ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ท้องเสีย ปวดบิด คลื่นไส้ สัญญาณแบบนี้ใช่โรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบไหม

หลายครั้งที่คนไข้เดินเข้ามาปรึกษาด้วยอาการถ่ายเหลวเป็นน้ำ คลื่นไส้อาเจียน หรือมีอาการปวดบิดท้องรุนแรง หลายคนมักกังวลว่าเป็นอาหารเป็นพิษหรือเปล่า จริงๆ แล้วอาการเหล่านี้คือกลุ่มอาการอักเสบของกระเพาะอาหารและลำไส้จากการติดเชื้อ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียที่ปนเปื้อนมากับอาหารหรือน้ำดื่มที่เราทานเข้าไปครับ

สาเหตุที่ทำให้ท้องไส้เราปั่นป่วน

เชื้อโรคตัวร้ายที่มักเป็นต้นเหตุ ได้แก่ ไวรัสโนโร (Norovirus) หรือโรตา (Rotavirus) รวมถึงแบคทีเรียอย่างซัลโมเนลลา (Salmonella) ที่แฝงตัวอยู่ในอาหารปรุงไม่สุกหรือน้ำดื่มที่ไม่สะอาด เมื่อเชื้อเหล่านี้เข้าสู่ร่างกาย มันจะไปก่อกวนระบบทางเดินอาหาร ทำให้ผนังลำไส้อักเสบและบีบตัวแรงขึ้นเพื่อขับเชื้อโรคออก ส่งผลให้เกิดอาการถ่ายเหลวและปวดท้องตามมา

สัญญาณเตือนที่บอกว่าเรากำลังติดเชื้อ

  • คลื่นไส้ อาเจียนบ่อยครั้งในช่วงแรก
  • ปวดท้องบิดเป็นพักๆ ซึ่งเกิดจากการบีบตัวของลำไส้
  • ถ่ายเหลวเป็นน้ำ หรือบางรายอาจมีมูกเลือดปนหากเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียรุนแรง
  • มีไข้ต่ำๆ หรือรู้สึกอ่อนเพลีย
  • ปวดเมื่อยตามตัวเนื่องจากร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่

วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นที่ทำได้ทันทีที่บ้าน

หัวใจสำคัญของการดูแลตัวเองคือการป้องกันภาวะขาดน้ำ

  • ดื่มน้ำเกลือแร่ (ORS): จิบน้ำเกลือแร่บ่อยๆ แทนน้ำเปล่า เพื่อชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่เสียไปกับการถ่ายหรืออาเจียน
  • อาหารอ่อนย่อยง่าย: ในช่วงวันแรกๆ ควรทานข้าวต้ม โจ๊ก หรืออาหารรสจืด หลีกเลี่ยงอาหารเผ็ดจัด ของทอด หรือนมวัว เพราะอาจทำให้ลำไส้ระคายเคืองเพิ่มขึ้น
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: ให้ร่างกายได้ฟื้นฟูตัวเองและลดการทำงานของระบบทางเดินอาหาร

กินยาอย่างไรให้ถูกวิธีและปลอดภัย

หลายคนมักจะรีบซื้อยาหยุดถ่ายมาทานเองทันทีที่ท้องเสีย แต่ในทางการแพทย์ผมมักจะแนะนำว่า ไม่ควรรีบใช้ยาหยุดถ่ายโดยไม่จำเป็น เพราะยาจะไปกักเชื้อโรคให้อยู่ในลำไส้นานขึ้น หากมีอาการปวดท้องมาก การใช้ยาแก้ปวดเกร็งลำไส้ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของเภสัชกรหรือแพทย์ ส่วนยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้ในทุกราย เพราะการติดเชื้อส่วนใหญ่มาจากไวรัสที่สามารถหายเองได้ภายในไม่กี่วันครับ

อาการแบบไหนที่ห้ามรอ ต้องรีบไปพบแพทย์ด่วน

หากดูแลตัวเองที่บ้านแล้ว 1-2 วันอาการยังไม่ดีขึ้น หรือพบสัญญาณอันตรายต่อไปนี้ ควรพบแพทย์โดยเร็วครับ:

  • ถ่ายเป็นมูกเลือดปริมาณมาก
  • อาเจียนรุนแรงจนดื่มน้ำไม่ได้เลย
  • มีไข้สูง หรือหนาวสั่น
  • มีภาวะขาดน้ำรุนแรง เช่น ปัสสาวะออกน้อย ปากแห้ง ผิวหนังแห้ง หรือซึมลง
  • ปวดท้องรุนแรงจนทานยาแก้ปวดแล้วไม่ดีขึ้น

การติดเชื้อในทางเดินอาหารส่วนใหญ่สามารถหายได้เองหากดูแลอย่างถูกต้อง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือความสะอาดของอาหารและสุขอนามัยในการกิน เพื่อลดโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นซ้ำครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down