ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เคยไหม มีญาติหรือคนใกล้ชิดที่เคยผ่าตัดช่องท้องเมื่อหลายปีก่อน อยู่ๆ วันดีคืนดีก็เกิดอาการปวดท้องเกร็งอย่างรุนแรง แน่นท้อง อ้วกพุ่ง และผายลมไม่ได้... หลายคนอาจคิดว่าแค่ท้องอืดหรืออาหารไม่ย่อย แต่แท้จริงแล้ว อาการเหล่านี้มักเป็นสัญญาณเตือนของ ภาวะลำไส้อุดตันจากพังผืดและการตีบแคบ ซึ่งเป็นปัญหาทางเดินอาหารที่พบได้บ่อยกว่าที่คิด และจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง

พังผืดและภาวะลำไส้ตีบแคบ แอบเกิดขึ้นในร่างกายได้อย่างไร?

เวลาที่ร่างกายเกิดบาดแผลหรือการอักเสบในช่องท้อง ไม่ว่าจะเป็นหลังการผ่าตัดไส้ติ่ง ผ่าตัดมดลูก ผ่าตัดลำไส้ หรือแม้แต่การอักเสบในช่องท้องอย่างรุนแรง ร่างกายจะเร่งสร้างเนื้อเยื่อเพื่อซ่อมแซมตัวเองตามธรรมชาติ แต่บางครั้งกระบวนการนี้กลับสร้าง "พังผืด" (Adhesions) ซึ่งมีลักษณะคล้ายพืดแถบกาวเหนียวๆ ยึดรั้งระหว่างลำไส้กับผนังท้อง หรือดึงรั้งลำไส้ด้วยกันเอง พอพังผืดเหล่านี้ไปดึงรั้งจนลำไส้บิดเบี้ยว ท่อทางเดินอาหารก็ถูกบีบให้แคบลง

อีกกรณีหนึ่งคือ "การตีบแคบ" (Strictures) ซึ่งเกิดจากแผลเป็นภายในผนังลำไส้เอง มักพบในคนที่เป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง หรือเคยได้รับการฉายรังสีรักษาบริเวณท้อง เมื่อผนังลำไส้หนาตัวขึ้นจนรูเปิดแคบลง อาหารและก๊าซจึงเดินทางผ่านไปได้ยาก นำไปสู่ ภาวะลำไส้อุดตันจากพังผืดและการตีบแคบ ในที่สุด

อาการแบบไหนที่สะกิดบอกว่า ลำไส้เริ่มมีปัญหา?

อาการของภาวะนี้มักไม่ได้เกิดขึ้นทันทีหลังผ่าตัด แต่อาจใช้เวลานานเป็นเดือนหรือเป็นปี อาการสำคัญที่ควรสังเกต ได้แก่:

  • ปวดท้องเป็นระลอก: รู้สึกปวดบิดเกร็งรอบสะดือหรือทั่วท้อง เป็นๆ หายๆ ตามจังหวะการบีบตัวของลำไส้
  • ท้องอืด แน่นท้องอย่างหนัก: รู้สึกเหมือนมีลมเต็มท้อง ท้องพองโตขึ้นเรื่อยๆ
  • คลื่นไส้และอาเจียน: ในช่วงแรกอาจอาเจียนเป็นเศษอาหาร แต่ถ้าอุดตันรุนแรง อาจอาเจียนออกมาเป็นน้ำสีเขียวเหลืองของน้ำดี หรือมีกลิ่นคล้ายอุจจาระ
  • ไม่ถ่ายและไม่ผายลม: เนื่องจากทางเดินถูกปิดกั้นอย่างสมบูรณ์ ทำให้ไม่มีสิ่งใดผ่านออกมาได้เลย

ใครบ้างที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ?

  • ผู้ที่เคยผ่านการผ่าตัดใหญ่ในช่องท้องหรืออุ้งเชิงอุ้งธานีมาก่อน
  • ผู้ที่มีประวัติเป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (เช่น โรคโครห์น) หรือเคยติดเชื้อในช่องท้อง
  • ผู้ที่เคยรับการรักษาด้วยการฉายรังสีบริเวณท้องหรืออุ้งเชิงโครง
  • ผู้ที่มีประวัติเคยเกิดภาวะลำไส้อุดตันมาก่อนหน้า

อาการวิกฤตแบบไหน ที่ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที?

หากมีอาการปวดท้องรุนแรงตลอดเวลาโดยไม่มีช่วงหยุดพัก มีไข้สูง หัวใจเต้นเร็ว ท้องแข็งเกร็งเมื่อจับ หรือกดแล้วปวดเจ็บเจียนตาย ห้ามลังเลหรือทานยาแก้ปวดเองเด็ดขาด เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณว่าลำไส้ขาดเลือดไปเลี้ยง หรือเกิดการแตกรั่วของลำไส้แล้ว ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตและต้องได้รับการรักษาฉุกเฉิน

คุณหมอมีวิธีตรวจและรักษาภาวะนี้อย่างไร?

การตรวจวินิจฉัยเพื่อหาจุดอุดตัน

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล หมอจะซักประวัติอย่างละเอียดและตรวจร่างกาย จากนั้นมักส่งตรวจเอกซเรย์ช่องท้อง (X-ray) หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) เพื่อดูว่ามีการขยายตัวของลำไส้เหนือจุดอุดตันหรือไม่ และดูตำแหน่งพังผืดหรือบริเวณที่ตีบแคบอย่างแม่นยำ

วิธีรักษา

การรักษาไม่จำเป็นต้องจบลงที่การผ่าตัดเสมอไป ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ:

  • การรักษาแบบประคบประคอง: สำหรับผู้ที่ลำไส้อุดตันเพียงบางส่วน หมอจะให้งดน้ำและอาหาร ใส่สายยางทางจมูกลงไปถึงกระเพาะเพื่อดูดเอาลมและน้ำออกจากท้อง ช่วยลดแรงดัน ให้ลำไส้ได้พัก ร่วมกับการให้น้ำเกลือทางสายยาง ในหลายเคส ลำไส้จะค่อยๆ คลายตัวและกลับมาทำงานได้เอง
  • การผ่าตัด: หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 24-48 ชั่วโมง หรือมีสัญญาณของลำไส้ขาดเลือด หมอจำเป็นต้องผ่าตัดเพื่อเลาะพังผืดออก หรือตัดแต่งลำไส้ส่วนที่ตีบแคบและเสียสภาพออกไป

เคล็ดลับดูแลตัวเอง เพื่อลดโอกาสเกิดลำไส้อุดตันซ้ำ

สำหรับผู้ที่เคยผ่าตัดช่องท้องหรือเคยมีปัญหาพังผืด การดูแลระบบย่อยอาหารเป็นเรื่องสำคัญมาก:

  • เคี้ยวอาหารให้ละเอียดมากๆ: ลดภาระการย่อยของลำไส้ และป้องกันไม่ให้เศษอาหารชิ้นโตไปอุดตันบริเวณที่ลำไส้แคบ
  • ปรับสไตล์การกิน: แบ่งกินเป็นมื้อเล็กๆ แต่บ่อยขึ้น แทนการกินมื้อใหญ่จัด
  • เลี่ยงอาหารที่ย่อยยาก: หลีกเลี่ยงอาหารที่มีเส้นใยเหนียว เช่น เหนียว เส้นบุก ถั่วเมล็ดแห้ง หรือผลไม้ที่มีกากใยแข็งเกินไป ในช่วงที่ลำไส้ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่
  • ดื่มน้ำอย่างเพียงพอ: ดื่มน้ำสะอาดวันละ 8-10 แก้ว ช่วยให้อุจจาระนุ่มและเคลื่อนตัวได้ดีขึ้น
  • ขยับร่างกายหลังผ่าตัด: หากเพิ่งผ่านการผ่าตัด การรีบลุกเดินช้าๆ เท่าที่ไหวจะช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้และลดโอกาสการเกิดพังผืดรั้งลำไส้ได้เป็นอย่างดี
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down