ตื่นมาเข้าห้องน้ำกลางดึกบ่อยๆ ใช่เรื่องปกติของอายุที่เพิ่มขึ้นไหม?
ช่วงนี้หลายคนเริ่มบ่นให้ฟังว่า ทำไมกลางคืนต้องลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำบ่อยเหลือเกิน จากเดิมหลับสนิทตลอดคืน ตอนนี้ต้องตื่นมาสองสามรอบแถมเวลาปัสสาวะก็รู้สึกว่ามันไมพุ่งเหมือนเก่า ต้องยืนรอนานกว่าจะออก บางทีก็รู้สึกเหมือนปัสสาวะไม่สุด อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยครับ มันคือสัญญาณเตือนคลาสสิกของภาวะที่เรียกว่า โรคต่อมลูกหมากโต ที่มักจะมาเยือนผู้ชายเมื่ออายุเข้าสู่เลขห้า
ต่อมลูกหมากโตคืออะไร และทำไมถึงเกิดขึ้นกับผู้ชายทุกคนเมื่ออายุมากขึ้น?
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองนึกภาพว่าต่อมลูกหมากเป็นอวัยวะขนาดเท่าผลเกาลัดที่อยู่ล้อมรอบท่อปัสสาวะส่วนต้นของผู้ชาย หน้าที่หลักของเขาคือการผลิตน้ำหล่อเลี้ยงตัวอสุจิ แต่พออายุมากขึ้น เจ้าต่อมนี้มันดันโตขึ้นเรื่อยๆ ตามธรรมชาติ เหมือนต้นไม้ที่เติบโตขึ้นตามกาลเวลา เมื่อมันโตขึ้น มันก็ไปเบียดท่อปัสสาวะให้แคบลง ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือการเดินทางของปัสสาวะไม่สะดวกอย่างเคย ซึ่งกว่าครึ่งของผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไปจะเริ่มเจอภาษีสังคมนี้ และตัวเลขนี้จะยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุที่เพิ่มขึ้น
สังเกตอาการตัวเองกันหน่อย แบบไหนที่เรียกว่าเข้าข่ายต่อมลูกหมากโต?
อาการของ โรคต่อมลูกหมากโต จะค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปจนบางคนชินและคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าลองเช็คลิสต์เหล่านี้ดูแล้วมีมากกว่าสองข้อ แนะนำว่าควรเริ่มใส่ใจสุขภาพตรงนี้ได้แล้ว
- ปัสสาวะไม่พุ่ง: แรงเบ่งลดลง ต้องยืนรอนานกว่าปัสสาวะจะไหล
- ปัสสาวะสะดุด: ไหลๆ หยุดๆ ระหว่างทางเหมือนน้ำไม่ไหลต่อเนื่อง
- รู้สึกปัสสาวะไม่สุด: เพิ่งเสร็จธุระ เดินออกจากห้องน้ำไม่นานก็รู้สึกอยากเข้าอีกแล้ว
- ปัสสาวะบ่อยระหว่างวัน: ต้องเข้าห้องน้ำถี่กว่าปกติ
- ลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำตอนดึก: รบกวนการนอนหลับจนตื่นมาไม่สดชื่น
- ปัสสาวะเล็ดหรือกลั้นไม่อยู่: ปวดปัสสาวะแล้วต้องรีบวิ่งเข้าห้องน้ำทันทีเพราะกลั้นไม่ไหว
ปล่อยไว้ไม่รักษา จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายบ้าง?
หลายคนอายที่จะมาปรึกษาแพทย์เรื่องนี้เพราะคิดว่าเป็นเรื่องเสื่อมสมรรถภาพหรือเรื่องน่าอาย แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ดูแล ปัญหาเล็กๆ อาจลุกลามใหญ่โตได้ เช่น กระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ หรือในรายที่เป็นหนักมากๆ ท่อปัสสาวะอาจตีบตันจนปัสสาวะไม่ออกเลย ซึ่งตรงนั้นจะกลายเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องสวนปัสสาวะด่วนและอาจส่งผลเสียต่อการทำงานของไตในระยะยาว
การตรวจวินิจฉัยโรคต่อมลูกหมากโต น่ากลัวอย่างที่คิดไหม?
เวลาคนไข้เดินเข้ามาในห้องตรวจ มักจะมีสีหน้ากังวลว่าหมอจะต้องใช้อุปกรณ์น่ากลัวอะไรไหม จริงๆ แล้วขั้นตอนการตรวจไม่ได้น่ากลัวอย่างที่จินตนาการเลยครับ เริ่มจากการพูดคุยซักประวัติและทำแบบประเมินคะแนนอาการปัสสาวะ ต่อมาคือการตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องท้องส่วนล่างเพื่อดูขนาดของต่อมลูกหมากและปริมาณปัสสาวะที่เหลือค้างในกระเพาะปัสสาวะ และในบางกรณีแพทย์อาจใช้วิธีการใช้นิ้วคลำผ่านทางทวารหนัก ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีเพื่อประเมินขนาดและความยืดหยุ่นของต่อมลูกหมากเท่านั้น
วิธีรักษาที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ
ข่าวดีคือ โรคต่อมลูกหมากโต มีทางเลือกในการรักษาที่หลากหลายขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ
- การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม: เหมาะสำหรับคนที่มีอาการน้อย เช่น การงดดื่มน้ำปริมาณมากก่อนนอน ลดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ และฝึกการฝึกกลั้นปัสสาวะให้เป็นเวลา
- การใช้ยา: เป็นวิธีที่นิยมมากที่สุด ยามีหน้าที่ช่วยคลายกล้ามเนื้อบริเวณต่อมลูกหมากและคอ กระเพาะปัสสาวะ เพื่อให้ปัสสาวะไหลสะดวกขึ้น หรือยาที่ช่วยลดขนาดของต่อมลูกหมากให้ฝ่อลงในระยะยาว
- การผ่าตัด: หากใช้ยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือมีภาวะแทรกซ้อน เช่น ปัสสาวะไม่ออกบ่อยๆ หรือมีเลือดปนในปัสสาวะ ปัจจุบันมีเทคโนโลยีการผ่าตัดผ่านกล้องที่แผลเล็ก ฟื้นตัวไว ไม่ว่าจะเป็นการใช้เลเซอร์หรือเทคโนโลยีไอน้ำ ซึ่งช่วยลดผลข้างเคียงเรื่องการกลั้นปัสสาวะหรือสมรรถภาพทางเพศได้มาก
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมง่ายๆ เพื่อดูแลต่อมลูกหมากตั้งแต่วันนี้
การป้องกันและชะลอความเสื่อมของต่อมลูกหมากทำได้ไม่ยาก เริ่มจากการดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในระหว่างวันแต่ลดลงช่วงเย็น หลีกเลี่ยงการกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผักผลไม้ที่มีสารไลโคปีน เช่น มะเขือเทศสุก ซึ่งมีงานวิจัยว่าช่วยบำรุงสุขภาพต่อมลูกหมากได้ดี อย่ารอให้มีอาการหนักจนกระทบคุณภาพชีวิต ถ้าเริ่มรู้สึกมีความผิดปกติในการขับถ่ายปัสสาวะ ลองเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางออกร่วมกันตั้งแต่เนิ่นๆ จะดีที่สุดครับ