หลายคนมักเข้าใจว่าโรคต้อหินเป็นเรื่องไกลตัว หรือคิดว่าต้องเป็นผู้สูงอายุมากๆ เท่านั้นถึงจะเจอ แต่จริงๆ แล้วเวลาที่มีคนไข้เดินเข้ามาบ่นว่าปวดตาอย่างรุนแรง ตามัวลง มองเห็นแสงสีรุ้งรอบดวงไฟ พร้อมกับอาการคลื่นไส้พะอืดพะอมเหมือนจะเป็นลม อาการเหล่านี้มักจะพาเรานโยบายไปถึงโรคต้อหินมุมปิดปฐมภูมิ ซึ่งเป็นภาวะที่เฉียบพลันและน่ากลัวมากหากปล่อยไว้ช้าเกินไป
โรคต้อหินมุมปิดปฐมภูมิคืออะไร ทำไมจู่ๆ ถึงอันตรายขนาดนี้?
เวลาที่เราพูดถึง โรคต้อหินมุมปิดปฐมภูมิ หมออยากให้ลองจึกภาพโครงสร้างข้างในลูกตาของเราเปรียบเสมือนอ่างล้างหน้า ที่มีก๊อกน้ำคอยผลิตน้ำหล่อเลี้ยงลูกตาตลอดเวลา และมีรูระบายน้ำออกตรงมุมที่กระจกตากับม่านตามาบรรจบกัน
ในคนที่มีลักษณะโครงสร้างตาบางแบบ เช่น ตาเล็ก หรือห้องหน้าตื้น มุมระบายน้ำนี้พอมันแคบอยู่แล้ว วันดีคืนดีพอม่านตาขยายตัวกว้างขึ้น (เช่น เวลาเราไปอยู่ในที่มืดนานๆ หรือมีความเครียด) เจ้าม่านตาก็จะไปเบียดปิดท่อระบายน้ำนี้สนิท ทำให้น้ำในตาไหลออกไม่ได้ ความดันในลูกตาพุ่งสูงขึ้นปรี๊ดอย่างรวดเร็ว เส้นประสาทตาถูกกดทับจนขาดเลือดมาเลี้ยง และนี่คือจุดเริ่มต้นของหายนะที่ทำให้มองไม่เห็นในเวลาอันสั้น
สัญญาณเตือนภัยแบบเฉียบพลันที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาด
อาการของต้อหินมุมปิดเฉียบพลันมันมาแบบไม่ทันตั้งตัว ต่างจากต้อหินชนิดอื่นที่ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ถ้ามีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมกัน ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่ากำลังเจอแจ็กพ็อต:
- ปวดตาและปวดหัวรุนแรงมาก: มักปวดลามไปซีกเดียวกับข้างที่เป็น จนบางคนปวดร้าวไปถึงขมับและกระบอกตา
- ตามัวลงกะทันหัน: มองอะไรไม่ชัด เหมือนมีหมอกหนาๆ มาบัง
- มองเห็นแสงสีรุ้ง: เวลาหันไปมองดวงไฟในที่มืด จะเห็นเป็นวงกลมสีรุ้งรอบดวงไฟนั้น
- ตาแดงก่ำ: รอบตาดำจะแดงชัดเจน
- คลื่นไส้ อาเจียน: อาการทางตาพาลทำให้รู้สึกพะอืดพะอม จนหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นโรคกระเพาะหรืออาหารเป็นพิษ
รู้ได้อย่างไรว่าเป็นแน่แท้? วิธีที่หมอใช้ตรวจวินิจฉัย
เวลาคนไข้มาด้วยอาการปวดตาเฉียบพลัน หมอจะรีบทำการตรวจประเมินอย่างละเอียดเพื่อยืนยันโรค:
- วัดความดันลูกตา: ใช้เครื่องมือวัดความดันตา ซึ่งในรายที่เป็นต้อหินมุมปิด ตัวเลขจะพุ่งสูงปรี๊ดกว่าปกติหลายเท่า
- ส่องกล้องตรวจมุมตา (Gonioscopy): เพื่อดูว่ามุมระบายน้ำในตาปิดสนิทหรือยังมีช่องว่างเหลืออยู่
- ตรวจสุขภาพตาข้างที่ดีด้วย: เพราะโรคนี้มักเกิดขึ้นได้กับตาสองข้าง ดังนั้นตาอีกข้างที่ยังปกติดี ก็ต้องตรวจเช็กและหาทางป้องกันไว้ก่อนเช่นกัน
วิธีรักษาเมื่อความดันตาพุ่งสูงเฉียบพลัน
เมื่อวินิจฉัยว่าเป็น โรคต้อหินมุมปิดปฐมภูมิ แบบเฉียบพลันแล้ว นี่คือภาวะเร่งด่วนที่ต้องลดความดันตาลงให้เร็วที่สุดเพื่อรักษาการมองเห็น:
- การใช้ยากลุ่มต่างๆ: หมอจะให้ทั้งยาทอดตา ยารับประทาน หรือบางทีก็ต้องให้ยาทางน้ำเกลือ เพื่อลดการสร้างน้ำในตาและช่วยให้น้ำระบายออกได้ดีขึ้น
- การใช้เลเซอร์เจาะรูม่านตา (Laser Peripheral Iridotomy): เมื่อตาสงบลงแล้ว หมอจะทำเลเซอร์เพื่อเปิดทางระบายน้ำใหม่ที่ม่านตา เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดอาการกำเริบซ้ำอีก
- การผ่าตัดต้อหิน: ในรายที่ใช้ยาและทำเลเซอร์แล้วเอาไม่อยู่ ความดันยังสูง หรือมุมตาปิดถาวรแล้ว ก็จำเป็นต้องผ่าตัดเพื่อสร้างทางระบายน้ำใหม่
ใครบ้างเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ และวิธีดูแลตัวเองเบื้องต้น
โรคนี้มักพบในผู้ที่มีอายุเกิน 40 ปีขึ้นไป คนเอเชียมีความเสี่ยงสูงกว่าชนชาติอื่น และผู้ที่มีภาวะสายตายาวมากๆ จะมีห้องตาที่ตื้นกว่าปกติ การป้องกันที่ดีที่สุดคือการตรวจสุขภาพตากับจักษุแพทย์เป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะคนในครอบครัวที่มีประวัติเป็นต้อหิน
หากรู้ตัวว่ามีมุมตาแคบ หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่มืดสนิทเป็นเวลานานๆ เช่น การเล่นมือถือในห้องมืดปิดไฟนอน เพราะจะทำให้ม่านตาขยายและไปปิดมุมตาได้ง่ายขึ้น หากมีอาการปวดตา ตามัว หรือเห็นแสงสีรุ้ง อย่ารอจนถึงวันนัด ให้รีบมาพบแพทย์ทันที เพราะทุกนาทีมีความหมายต่อการรักษาสายตาของเรา