ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เรื่องไม่คาดคิดเมื่อร่างกายป่วยซ้ำสอง

หลายคนคงเคยมีประสบการณ์ไม่สบายด้วยโรคบางอย่าง เช่น เป็นหวัด ท้องเสีย หรือมีแผลถลอกเล็กๆ น้อยๆ แล้วคิดว่าเดี๋ยวร่างกายก็คงจัดการได้เองตามธรรมชาติ แต่ในความเป็นจริง บางครั้งร่างกายของเรากำลังอ่อนแอจากการต่อสู้กับโรคเดิมอยู่แล้ว เจ้าเชื้อแบคทีเรียตัวร้ายจึงฉวยโอกาสนี้บุกซ้ำเติมเข้ามาอีกรอบ จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่เรียกว่า ภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน ที่หมออยากให้ทุกคนทำความเข้าใจกันให้มากขึ้น

เชื้อโรคซ้ำซ้อนคืออะไร ทำไมถึงอันตรายกว่าเดิม?

เวลาที่เราป่วยเป็นโรคอะไรก็ตาม เช่น ไข้หวัดใหญ่ มักจะมีต้นเหตุมาจากเชื้อไวรัส ในช่วงแรกภูมิคุ้มกันของเราจะทำงานอย่างหนักเพื่อจัดการกับเจ้าไวรัสตัวนี้ ทำให้พลังงานและระบบป้องกันตัวของร่างกายลดลงไปมาก เปรียบเสมือนปราสาทที่กำลังสู้รบกับข้าศึกจนกำแพงเมืองพังทลายลงมา

ในจังหวะนั้นเอง แบคทีเรียที่ปกติอาศัยอยู่รอบตัวเราหรือแฝงตัวอยู่ในร่างกายอยู่แล้ว แต่เดิมไม่สามารถทำอะไรเราได้เพราะภูมิคุ้มกันยังดีอยู่ กลับสบโอกาสเดินทัพเข้ามาซ้ำเติมในจุดที่กำลังอ่อนแอ ทำให้เกิดการติดเชื้อรอบใหม่ที่รุนแรงลุกลามกว่าเดิม และบางครั้งเชื้อแบคทีเรียเหล่านี้ก็ดื้อยาง่ายเสียด้วย ทำให้กระบวนการรักษาซับซ้อนและใช้เวลานานขึ้น

สัญญาณเตือนภัยที่บอกว่าเรากำลังติดเชื้อซ้ำซ้อน

อาการแบบไหนนะที่เริ่มไม่ใช่แค่ไข้หวัดธรรมดาแล้ว? หมอมักจะเจอคนไข้ที่มาเล่าให้ฟังคล้ายๆ กันว่า ตอนแรกอาการเหมือนจะดีขึ้นอยู่แล้วเชียว แต่ออยู่ๆ ก็ทรุดหนักลงไปอีก ลองสังเกตอาการเหล่านี้ดูให้ดี

  • ไข้กลับมาสูงอีกรอบ: หลังจากที่ไข้เริ่มลดลงไปแล้ว 2-3 วัน แต่อยู่ๆ ก็กลับมามีไข้สูงหนาวสั่นอีกครั้ง
  • เสมหะเปลี่ยนสี: จากเดิมที่เป็นเสมหะใสๆ กลายเป็นสีเหลืองเข้ม สีเขียว หรือมีเลือดปน ซึ่งมักแปลว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียในปอดหรือหลอดลมเพิ่มเข้ามา
  • ปวดรุนแรงเฉพาะจุด: เช่น ปวดไซนัส ปวดหู หรือเจ็บแน่นหน้าอกมากขึ้นเวลาหายใจ
  • อาการอ่อนเพลียรุนแรง: รู้สึกไม่มีแรงแม้แต่นจะลุกขึ้นนั่ง หน้ามืด หรือซึมลง

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

ไม่ใช่ทุกคนที่จะเกิดปัญหานี้ได้ง่ายๆ แต่ถ้าหากคุณจัดอยู่ในกลุ่มต่อไปนี้ ร่างกายจะมีความเปราะบางเป็นพิเศษและต้องคอยระมัดระวังตัวเป็นเงาตามตัว

  • ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคไต หรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง
  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือกำลังได้รับยากดภูมิคุ้มกัน
  • เด็กเล็กที่ระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่
  • ผู้ที่นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลานาน

วิธีรักษาและการดูแลตัวเองเมื่อเกิดภาวะนี้

เมื่อตรวจพบว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนเกิดขึ้นจริง สิ่งสำคัญที่สุดคือการใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อที่ตรงกับชนิดของเชื้อแบคทีเรียตัวนั้นๆ ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินจากอาการและผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ

ข้อควรปฏิบัติที่หมอเน้นย้ำกับคนไข้เสมอคือ การกินยาปฏิชีวนะให้ครบตามกำหนดเวลาอย่างเคร่งครัด แม้ว่าอาการจะดีขึ้นภายใน 2-3 วันแรกแล้วก็ตาม เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อดื้อยา และสิ่งสำคัญอีกอย่างคือการพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำสะอาดมากๆ เพื่อช่วยให้ร่างกายขับของเสียและฟื้นฟูพลังงานกลับมาต่อสู้กับโรคภัยได้เต็มที่อีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down