมันอิ่มตัวและโคเลสเตอรอล
หมอแนะนำว่าให้ลองเปลี่ยนมารับประทานโปรตีนย่อยง่าย เช่น ปลาทะเลเนื้อขาว เต้าหู้ หรือไข่ต้ม สลับกันไป จะช่วยให้ร่างกายได้โปรตีนที่มีคุณภาพโดยที่ตับไม่ต้องทำงานหนักจนเกินไป
เคล็ดลับง่ายๆ ในการปรับพฤติกรรมเพื่อฟื้นฟูสุขภาพตับ
การดูแลตับไม่ได้หมายความว่าเราต้องอดของอร่อยทุกอย่างในชีวิตนะครับ แต่เป็นการเดินทางสายกลาง เน้นการกินอาหารให้หลากหลาย เน้นผักผลไม้สดที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันในร่างกาย เพียงเท่านี้ตับของเราก็จะกลับมาแข็งแรงและทำหน้าที่คัดกรองสารพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพไปอีกนานครับ