ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ถ้าอยู่ๆ ก็มีเลือดออกทางช่องคลอด ทั้งที่ไม่ใช่ช่วงมีประจำเดือน หรือเป็นแค่เลือดซึมๆ กะปริบกะปรอย คุณผู้หญิงหลายท่านคงรู้สึกกังวลใจไม่น้อยเลยใช่ไหม เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่เราจะมองข้ามได้เลย เพราะมันอาจจะเป็นสัญญาณที่ร่างกายกำลังบอกอะไรบางอย่างกับเรา วันนี้หมอจะมาเล่าให้ฟังแบบหมดเปลือก ว่าภาวะเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดนี้คืออะไร เกิดจากอะไรได้บ้าง และเมื่อไหร่ที่เราควรรีบมาปรึกษาคุณหมอ

ทำความรู้จัก “ภาวะเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด”

โดยปกติแล้ว ผู้หญิงเราจะมีเลือดประจำเดือนมาทุกเดือน ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติของร่างกาย แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่มีเลือดออกทางช่องคลอดในช่วงเวลาที่ ไม่ใช่ รอบเดือนปกติ ไม่ว่าจะเป็น

  • เลือดออกกะปริบกะปรอยระหว่างรอบเดือน
  • มีเลือดออกมากผิดปกติจากเดิม
  • มีเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์
  • มีเลือดออกหลังหมดประจำเดือนไปแล้ว (ในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน)

นี่แหละคือสัญญาณของ ภาวะเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด ที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่ ซึ่งอาจเป็นได้ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงเรื่องสำคัญที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด

ทำไมถึงมีเลือดออกผิดปกติ? มาดูกันว่าเกิดจากอะไรได้บ้าง

สาเหตุของภาวะเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดนั้นมีอยู่หลากหลายมากๆ เลยทีเดียว คุณหมอจะแบ่งกลุ่มสาเหตุหลักๆ ให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้

ความผิดปกติที่เกี่ยวกับฮอร์โมน

นี่เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดเลยก็ว่าได้ค่ะ

  • ฮอร์โมนแปรปรวน: การที่ร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนไม่สมดุลกัน อาจทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติ และหลุดลอกออกมาเป็นเลือดได้
  • ยาคุมกำเนิด: การใช้ยาคุมกำเนิดชนิดเม็ด ฉีด หรือฝัง ในช่วงแรกๆ ร่างกายอาจต้องปรับตัว ทำให้มีเลือดออกกะปริบกะปรอยได้ หรือบางทีก็เกิดจากการลืมกินยาคุมบ่อยๆ
  • ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS): ภาวะนี้ส่งผลต่อฮอร์โมนโดยรวม ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ และอาจมีเลือดออกผิดปกติได้
  • วัยใกล้หมดประจำเดือน: ในช่วงวัยทองหรือใกล้หมดประจำเดือน รังไข่จะทำงานลดลง ทำให้ระดับฮอร์โมนไม่สม่ำเสมอ เป็นสาเหตุให้เลือดออกผิดปกติได้

ความผิดปกติทางโครงสร้างของมดลูกและรังไข่

กลุ่มนี้จะเป็นความผิดปกติทางกายภาพที่สามารถตรวจพบได้

  • ติ่งเนื้อในมดลูกหรือปากมดลูก (Polyps): เป็นเนื้อเยื่อเล็กๆ ที่งอกออกมา อาจทำให้มีเลือดออกได้ง่าย โดยเฉพาะหลังมีเพศสัมพันธ์
  • เนื้องอกมดลูก (Fibroids): เป็นก้อนเนื้อที่โตขึ้นในผนังมดลูก ส่วนใหญ่เป็นเนื้องอกธรรมดา แต่ก็สามารถทำให้มีเลือดออกมาก หรือออกผิดปกติได้
  • เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) หรือเนื้องอกเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ในกล้ามเนื้อมดลูก (Adenomyosis): ภาวะเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการที่เยื่อบุโพรงมดลูกไปเจริญเติบโตนอกตำแหน่งปกติ ทำให้เกิดอาการปวดและมีเลือดออกผิดปกติได้

การตั้งครรภ์

ถ้าเป็นผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ที่ยังมีเพศสัมพันธ์และมีเลือดออกผิดปกติ ก็ควรนึกถึงสาเหตุนี้เป็นอันดับต้นๆ เลยค่ะ

  • การฝังตัวของตัวอ่อน: เลือดออกปริมาณน้อยๆ ในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ เมื่อตัวอ่อนฝังตัวที่ผนังมดลูก
  • แท้งคุกคามหรือแท้งบุตร: การมีเลือดออกและปวดท้อง
  • การตั้งครรภ์นอกมดลูก: เป็นภาวะอันตรายที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน
  • ภาวะครรภ์ไข่ปลาอุก: เป็นการตั้งครรภ์ที่ผิดปกติ

การติดเชื้อ

การติดเชื้อที่อวัยวะสืบพันธุ์ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีเลือดออกผิดปกติได้

  • การติดเชื้อในช่องคลอดหรือปากมดลูก: เช่น การติดเชื้อรา แบคทีเรีย หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางชนิด ทำให้เกิดการอักเสบ มีเลือดออก หรือมีตกขาวผิดปกติได้
  • ภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบ (Pelvic Inflammatory Disease - PID): การติดเชื้อในมดลูก ท่อนำไข่ หรือรังไข่

สาเหตุอื่นๆ ที่สำคัญ

  • โรคมะเร็ง: แม้จะพบไม่บ่อย แต่ก็เป็นเรื่องที่เราต้องให้ความสำคัญ เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก หรือมะเร็งรังไข่
  • ยาบางชนิด: ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือยาบางประเภทอาจส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด
  • ความเครียด: ความเครียดสะสมสามารถส่งผลกระทบต่อระบบฮอร์โมนในร่างกายได้เช่นกัน
  • ภาวะเลือดออกผิดปกติจากการแข็งตัวของเลือด: เช่น ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ

เมื่อไหร่ที่ต้องมาหาหมอ? และหมอจะตรวจอะไรบ้าง?

ถ้าคุณผู้หญิงมีอาการเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด ไม่ว่าจะเป็นปริมาณน้อยหรือมาก ก็ไม่ควรรอช้า ควรรีบมาพบคุณหมอเพื่อตรวจหาสาเหตุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย:

  • มีเลือดออกปริมาณมาก หรือออกนานหลายวัน
  • มีอาการปวดท้องน้อยรุนแรง
  • มีไข้
  • อ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ
  • มีตกขาวผิดปกติ มีกลิ่นเหม็น
  • มีเลือดออกหลังหมดประจำเดือนไปแล้ว
  • สงสัยว่าตั้งครรภ์แล้วมีเลือดออก

คุณหมอจะตรวจอะไรบ้าง?

เมื่อมาพบคุณหมอ คุณหมอจะซักประวัติอย่างละเอียด และทำการตรวจร่างกาย ซึ่งอาจรวมถึง:

  • การตรวจภายใน: เพื่อดูความผิดปกติของช่องคลอด ปากมดลูก มดลูก และรังไข่
  • การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (Pap smear หรือ HPV DNA test): หากถึงเวลาตรวจประจำปี หรือสงสัยความผิดปกติ
  • การอัลตราซาวนด์: เพื่อดูภาพอวัยวะภายใน เช่น มดลูก รังไข่ ว่ามีติ่งเนื้อ เนื้องอก หรือความผิดปกติอื่นๆ หรือไม่
  • การตรวจเลือด: เพื่อดูระดับฮอร์โมน ตรวจการตั้งครรภ์ ตรวจภาวะโลหิตจาง หรือดูค่าการแข็งตัวของเลือด
  • การส่องกล้องในโพรงมดลูก (Hysteroscopy) หรือขูดมดลูก: ในบางกรณีที่สงสัยความผิดปกติภายในโพรงมดลูก อาจจำเป็นต้องมีการส่องกล้องเข้าไปดู หรือเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อไปตรวจทางพยาธิวิทยา

แล้วจะรักษากันอย่างไรดี?

แนวทางการรักษาภาวะเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดนั้น จะขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ตรวจพบค่ะ คุณหมอจะพิจารณาจากผลการตรวจต่างๆ และพูดคุยกับคนไข้เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด

  • การใช้ยา: เช่น ยาปรับฮอร์โมน ยาคุมกำเนิด ยาปฏิชีวนะ (กรณีติดเชื้อ) หรือยาหยุดเลือด
  • การผ่าตัด: หากพบติ่งเนื้อ เนื้องอก หรือมะเร็ง การผ่าตัดก็เป็นทางเลือกหนึ่งในการรักษา
  • การรักษาอื่นๆ: เช่น การจี้ไฟฟ้า การใช้เลเซอร์ หรือการรักษาภาวะทางสุขภาพอื่นๆ ที่เป็นต้นเหตุ

สิ่งที่ดูแลตัวเองได้ และสิ่งที่ต้องระวัง

ในระหว่างที่กำลังหาสาเหตุ หรืออยู่ในช่วงการรักษา คุณผู้หญิงสามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นได้ดังนี้

  • สังเกตอาการ: จดบันทึกช่วงเวลาที่เลือดออก ปริมาณ ลักษณะ และอาการอื่นๆ ที่เกิดขึ้นร่วมด้วย ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากในการวินิจฉัยของคุณหมอ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: ลดความเครียด เพื่อให้ร่างกายได้ปรับสมดุล
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์: เน้นอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง หากมีภาวะโลหิตจางจากการเสียเลือด
  • งดมีเพศสัมพันธ์: หากมีเลือดออกปริมาณมาก หรือมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อหรืออาการที่แย่ลง
  • ไม่ซื้อยามาทานเอง: ไม่ควรซื้อยาฮอร์โมน หรือยาหยุดเลือดมาทานเองเด็ดขาด เพราะอาจบดบังอาการสำคัญ หรือทำให้การวินิจฉัยยากขึ้น

จำไว้เสมอว่า ภาวะเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม การปรึกษาคุณหมอตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้ทราบสาเหตุและได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณผู้หญิงทุกคนค่ะ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down