เสียงร้องงอแงแปลกๆ พร้อมกับตัวที่ร้อนเหมือนเตาไฟ เป็นภาพที่ทำให้หัวอกคนเป็นพ่อแม่แทบสลายทุกครั้งที่เกิดขึ้น ดึกดื่นเที่ยงคืนลูกน้อยนอนซึม ตัวร้อนจี๋จนมือเท้าเย็นเฉียบ อาการไข้สูงในเด็กเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยที่สุดเวลาที่ลูกป่วย และมักจะสร้างความตื่นตระหนกให้1ครอบครัวเสมอ ในฐานะหมอเด็กที่เจอคุณพ่อคุณแม่พาอุ้มลูกวิ่งเข้าห้องฉุกเฉินกลางดึกอยู่บ่อยๆ ผมเข้าใจความรู้สึกกังวลใจนั้นดีครับ วันนี้เรามาทำความเข้าใจเรื่องนี้กันแบบง่ายๆ เพื่อให้ทุกคนตั้งสติและรับมือกับลูกน้อยได้อย่างถูกวิธีเมื่อเกิดอาการไข้สูงในเด็กขึ้นมาจริงๆ
ไข้สูงแค่ไหนถึงเรียกว่าอันตรายและควรเริ่มกังวล
เวลาที่เราเอามืออังหน้าผากลูกแล้วรู้สึกว่าร้อน บางครั้งอาจจะยังวัดระดับความรุนแรงไม่ได้แม่นยำนัก ทางการแพทย์เราจะใช้ปรอทวัดไข้เป็นเกณฑ์มาตรฐานครับ โดยปกติแล้วอุณหภูมิร่างกายปกติจะอยู่ที่ประมาณ 36.5 ถึง 37.5 องศาเซลเซียส ถ้าเริ่มเกิน 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไปถือว่าเริ่มมีไข้ และถ้าแตะถึง 38.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป เราจะจัดว่าเป็นอาการไข้สูงในเด็กที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด
แต่สิ่งที่หมอบอกคุณพ่อคุณแม่เสมอคือ ตัวเลขบนเทอร์โมมิเตอร์ไม่ใช่สิ่งเดียวที่ต้องมอง เราต้องดูอาการร่วมของเด็กเป็นหลักด้วย เด็กบางคนไข้ 39 องศาเซลเซียสแต่ยังลุกขึ้นมาเล่น กินนมได้ แบบนี้ยังพอเบาใจได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้าไข้แค่ 38 องศาเซลเซียสแต่ลูกซึม ไม่ยอมสบตา หายใจหอบเหนื่อย แบบนี้อันตรายกว่าแม้ไข้จะดูไม่สูงมากก็ตาม
วิธีเช็ดตัวลดไข้ให้ถูกวิธีและการป้อนยาลดไข้
เมื่อลูกมีอาการไข้สูงในเด็ก สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงคือการเช็ดตัวและการกินยาแก้ปวดลดไข้ มาดูวิธีที่ถูกต้องกันครับ
เทคนิคเช็ดตัวลดไข้ไม่ให้ลูกหนาวสั่น
การเช็ดตัวที่ถูกต้องควรใช้น้ำอุ่นผสมน้ำธรรมดา ไม่ใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็ง เพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัว ความร้อนระบายออกไม่ได้แถมยังทำให้ลูกหนาวสั่นหนักขึ้นไปอีก เวลาเช็ดให้ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ ลูบย้อนแนวรูขุมขน เพื่อเปิดรูขุมขนระบายความร้อน เน้นบริเวณซอกพับ เช่น รักแร้ ขาหนีบ และหน้าผาก เช็ดประมาณ 10 ถึง 15 นาที แล้วซับตัวให้แห้งสวมเสื้อผ้าโปร่งสบาย
การให้ยาลดไข้พาราเซตามอลอย่างปลอดภัย
ยาทานลดไข้หลักๆ ที่ใช้คือพาราเซตามอล โดยคำนวณตามน้ำหนักตัวของเด็ก ไม่ใช่ตามอายุ ปริมาณที่เหมาะสมคือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัม่อนน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมงเมื่อมีไข้ ห้ามให้ยาบ่อยเกินไปเพราะอาจเป็นอันตรายต่อตับของเด็กได้ และหลีกเลี่ยงการซื้อยาแอสกินมาให้เด็กกินเองเด็ดขาดเพราะเสี่ยงต่อโรคที่อันตรายถึงชีวิต
สัญญาณเตือนภัยอันตรายที่ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลด่วน
อาการไข้สูงในเด็กส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสทั่วไป เช่น ไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ซึ่งมักจะหายได้เองหากดูแลตามอาการ แต่มีบางสัญญาณเตือนภัยที่บอกว่าลูกอาจกำลังป่วยเป็นโรคที่รุนแรง และต้องรีบพาไปพบแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ครบ 24 หรือ 48 ชั่วโมง
- เด็กอายุต่ำกว่า 3 เดือนที่มีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส ถือเป็นภาวะเร่งด่วนเพราะภูมิคุ้มกันยังน้อยมาก
- มีอาการชักจากไข้สูง ตาเหลือกเกร็ง ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงที่ไข้ขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว
- ซึมมาก ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมตอบสนอง หรือร้องกวนงอแงผิดปกติแบบปลอบไม่ได้เลย
- หายใจหอบแรง หายใจจนซี่โครงบุ๋ม หรือมีเสียงครืดคราดในลำคอ
- มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง หรือผื่นขึ้นกระจายทั่วตัวร่วมกับไข้สูง
- อาเจียนพุ่ง ท้องเสียถ่ายเป็นน้ำหลายครั้งจนเริ่มมีอาการขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะน้อยลงหรือผ้าอ้อมแห้งสนิทนานหลายชั่วโมง
วิธีดูแลลูกรักช่วงพักฟื้นและคำแนะนำส่งท้ายจากหมอ
ช่วงที่ลูกเผชิญกับอาการไข้สูงในเด็ก ร่างกายจะสูญเสียน้ำและพลังงานไปมาก สิ่งสำคัญที่สุดคือการเติมน้ำให้ร่างกาย ถ้าลูกยังกินนมแม่ ให้เข้าเต้าบ่อยๆ ตามต้องการ ถ้าโตพobให้จิบน้ำเกลือแร่สำหรับเด็กทีละน้อยแต่วันบ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ อาหารควรเป็นอาหารอ่อนๆ ย่อยง่าย เช่น โจ๊กหรือซุป ไม่ต้องไปบังคับให้กินเยอะ ให้กินตามที่เขาอยากกินจะดีที่สุดครับ
สุดท้ายนี้อยากให้คุณพ่อคุณแม่ตั้งสติให้ดี อาการไข้เป็นกลไกธรรมชาติของร่างกายที่กำลังต่อสู้กับเชื้อโรค การมีไข้สูงไม่ได้แปลว่าโรคร้ายแรงเสมอไป แต่การสังเกตอาการรอบด้านและการประเมินความปลอดภัยของลูกอย่างใกล้ชิดต่างหาก คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ลูกผ่านช่วงเวลาป่วยไข้ไปได้อย่างปลอดภัยครับ