ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่คนไข้มาหาแล้วบ่นว่าเหนื่อยง่าย ใจสั่น หรือมีไข้ต่ำๆ เรื้อรังที่หาสาเหตุไม่เจอ หนึ่งในโรคที่หมอมักจะนึกถึงและต้องตรวจเช็กให้ละเอียดก็คือเรื่องของ การอักเสบของลิ้นหัวใจ ครับ โรคนี้ฟังดูอาจจะไกลตัวสำหรับหลายคน แต่จริงๆ แล้วมันอันตรายกว่าที่คิด เพราะลิ้นหัวใจเปรียบเสมือนประตูห้องหัวใจที่คอยควบคุมให้เลือดไหลไปในทิศทางที่ถูกต้อง พอประตูนี้เริ่มมีปัญหา การทำงานของหัวใจทั้งดวงก็รวนไปหมด

ลิ้นหัวใจอักเสบคืออะไร ทำไมถึงน่ากลัว?

พูดให้เข้าใจง่ายๆ เลยคือ โรคนี้เกิดจากการที่เชื้อโรค (ส่วนใหญ่เป็นแบคทีเรีย) หลุดเข้ามาในกระแสเลือด แล้วเจ้ากรรมดันไปเกาะอยู่ตามเนื้อเยื่อของลิ้นหัวใจที่กำลังอ่อนแอ ทำให้เกิดการติดเชื้อและอักเสบขึ้นมา เจ้าเชื้อพวกนี้จะสร้างก้อนเนื้อเยื่อเล็กๆ ที่เรียกว่า Vegetation หน้าตาคล้ายหงอนไก่หรือก้อนตะไคร่น้ำไปเกาะอยู่ตรงขอบลิ้นหัวใจ ทำให้ลิ้นหัวใจปิดไม่สนิท เกิดอาการรั่ว หรือบางทีก็หนาตัวจนเปิดไม่ออก เกิดภาวะตีบตามมา เลือดไปเลี้ยงร่างกายไม่พอ หัวใจก็ต้องทำงานหนักขึ้นจนเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวตามมาได้ในที่สุด

สาเหตุมาจากไหน ทำไมเชื้อถึงหลุดมาที่หัวใจได้?

หลายคนสงสัยว่าเชื้อโรคเข้าไปในหัวใจได้ยังไง จริงๆ แล้วเส้นทางมันใกล้ตัวกว่าที่เราคิดครับ สาเหตุหลักๆ มักมาจาก:

  • ฟันผุและเหงือกอักเสบ: อันนี้พบบ่อยที่สุด เวลาเราแปรงฟันหรือไปขูดหินปูน แล้วเลือดออก เชื้อแบคทีเรียในปากที่มีอยู่แล้ว จะฉวยโอกาสนี้มุดเข้ากระแสเลือด แล้วเดินทางตรงดิ่งมาที่หัวใจ
  • แผลติดเชื้อตามผิวหนัง: แผลเรื้อรังที่ไม่ได้รักษาความสะอาดอย่างถูกวิธี
  • การใช้เข็มฉีดยาที่ไม่สะอาด: มักพบในกลุ่มผู้ใช้สารเสพติด
  • อุปกรณ์ทางการแพทย์: เช่น สายสวนปัสสาวะ หรือลิ้นหัวใจเทียมที่ใส่ไปแล้วเกิดการติดเชื้อ

เช็กด่วน อาการแบบนี้เตือนภัยโรคลิ้นหัวใจอักเสบ

ความยากของโรคนี้คือ อาการเริ่มต้นมันไม่จำเพาะเจาะจงเอาเสียเลย เหมือนคนเป็นไข้หวัดใหญ่หรือติดเชื้อทั่วไป ทำให้หลายคนชะล่าใจ ลองดูลิสต์อาการเหล่านี้ว่ามีตรงกับตัวเราหรือคนใกล้ตัวบ้างไหม

  • มีไข้เรื้อรังและหนาวสั่น: ไข้ต่ำๆ ที่กินยาลดไข้แล้วไม่ยอมหายขาดสักที เป็นๆ หายๆ นานเป็นสัปดาห์
  • เหนื่อยง่ายผิดปกติ: จากเดิมเคยเดินขึ้นบันไดชั้นเดียวสบายๆ ตอนนี้แค่เดินนิดหน่อยก็หอบเหนื่อย
  • ใจสั่น เจ็บแน่นหน้าอก: รู้สึกเหมือนหัวใจเต้นเร็ว แรง หรือเต้นผิดจังหวะ
  • มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง: หรือมีอาการบวมที่เท้าและขาโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • น้ำหนักลด เบื่ออาหาร: ผอมลงแบบไม่มีสาเหตุร่วมด้วย

หมอวินิจฉัยอย่างไร เมื่อสงสัยว่าเป็นโรคนี้

ถ้าหมอตรวจร่างกายแล้วได้ยินเสียงฟู่ผิดปกติที่หัวใจ (Heart Murmur) ร่วมกับมีไข้เรื้อรัง ขั้นตอนต่อไปคือการตรวจยืนยันที่ละเอียดขึ้น ซึ่งการตรวจที่สำคัญที่สุดคือ การทำอัลตราซาวด์หัวใจ (Echocardiogram) ไม่ว่าจะเป็นแบบทำทางหน้าอกหรือส่องกล้องผ่านหลอดอาหาร (TEE) วิธีนี้จะทำให้หมอเห็นภาพลิ้นหัวใจชัดเจน เหมือนเปิดดูหน้าจอโทรทัศน์ จะได้เห็นเลยว่ามีก้อนเชื้อโรคเกาะอยู่ตรงไหน ลิ้นหัวใจรั่วหรือพังแค่ไหน นอกจากนี้ก็ต้องมีการเจาะเลือดเพาะเชื้อ (Blood Culture) เพื่อหาหน้าตาเจ้าแบคทีเรียตัวการ จะได้เลือกใช้ยาปฏิชีวนะได้ตรงจุดที่สุด

วิธีรักษา: เรื่องนี้ต้องรีบรักษาตัวในโรงพยาบาล

เมื่อเจอโรคนี้แล้ว ไม่สามารถนอนกินยาอยู่ที่บ้านได้นะครับ ต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อรับยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำเข้มข้น ซึ่งต้องให้อย่างต่อเนื่องยาวนาน 4 ถึง 6 สัปดาห์ เพื่อให้มั่นใจว่าฆ่าเชื้อที่เกาะอยู่ตามลิ้นหัวใจจนหมดเกลี้ยงจริงๆ ในบางเคสที่ลิ้นหัวใจเสียหายหนักมาก เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวรุนแรง หรือให้ยาแล้วเชื้อไม่ยอมตาย หมอก็อาจจะต้องส่งต่อให้ศัลยแพทย์หัวใจทำการผ่าตัดซ่อมแซมหรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียมกันเลยทีเดียว

ดูแลตัวเองอย่างไรให้ห่างไกลจากโรคนี้

การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอครับ วิธีที่ดีที่สุดในการดูแลลิ้นหัวใจของเราให้แข็งแรงคือ:

  • ใส่ใจสุขภาพช่องปาก: แปรงฟันให้ถูกวิธี ใช้ไหมขัดฟัน และที่สำคัญคือต้องไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันและขูดหินปูนอย่างน้อยปีละ 2 ครั้งเสมอ อย่ารอให้ปวดฟันแล้วค่อยไป
  • รักษาความสะอาดแผล: หากมีแผลตามร่างกาย โดยเฉพาะแผลลึกหรือแผลเรื้อรัง ต้องรีบทำความสะอาดและรักษาให้หายขาด อย่าปล่อยให้ติดเชื้อลุกลาม
  • ระวังเป็นพิเศษสำหรับคนกลุ่มเสี่ยง: หากใครที่มีประวัติเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด หรือเคยมีประวัติลิ้นหัวใจอักเสบมาก่อน เวลาจะต้องทำฟันหรือทำหัตถการที่มีความเสี่ยงเลือดออก ต้องแจ้งทันตแพทย์หรือแพทย์ผู้treating ทุกครั้ง เพราะอาจจะต้องได้รับยาปฏิชีวนะป้องกันก่อนทำหัตถการครับ

โรคการอักเสบของลิ้นหัวใจเป็นเรื่องใกล้ตัวที่อันตราย แต่ป้องกันได้ เริ่มต้นง่ายๆ จากการดูแลสุขภาพฟันและร่างกายให้แข็งแรงเสมอ หากมีอาการผิดปกติ เช่น ไข้เรื้อรังร่วมกับเหนื่อยง่าย อย่าปล่อยทิ้งไว้ รีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจหัวใจให้แน่ใจดีที่สุดครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down