ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมคนไข้ส่วนใหญ่ถึงอยากหยุดยาลดความดันเมื่ออาการปกติ

ในห้องตรวจ ผมมักจะได้ยินคำถามยอดฮิตจากคนไข้อยู่บ่อยครั้งว่า เมื่อไหร่จะได้หยุดยาเสียที ในเมื่อวันนี้ความดันก็เป็นปกติแล้ว หรือบางคนเข้าใจว่ายาลดความดันเป็นยาที่กินไปนานๆ จะทำให้ไตพัง จึงเลือกที่จะหยุดยาเองหรือกินบ้างหยุดบ้างเมื่อรู้สึกว่าร่างกายปกติดี ความจริงแล้วยาลดความดันไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรักษาให้หายขาดเหมือนยาฆ่าเชื้อ แต่เป็นการควบคุมระดับความดันไม่ให้สูงเกินจนไปทำลายหลอดเลือดในอวัยวะสำคัญอย่างหัวใจ สมอง และไต การหยุดยาเองเพียงเพราะรู้สึกว่าสบายดี คือหนึ่งใน ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยว กับการรักษาที่อันตรายที่สุด

ความเชื่อที่ว่าความดันปกติคือไม่ต้องกินยาแล้ว

นี่คือความเข้าใจผิดอันดับต้นๆ หลายคนวัดความดันที่บ้านแล้วเห็นตัวเลขสวยหรู 120/80 มิลลิเมตรปรอท ก็สรุปเอาเองว่าความดันหายดีแล้วจึงหยุดยา ความเป็นจริงคือตัวเลขที่สวยงามเหล่านั้นเป็นผลมาจากฤทธิ์ของยาที่คุณกินเข้าไปอย่างต่อเนื่อง หากคุณหยุดยา ความดันก็จะค่อยๆ ไต่ระดับกลับไปสูงเท่าเดิม หรืออาจสูงยิ่งกว่าเดิมจนเกิดภาวะความดันวิกฤตเฉียบพลันได้

กินยาลดความดันนานไปจะทำลายไตจริงหรือ

คนไข้หลายรายกังวลว่ายาเคมีจะไปสะสมจนทำให้ไตเสื่อม ผมอยากชี้แจงให้ชัดเจนว่า โรคความดันโลหิตสูงต่างหากที่เป็นตัวการสำคัญในการทำลายไต เพราะแรงดันเลือดที่สูงเกินไปจะไปทำลายหลอดเลือดฝอยในไตให้เสียหาย การกินยาลดความดันอย่างถูกต้องคือการปกป้องไตของคุณให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น ไม่ใช่การทำลายไตอย่างที่หลายคนเข้าใจผิด

เมื่อความดันคุมได้ทำไมยังต้องปรับยาอยู่เรื่อยๆ

บางคนอาจสงสัยว่า ในเมื่อความดันนิ่งดีแล้ว ทำไมคุณหมอถึงยังต้องปรับเปลี่ยนยาหรือสั่งเพิ่มลดขนาดบ่อยๆ การปรับยาไม่ได้แปลว่ายาตัวเดิมไม่ได้ผล หรืออาการแย่ลง แต่เป็นการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับภาวะร่างกายที่เปลี่ยนไปตามอายุ หรือสภาพแวดล้อม การได้รับยาในปริมาณที่เหมาะสมที่สุดคือหัวใจสำคัญของการรักษาระยะยาว เพื่อให้แน่ใจว่าความดันจะอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

สิ่งที่ควรทำหากไม่อยากกินยาไปตลอดชีวิต

หากถามว่าทำอย่างไรถึงจะลดปริมาณยาลงได้ คำตอบไม่ได้อยู่ที่การหยุดยาเอง แต่อยู่ที่การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตอย่างจริงจัง ซึ่งช่วยให้การตอบสนองต่อยาดีขึ้นและอาจลดความจำเป็นในการใช้ยาหลายชนิดลงได้ ดังนี้

  • คุมปริมาณโซเดียมในอาหารให้ไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน
  • ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโออย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
  • ลดภาวะความเครียดสะสมและการพักผ่อนให้เพียงพอ
  • งดการสูบบุหรี่และจำกัดการดื่มแอลกอฮอล์

การสื่อสารกับแพทย์อย่างตรงไปตรงมาหากมีความกังวลเรื่องผลข้างเคียงของยา เป็นวิธีที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุด มากกว่าการตัดสินใจหยุดยาด้วยตัวเองเพียงลำพัง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down