ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หมอเคยพบคุณพ่อคุณแม่หลายท่านเดินเข้ามาในห้องตรวจด้วยสีหน้ากังวลใจอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกับเล่าให้ฟังว่าทางโรงเรียนติดต่อมาเนื่องจากลูกไปพูดจาข่มขู่ ล้อเลียน หรือใช้คำพูดรุนแรงใส่เพื่อน ความตกใจและเสียใจของผู้ปกครองมักตามมาด้วยคำถามที่ว่า "ทำไมแกถึงกลายเป็นเด็กแบบนี้? ทั้งที่บ้านไม่เคยสอนให้พูดคำก้าวร้าวเลย"

ในฐานะแพทย์ พฤติกรรมก้าวร้าวทางวาจาและการกลั่นแกล้งผู้อื่นไม่ใช่สัญญาณที่บอกว่าเด็กคนนั้นเป็น "เด็กไม่ดี" แต่เป็นสัญญาณเตือนทางพัฒนาการและอารมณ์ที่กำลังบอกเราว่า เด็กกำลังเผชิญกับความยากลำบากบางอย่างภายในจิตใจ และต้องการการช่วยเหลืออย่างถูกวิธี

เข้าใจธรรมชาติของพฤติกรรมก้าวร้าวทางวาจาและการกลั่นแกล้ง

พฤติกรรมก้าวร้าวทางวาจาและการกลั่นแกล้งไม่ได้จำกัดอยู่แค่การหยาบคายเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงการใช้คำพูดตะคอก การเยาะเย้ยถากถาง การตั้งฉายาแฝงการล้อเลียนจุดด้อย การข่มขู่ ตลอดจนการพูดพาดพิงเพื่อสร้างกลุ่มกีดกันเพื่อนออกจากสังคม การกระทำเหล่านี้อาจเริ่มจากเรื่องเล็กน้อย แต่มักทวีความรุนแรงขึ้นหากไม่ได้รับการชี้แนะที่ถูกต้อง

ทำไมเด็กๆ ถึงแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวทางวาจา?

การปรับปรุงพฤติกรรมเด็กจำจำเป็นต้องเข้าใจถึงรากเหง้าของปัญหาก่อนเสมอ ซึ่งสาเหตุหลักทางกุมารเวชศาสตร์และจิตวิทยาพัฒนาการ มักเกิดจากปัจจัยดังต่อไปนี้

  • การพัฒนาของสมองส่วนหน้ายังไม่สมบูรณ์: สมองส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์ ยับยั้งชั่งใจ และคิดถึงผลลัพธ์ของการกระทำ (Prefrontal Cortex) ยังพัฒนาไม่เต็มที่ในวัยเด็ก ทำให้เมื่อเกิดความหงุดหงิดหรือโกรธ เด็กจะตอบสนองด้วยสัญชาตญาณทันที
  • การเรียนรู้และการเลียนแบบ (Modeling): เด็กเปรียบเสมือนฟองน้ำที่ดูดซับสิ่งรอบตัว หากเด็กเคยเห็นผู้ใหญ่ในบ้าน สื่อออนไลน์ หรือเพื่อนร่วมชั้นใช้คำพูดรุนแรงเพื่อแก้ปัญหา เด็กจะจดจำว่านั่นคือวิธีการสื่อสารที่ได้ผล
  • ความรู้สึกขาดอำนาจหรือขาดการยอมรับ: บางครั้งการกลั่นแกล้งผู้อื่นด้วยวาจาเกิดจากความต้องการรู้สึกมีตัวตน มีอำนาจเหนือคนอื่น หรือต้องการได้รับการยอมรับจากกลุ่มเพื่อน เพื่อปกปิดความรู้สึกไม่มั่นคงในใจของตัวเอง
  • ภาวะซ่อนเร้นทางอารมณ์หรือพัฒนาการ: เด็กที่มีภาวะสมาธิสั้น (ADHD) ภาวะซึมเศร้า หรือมีความยากลำบากในการปรับตัว มักมีความอดทนต่อความเครียดต่ำ จึงแสดงออกผ่านพฤติกรรมก้าวร้าวได้ง่ายกว่าปกติ

ผลกระทบที่ซ่อนอยู่ใต้คำพูดรุนแรง

บาดแผลทางวาจาแม้มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่น่ากลัวไม่แพ้บาดแผลทางร่างกาย สำหรับเด็กที่ตกเป็นผู้ถูกกระทำ พฤติกรรมก้าวร้าวทางวาจาและการกลั่นแกล้งจะส่งผลให้เกิดความวิตกกังวล ไม่อยากไปโรงเรียน สูญเสียความมั่นใจในตนเอง และอาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าในระยะยาว

ในขณะเดียวกัน เด็กที่เป็นผู้กระทำเอง หากไม่ได้รับการปรับพฤติกรรมตั้งแต่เนิ่นๆ จะเติบโตไปพร้อมกับปัญหาด้านสัมพันธภาพ เข้ากับผู้อื่นได้ยาก และมีแนวโน้มจะใช้ความรุนแรงแก้ปัญหาเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่

แนวทางรับมือและแก้ไขเมื่อลูกเริ่มมีพฤติกรรมก้าวร้าวทางวาจา

หากพบว่าลูกเริ่มแสดงพฤติกรรมเหล่านี้ คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมของลูกได้ด้วยขั้นตอนที่นุ่มนวลแต่จริงจัง ดังนี้

1. ตอบสนองด้วยความสงบ แต่หนักแน่น

เมื่อเห็นลูกพูดจาก้าวร้าว สิ่งสำคัญที่สุดคือผู้ใหญ่ต้องไม่ใช้อารมณ์ชนอารมณ์ การตะคอกกลับหรือลงโทษด้วยความรุนแรงจะยิ่งตอกย้ำให้เด็กเห็นว่า "ผู้ที่มีอำนาจมากกว่าสามารถใช้คำพูดรุนแรงได้" ให้สูดหายใจลึกๆ ใช้โทนเสียงที่นิ่ง แต่แสดงออกชัดเจนว่าพฤติกรรมนี้ไม่อนุญาตให้เกิดขึ้น

2. แยก "พฤติกรรม" ออกจาก "คุณค่าในตัวเด็ก"

หลีกเลี่ยงการแปะป้ายลูกว่าเป็น "เด็กก้าวร้าว" หรือ "เด็กเกเร" แต่ให้เน้นไปที่การกระทำ เช่น เปลี่ยนจากคำพูดว่า "ทำไมหนูเป็นเด็กนิสัยก้าวร้าวแบบนี้" เป็น "หมอเข้าใจว่าหนูกำลังโกรธ แต่การใช้คำพูดแบบนี้ทำร้ายความรู้สึกของคนอื่น และเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง"

3. สอนทักษะการเรียกชื่ออารมณ์ (Emotional Literacy)

เด็กหลายคนก้าวร้าวเพราะไม่รู้วิธีระบายความรู้สึกที่แท้จริง เช่น ความเสียใจ ความผิดหวัง หรือความอิจฉา คุณพ่อคุณแม่ช่วยลูกได้โดยการช่วยเขาระบุอารมณ์ เช่น "หนูกำลังรู้สึกไม่ยุติธรรมใช่ไหม" เมื่อเด็กรับรู้และเรียกชื่ออารมณ์ตนเองได้ เขาจะเริ่มควบคุมมันได้ดีขึ้น

4. สร้างกติกาและผลลัพธ์ที่ชัดเจนในบ้าน

ตกลงร่วมกันถึงขอบเขตของคำพูดที่ยอมรับได้ในครอบครัว หากมีการฝ่าฝืน ต้องมีผลลัพธ์ตามที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า เช่น การงดเวลาดูทีวีหรือเล่นเกม โดยเน้นการลงโทษที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมเพื่อสร้างความรับผิดชอบ ไม่ใช่การลงโทษเพื่อความสะใจ

เมื่อไรที่ควรพามาพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ?

หากคุณพ่อคุณแม่ได้ทดลองปรับพฤติกรรมตามแนวทางข้างต้นแล้ว แต่พฤติกรรมก้าวร้าวทางวาจาและการกลั่นแกล้งยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น หรือเริ่มกระทบต่อเรียนและการเข้าสังคมของเด็ก การเข้าพบกุมารแพทย์เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรม หรือจิตแพทย์เด็ก จะช่วยให้เราประเมินหาสาเหตุเชิงลึกได้อย่างถูกต้อง

blockquote>การขอความช่วยเหลือจากแพทย์ไม่ได้แปลว่าคุณพ่อคุณแม่ล้มเหลวในการเลี้ยงดู แต่คือการเพิ่มเครื่องมือและวิธีกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัว เพื่อให้ลูกน้อยเติบโตขึ้นเป็นคนที่เข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจอย่างแท้จริง
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down