เวลาที่มีคนไข้เดินเข้ามาในห้องตรวจแล้วเปิดแขนหรือแผ่นหลังให้ดูผื่น เม็ดตุ่มแดงๆ ใสๆ ที่เพิ่งขึ้นตามตัว สิ่งแรกที่หมอมักจะถามคำถามยอดฮิตกลับไปคือ ในบ้านหรือที่ทำงานมีใครเป็นไข้สุกใสมาก่อนหรือเปล่า เพราะเจ้าผื่นจากโรคไข้สุกใสนี้เขามีเอกลักษณ์และวิธีการแสดงตัวที่ค่อนข้างจำเพาะเจาะจงมาก วันนี้หมอเลยอยากมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ ว่าผื่นตัวนี้หน้าตาเป็นอย่างไร ระยะเวลาการพัฒนาการของมันเป็นแบบไหน และเราจะดูแลตัวเองหรือคนใกล้ตัวอย่างไรไม่ให้เกิดแผลเป็นตามมา
จากจุดแดงๆ สู่ตุ่มน้ำใส หน้าตาของผื่นสุกใสเป็นอย่างไร
จุดเริ่มต้นของโรคนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดครับ มันมักจะเริ่มจากไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย แล้วอยู่ๆ ก็มีผื่นแดงราบขึ้นตามตัว หน้าอก แผ่นหลัง และลามไปที่ใบหน้าหรือหนังศีรษะ สิ่งที่หมออยากให้สังเกตคือ ผื่นมันจะไม่ได้ขึ้นมาพรวดเดียวหมด แต่มันจะทยอยขึ้นเป็นระลอกๆ ทำให้เราเห็นผื่นหลายระยะอยู่ในเวลาเดียวกันบนตัวคนไข้คนเดียว
พัฒนาการ 4 ระยะของตุ่มสุกใสที่ต้องรู้ทัน
เวลาที่เราตรวจคนไข้ หมอจะคอยอธิบายให้ฟังเสมอว่าตุ่มน้ำเหล่านี้มันจะเดินทางผ่านกี่ช่วงชีวิต เพื่อที่คนไข้จะได้ไม่ตกใจเวลาเห็นสภาพผิวตัวเองเปลี่ยนไป
- ระยะที่หนึ่ง: เริ่มจากตุ่มแดงราบขนาดเล็ก คล้ายกับยุงกัด
- ระยะที่สอง: ผ่านไปไม่นานตรงกลางตุ่มจะนูนขึ้นและกลายเป็นตุ่มน้ำใสๆ ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
- ระยะที่สาม: น้ำใสข้างในจะเริ่มขุ่นขึ้นเล็กน้อย และตุ่มน้ำจะเริ่มแตกหรือยุบตัวลง
- ระยะที่สี่: กลายเป็นสะเก็ดแห้งๆ หลุดลอกออกไป ซึ่งเป็นช่วงที่ใกล้หายสนิทแล้ว
ทำไมผื่นสุกใสมันถึงคันยุบยิบจนแทบคลั่ง
ความทรมานที่แท้จริงของโรคนี้ไม่ใช่เรื่องไข้สูงครับ แต่เป็นอาการคันจากตัวผื่นนี่แหละ กลไกของเชื้อไวรัสวอริเซลลาซอสเตอร์ (Varicella-Zoster Virus) พอมันกระจายตัวมาที่ผิวหนัง จะทำให้เกิดการอักเสบและกระตุ้นเส้นประสาทใต้ผิวหนัง ส่งสัญญาณความคันออกมาตลอดเวลา ยิ่งเกา ยิ่งมัน ยิ่งคัน และนี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้เชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนเข้าแผล จนกลายเป็นแผลเป็นหลุมลึกที่อยู่ติดตัวไปตลอดชีวิต
วิธีดูแลตัวเองและบรรเทาอาการคันแบบไม่พึ่งการเกา
ในฐานะหมอ สิ่งที่เน้นย้ำกับคนไข้มากที่สุดคือ ห้ามแกะ ห้ามเกา เด็ดขาด เรามีวิธีจัดการกับอาการคันและความเจ็บปวดจากผื่นได้หลายวิธีโดยไม่ต้องเอาเล็บไปขูดขีดผิวหนัง
- ใช้แป้งน้ำคาราไมล์ทาเพื่อลดอาการคันและช่วยให้ตุ่มน้ำแห้งไวขึ้น
- ตัดเล็บให้สั้นกุด หรือใส่ถุงมือผ้าเวลานอนเพื่อป้องกันเผลอเกาตอนหลับ
- อาบน้ำอุณหภูมิห้องปกติ หลบเลี่ยงน้ำอุ่นจัดเพราะจะทำให้เส้นเลือดขยายและยิ่งคันหนักขึ้น
- เลือกใส่เสื้อผ้าเนื้อนุ่ม หลวมสบาย ไม่เสียดสีกับตัวตุ่มน้ำ
ยาแก้แพ้และยาทาจำเป็นแค่ไหนในเคสนี้
บางคนซื้อยามาทาเองมั่วซั่ว ซึ่งหมอไม่แนะนำเลยครับ หากมีอาการคันมากๆ แพทย์อาจจะพิจารณาจ่ายยากลุ่มต้านฮีสตามีนหรือยาแก้แพ้ชนิดกิน เพื่อช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้นตอนกลางคืน ส่วนยาต้านไวรัส ถ้ารู้ตัวเร็วและกินภายใน 48 ชั่วโมงแรกที่ผื่นขึ้น จะช่วยลดความรุนแรงของโรคและทำให้ผื่นยุบไวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น
อาการแบบไหนที่แปลว่าเริ่มอันตรายและควรมาหาหมอ
โดยทั่วไปไข้สุกใสในเด็กมักหายได้เองตามธรรมชาติ แต่ถ้าเกิดขึ้นในผู้ใหญ่ หญิงตั้งครรภ์ หรือคนที่มีภูมิต้านทานต่ำ โรคนี้อาจรุนแรงได้ หากสังเกตพบว่ามีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที
- ไข้สูงติดต่อกันหลายวันไม่ยอมลด แม้จะกินยาลดไข้แล้วก็ตาม
- บริเวณรอบตุ่มน้ำมีอาการแดงจัด บวม ร้อน หรือมีหนองไหลออกมา ซึ่งแปลว่าเริ่มมีการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน
- มีอาการปวดหัวรุนแรง ซึมลง หายใจหอบเหนื่อย หรือเดินเซ
การเป็นไข้สุกใสแม้จะดูน่ารำคาญจากเจ้าผื่นตุ่มน้ำทั่วตัว แต่ถ้าเราเข้าใจธรรมชาติของโรค ดูแลความสะอาดอย่างเคร่งครัด และอดทนไม่เกา ไม่นานผิวของเราก็จะกลับมาเรียบเนียนเหมือนเดิมครับ