ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เคยสงสัยไหมว่าทำไมคนที่เคยผ่าตัดช่องท้อง ไม่ว่าจะผ่าตัดไส้ติ่ง ผ่าตัดคลอด หรือผ่าตัดมดลูกเมื่อหลายปีก่อน อยู่ดีๆ วันหนึ่งถึงมีอาการปวดท้องเกร็งรุนแรง ท้องอืดพองโต อาเจียน และผายลมไม่ได้เลย อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ แต่อาจเป็นสัญญาณของ ภาวะลำไส้อุดตันจากพังผืดและการตีบแคบ ซึ่งเป็นปัญหาในระบบทางเดินอาหารที่พบได้บ่อยกว่าที่หลายคนคิด และหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี อาจนำไปสู่ภาวะลำไส้ขาดเลือดจนอันตรายถึงชีวิตได้

พังผืดและรอยตีบในลำไส้ เกิดขึ้นได้อย่างไร และทำไมถึงทำให้ลำไส้ตัน?

หากลองจินตนาการว่าลำไส้ของเราคือสายยางยาวๆ ที่ทอดตัวขดไปมาอยู่ในท้อง การที่อาหารและน้ำจะเดินทางผ่านสายยางนี้ไปได้ ลำไส้จะต้องมีความยืดหยุ่นและมีเส้นทางที่โล่งสะดวก แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มี ภาวะลำไส้อุดตันจากพังผืดและการตีบแคบ เกิดขึ้น สายยางเส้นนี้ก็จะถูกรัดหรือบีบจนสิ่งต่างๆ ผ่านไปไม่ได้

พังผืดจากการผ่าตัดเก่า แผลเป็นเงียบที่รัดลำไส้

ทุกครั้งที่มีการผ่าตัดในช่องท้อง ร่างกายจะสร้างกระบวนการสมานแผลตามธรรมชาติ ซึ่งบางครั้งจะก่อให้เกิดเส้นใยแผลเป็นหรือพังผืด (Adhesions) ดึงรั้งระหว่างขดลำไส้ด้วยกันเอง หรือดึงรั้งลำไส้ติดกับผนังหน้าท้อง พังผืดเหล่านี้เปรียบเหมือนเชือกหรือใยแมงมุมที่คอยดึงรัดลำไส้ให้พับ ดัดงอ หรือพับจีบ จนสิ่งเยี่ยวและกากอาหารไม่สามารถเคลื่อนที่ผ่านไปได้ตามปกติ

ลำไส้ตีบแคบ จากการอักเสบเรื้อรังที่ซ่อนอยู่

ในอีกด้านหนึ่ง การตีบแคบของลำไส้ (Strictures) มักเกิดจากกระบวนการอักเสบซ้ำๆ ที่เกิดขึ้นภายในผนังลำไส้เอง เช่น ผู้ป่วยโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (Crohn's disease) ผู้ที่เคยได้รับการฉายรังสีบริเวณช่องท้อง หรือผู้ที่มีแผลเรื้อรังในลำไส้ เมื่ออักเสบแล้วหาย ร่างกายจะสร้างเนื้อเยื่อพังผืดหนาตัวขึ้นเรื่อยๆ จนรูระบายภายในลำไส้แคบลงเรื่อยๆ จนในที่สุดก็อุดตัน

อาการแบบไหนที่บอกว่าเริ่มมีภาวะลำไส้อุดตันจากพังผืดและการตีบแคบ?

อาการของภาวะนี้มักจะไม่ได้เกิดขึ้นแบบเดี่ยวๆ แต่มักมาพร้อมกันเป็นชุดสัญญาณเตือน 4 อาการหลักที่ต้องสังเกตอย่างใกล้ชิด:

  • ปวดบิดเป็นพักๆ บริเวณรอบสะดือหรือทั่วท้อง: เกิดจากการที่ลำไส้พยายามบีบตัวอย่างรุนแรงเพื่อดันกากอาหารให้ข้ามจุดที่ติดขัด ความปวดจะระลอกขึ้นมาแล้วค่อยๆ ซาลง ก่อนจะปวดขึ้นมาใหม่
  • อาเจียนพุ่งหรืออาเจียนมีกลิ่นน้ำดี: เมื่ออาหารเดินทางไปต่อไม่ได้ ก็จะไหลย้อนกลับขึ้นมาทางกระเพาะอาหาร ในรายที่อุดตันส่วนล่าง อาจอาเจียนออกมามีลักษณะคล้ายอุจจาระ
  • ท้องอืด พองโต แน่นแน่นตึง: ช่องท้องจะเริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จากแก๊สและของเหลวที่สะสมอยู่เหนือจุดอุดตัน
  • ไม่ผายลมและไม่ถ่ายอุจจาระ: นี่คือสัญญาณสำคัญที่บอกว่าลำไส้ถูกปิดกั้นโดยสมบูรณ์แล้ว

หมอตรวจและวินิจฉัยภาวะลำไส้อุดตันอย่างไร?

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล หมอจะเริ่มจากการสอบถามประวัติการผ่าตัดในอดีต ประวัติโรคประจำตัว ร่วมกับการฟังเสียงการทำงานของลำไส้ผ่านหูฟัง ซึ่งในระยะแรกมักจะได้ยินเสียงลำไส้บีบตัวดังผิดปกติ และอาจค่อยๆ เงียบลงเมื่อลำไส้เริ่มหมดแรง

จากนั้นจะส่งตรวจเอกซเรย์ภาพถ่ายรังสีบริเวณช่องท้อง (Abdominal X-ray) เพื่อดูระดับของเหลวและแก๊สที่ค้างอยู่ในลำไส้ และในผู้ป่วยหลายๆ ราย หมอจะแนะนำให้ทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) เพื่อหาจุดที่มีการอุดตันอย่างแม่นยำ แยกแยะว่าสาเหตุเกิดจากพังผืด การตีบแคบ หรือก้อนเนื้อ และประเมินว่ามีภาวะลำไส้ขาดเลือดร่วมด้วยหรือไม่

ทางเลือกในการรักษา ลำไส้อุดตันจำเป็นต้องผ่าตัดซ้ำทุกรายหรือไม่?

คำตอบคือ ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเสมอไปทุกราย การรักษาจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงและประเภทของการอุดตัน

1. การรักษาแบบประคบประคอง (Non-surgical treatment)

หากการอุดตันยังเกิดขึ้นไม่สมบูรณ์ และไม่มีสัญญาณของลำไส้ขาดเลือดหรือเน่า หมอมักจะเริ่มด้วยการหยุดให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารและน้ำทางปาก ให้สายน้ำเกลือเพื่อรักษาความสมดุลของร่างกาย และอาจใส่สายยางผ่านทางจมูกลงไปถึงกระเพาะอาหาร (NG tube) เพื่อดูดเอาแก๊สและของเหลวออก ลดแรงดันในลำไส้ ซึ่งในผู้ป่วยพังผืดหลายราย ลำไส้จะค่อยๆ คลายตัวและกลับมาทำงานได้เองหลังจากการพักลำไส้ 2-3 วัน

2. การผ่าตัดเพื่อแก้จุดอุดตัน (Surgical treatment)

หากอาการไม่ดีขึ้นหลังการรักษาแบบประคบประคอง หรือมีสัญญาณอันตราย เช่น มีไข้ ปวดท้องเกร็งตลอดเวลา เม็ดเลือดขาวขึ้นสูง ซึ่งบ่งบอกว่าลำไส้อาจเริ่มขาดเลือดหรือแตกสลาย หมอจะต้องนำผู้ป่วยเข้าห้องผ่าตัดเร่งด่วนเพื่อเลาะพังผืดที่รัดอยู่ออก (Adhesiolysis) หรือตัดต่อลำไส้ส่วนที่ตีบแคบและเน่าเสียทิ้งไป

หลังผ่าตัดช่องท้อง ทำอย่างไรไม่ให้พังผืดกลับมาเล่นงาน?

การป้องกันไม่ให้เกิดพังผืด 100% เป็นเรื่องยากเพราะเป็นกระบวนการธรรมชาติของร่างกาย แต่เราสามารถลดความเสี่ยงและการกลับเป็นซ้ำของภาวะลำไส้อุดตันจากพังผืดและการตีบแคบได้ดังนี้:

  • ขยับตัวและเดินให้เร็วที่สุดหลังผ่าตัด: หากไม่มีข้อห้ามทางการแพทย์ การลุกเดินเบาๆ หลังการผ่าตัดช่องท้องจะช่วยกระตุ้นให้ลำไส้เริ่มขยับตัว ลดโอกาสที่ลำไส้จะไปยึดติดกันเป็นพังผืด
  • เคี้ยวอาหารให้ละเอียดและปรับเรื่องการกิน: สำหรับผู้ที่มีประวัติเคยลำไส้อุดตัน ควรเลี่ยงอาหารที่ย่อยยาก อาหารที่มีกากใยเหนียวมากในปริมาณเยอะๆ เช่น เหนียวของผักบางชนิด หรือผลไม้ที่มีเมล็ดเยอะในคำเดียว เพราะอาจไปจับตัวเป็นก้อนบล็อกจุดที่เคยตีบแคบได้
  • สังเกตอาการตัวเองอย่างสม่ำเสมอ: หากเริ่มมีอาการแน่นท้อง แน่นตึง ปวดท้องเป็นพักๆ ให้รีบพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ อย่าปล่อยให้มีอาการอาเจียนหรือถ่ายไม่ออกหลายๆ วัน

ภาวะลำไส้อุดตันไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับผู้ที่เคยผ่านการผ่าตัดช่องท้อง การใส่ใจและรู้เท่าทันสัญญาณเตือนของร่างกายจะช่วยให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ปลอดภัย และกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down