ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมลูกถึงดูเหนื่อยล้ามากกว่าปกติ

คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจเคยสงสัยว่า ทำไมลูกที่เคยร่าเริง ถึงดูซึมลง ไม่สดใสเหมือนเดิม หรือมีอาการง่วงนอนบ่อยทั้งที่ดูเหมือนได้นอนหลับเต็มอิ่ม อาการเหล่านี้อาจไม่ได้เกิดจากความขี้เกียจหรือการเล่นซนจนเหนื่อยเพียงอย่างเดียว แต่เป็นสัญญาณเตือนของ ภาวะอดนอนและเหนื่อยล้าเรื้อรัง ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้ อาจส่งผลกระทบต่อทั้งพัฒนาการทางร่างกายและอารมณ์ของเด็กในระยะยาว

ภาวะอดนอนเรื้อรังในเด็กเกิดจากอะไรได้บ้าง

คำว่าอดนอนไม่ใช่แค่การที่เด็กไม่ยอมเข้านอน แต่รวมถึงคุณภาพการนอนที่ไม่ดีด้วย แม้ลูกจะเข้านอนเร็ว แต่หากมีการรบกวนระหว่างคืน ก็ถือว่าลูกมีภาวะอดนอนได้ สาเหตุหลักที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • การใช้หน้าจอสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตก่อนนอน ซึ่งแสงสีฟ้าจะไปยับยั้งฮอร์โมนเมลาโทนินที่ช่วยให้หลับสบาย
  • ตารางกิจกรรมที่แน่นเกินไปจนเด็กไม่มีเวลาพักผ่อนสมอง
  • ปัญหาเรื่องทางเดินหายใจ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หรือภูมิแพ้ที่ทำให้จมูกตันจนนอนกรน
  • ความเครียดหรือความวิตกกังวลจากที่โรงเรียนหรือสภาพแวดล้อมที่บ้าน

สังเกตให้ไวว่าลูกกำลังเข้าสู่ภาวะเหนื่อยล้าเรื้อรังหรือไม่

อาการของเด็กที่ประสบภาวะเหนื่อยล้าเรื้อรังมักจะแสดงออกมาต่างจากผู้ใหญ่ โดยไม่ได้แสดงออกแค่การหาวหรืออยากนอนเท่านั้น แต่จะมาในรูปแบบของพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เช่น

  • หงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวน หรือร้องไห้ง่ายผิดปกติ
  • สมาธิสั้นลง เรียนรู้สิ่งใหม่ได้ช้าลง หรือจดจำเรื่องที่เคยทำได้ไม่ดี
  • มีพฤติกรรมก้าวร้าวหรือต่อต้านมากกว่าปกติ
  • ชอบงีบหลับในเวลาเรียนหรือกิจกรรมระหว่างวัน
  • ป่วยบ่อย เพราะร่างกายขาดการพักผ่อนทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง

ปรับพฤติกรรมอย่างไรให้ลูกกลับมาสดใสอีกครั้ง

การแก้ปัญหาเรื่องนี้ต้องอาศัยวินัยในครอบครัวเป็นหลัก โดยลองปรับเปลี่ยนกิจวัตรดังนี้

  • กำหนดเวลาเข้านอนให้เป็นเวลาเดิมทุกวัน เพื่อให้ร่างกายจดจำนาฬิกาชีวิต
  • หยุดการใช้หน้าจอทุกชนิดอย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนนอน เพื่อให้สมองได้เตรียมตัวพักผ่อน
  • จัดสภาพแวดล้อมห้องนอนให้มืด เงียบ และเย็นสบาย
  • ชวนคุยหรือทำกิจกรรมผ่อนคลายก่อนนอน เช่น อ่านนิทาน แทนการเล่นเกมที่กระตุ้นความตื่นเต้น

เมื่อไหร่ที่อาการนี้ต้องปรึกษาหมอ

หากคุณพ่อคุณแม่ปรับพฤติกรรมแล้วเป็นเวลา 2-4 สัปดาห์ แต่ลูกยังดูเพลียซึม หรือมีอาการทางร่างกายอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดหัวบ่อย ปวดกล้ามเนื้อ หรือน้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรพาลูกมาพบกุมารแพทย์ เพื่อตรวจเช็กให้แน่ใจว่าไม่มีภาวะทางการแพทย์อื่นซ่อนอยู่ เช่น ภาวะโลหิตจาง ปัญหาไทรอยด์ หรือความผิดปกติของการนอนหลับที่ต้องการการรักษาเฉพาะทางจากหมอ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down