หลายครั้งที่เรามักจะคิดว่าอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ อย่างหัวโขกขอบเตียง ลื่นล้มในห้องน้ำ หรืออุบัติเหตุจากการเล่นกีฬาแล้วหัวกระแทกพื้น ถ้ารู้สึกแค่ึมึนหัวหรือปวดหัวเดี๋ยวก็คงหายเอง แต่ในฐานะหมอที่เจอเคสแบบนี้ที่ห้องฉุกเฉินอยู่บ่อยๆ อยากบอกว่าเรื่องการบาดเจ็บที่สมองจากการกระทบกระแทกนั้นเป็นเรื่องใกล้ตัวและไม่ควรละเลยเลยครับ เพราะสมองของเราเป็นอวัยวะที่บอบบางมาก แม้ภายนอกจะไม่มีแผลแตกหรือเลือดออกให้เห็น แต่แรงกระแทกเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้เนื้อสมองกระทบกับกะโหลกศีรษะจนเกิดปัญหาตามมาได้
หัวกระแทกปุ๊บ เกิดอะไรขึ้นกับสมองของเราข้างใน?
เวลาที่ศีรษะโดนกระแทกอย่างแรง ไม่ว่าจะเป็นจากการชน ล้ม หรืออุบัติเหตุ สมองที่ลอยอยู่ (floating) ในน้ำไขสันหลังจะขยับไปกระแทกกับผนังด้านในของกะโหลกศีรษะทันที แรงเหวี่ยงนี้ทำให้เซลล์สมองเกิดการทำงานรวนชั่วคราว หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่าภาวะสมองกระทบกระเทือน (Concussion) ซึ่งแม้ว่าจะไม่ใช่การบาดเจ็บที่รุนแรงจนถึงขั้นมีเลือดออกในสมองเสมอไป แต่ก็ทำให้ระบบการทำงานของสมองสะดุดลงได้ชั่วคราว ทำให้เกิดอาการมึนงง สับสน หรือจำเหตุการณ์ช่วงที่เกิดอุบัติเหตุไม่ได้ชั่วขณะ
เช็กลิสต์อาการเตือนภัยที่ฟ้องว่าสมองกำลังประท้วง
อาการจากการบาดเจ็บที่สมองจากการกระทบกระแทกไม่ได้แสดงผลทันทีเสมอไป บางครั้งอาการอาจค่อยๆ ดetup ขึ้นหลังจากผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง เรามาดูกันว่าอาการแบบไหนที่ต้องเริ่มระวัง
- อาการปวดหัวและมึนงง: รู้สึกปวดศีรษะตื้อๆ หรือมึนหัวตลอดเวลา รู้สึกเหมือนโลกหมุนหรือไม่ทรงตัว
- คลื่นไส้ อาเจียน: รู้สึกพะอืดพะอมอยากอาเจียน หรืออาเจียนพุ่งออกมาโดยไม่มีสาเหตุอื่น
- มีปัญหาเรื่องความจำและสมาธิ: จำเหตุการณ์ตอนเกิดอุบัติเหตุไม่ได้ รู้สึกเบลอ คิดอะไรไม่ออก หรือโฟกัสกับเรื่องตรงหน้าไม่ได้
- การมองเห็นผิดปกติ: ตาพร่ามัว เห็นภาพซ้อน หรือรู้สึกแพ้แสงและเสียงดังมากกว่าปกติ
- อารมณ์และพฤติกรรมเปลี่ยนไป: หงุดหงิดง่าย ซึมลง หรือรู้สึกเหนื่อยล้าง่วงนอนตลอดเวลาทั้งที่นอนไปพอแล้ว
ช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกหลังกระแทก: ช่วงเวลาทองที่ต้องสังเกตอาการใกล้ชิด
คนไข้หลายคนชอบถามว่าพ้นขีดอันตรายหรือยังหลังจากหัวกระแทก หมอจะบอกเสมอว่าสองวันแรกคือช่วงเวลาสำคัญที่สุดในการเฝ้าระวัง หากเพิ่งโดนกระแทกมา ควรมีคนคอยดูแลอยู่ใกล้ๆ คอยสังเกตความเปลี่ยนแปลง หากผู้ป่วยนอนหลับไป ควรปลุกขึ้นมาเช็กความรู้สึกตัวเป็นระยะว่ายังตอบสนองรู้เรื่องดีไหม เพราะถ้ามีเลือดออกซึมในสมอง อาการจะค่อยๆแย่ลงในช่วงเวลานี้
สัญญาณอันตรายแบบไหนที่ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลทันที?
หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการเหล่านี้หลังศีรษะกระแทก ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด ต้องรีบไปพบแพทย์ที่ห้องฉุกเฉินทันที
- หมดสติไป: แม้จะหมดสติแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ก็ถือเป็นสัญญาณเตือนที่อันตราย
- อาเจียนพุ่งไม่หยุด: อาเจียนมากกว่าหนึ่งครั้งและไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น
- ซึมมากปลุกไม่ตื่น: ง่วงนอนผิดปกติ พูดจาไม่รู้เรื่อง ตอบคำถามไม่ตรงคำถาม
- ความผิดปกติทางร่างกาย: แขนขาอ่อนแรงข้างใดข้างหนึ่ง เดินเซ ทรงตัวไม่ได้
- ชักเกร็ง: มีอาการชักกระตุกที่ใบหน้าหรือลำตัว
- เลือดหรือน้ำใสๆ ไหลออกทางจมูกหรือหู: ซึ่งอาจบ่งบอกถึงกะโหลกศีรษะร้าว
วิธีรักษาและการดูแลตัวเองเพื่อให้สมองฟื้นตัวไวที่สุด
เมื่อไปถึงโรงพยาบาล แพทย์อาจพิจารณาทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) เพื่อความมั่นใจว่าไม่มีเลือดออกในสมอง หากผลตรวจปกติและเป็นการบาดเจ็บที่ไม่รุนแรง แพทย์จะอนุญาตให้กลับมาพักฟื้นที่บ้านได้
การพักผ่อนคือยาที่ดีที่สุดสำหรับสมองในช่วงนี้ ควรงดกิจกรรมที่ต้องใช้ความคิดหนักๆ งดการจ้องหน้าจอโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน งดการเล่นกีฬาหรือกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการกระแทกซ้ำ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หากมีอาการปวดหัว สามารถทานยาแก้ปวดพาราเซตามอลได้ตามคำแนะนำของแพทย์ แต่ควรหลีกเลี่ยงยากลุ่มต้านการอักเสบหรือยาแอสไพรินเพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงเรื่องเลือดออกได้