ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เคยไหมที่ตั้งใจจะนั่งทำงานให้เสร็จในครึ่งชั่วโมง แต่ผ่านไปสองชั่วโมงกลับพบว่าตัวเองกำลังไถฟีดโซเชียล นั่งมองฟ้า หรือหยิบสิ่งของรอบตัวขึ้นมาจัดใหม่แทนงานหลัก หรือในมุมของผู้ปกครองที่ต้องปวดหัวทุกเย็นเพราะลูกไม่ยอมนั่งทำการบ้าน วางของทิ้งไว้จนหายเป็นประจำ และไม่เคยฟังสิ่งที่คุณพูดจนจบ

พฤติกรรมเหล่านี้หลายคนมักมองว่าเป็นแค่เรื่องของความเกียจคร้าน ความสะเพร่า หรือเด็กดื้อตามวัย แต่ในทางการแพทย์ สิ่งที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่เรื่องของนิสัยใจคอ แต่เป็นสัญญาณของ โรคสมาธิสั้นและภาวะการขาดสมาธิ ที่เกิดจากความบกพร่องในการทำงานของสมอง

ขี้ลืม ซน หรือสมาธิสั้น? แยกให้ออกระหว่างภาวะขาดสมาธิทั่วไปกับโรคสมาธิสั้น

คนทุกคนสามารถเกิดภาวะขาดสมาธิขึ้นได้เป็นครั้งคราว เวลาที่เรานอนไม่หลับ ความเครียดสะสม ร่างกายเหนื่อยล้า หรือมีเรื่องให้ต้องคิดหลายอย่างพร้อมกัน สมองของเราก็พร้อมจะวูบและหลุดโฟกัสได้ง่ายๆ ซึ่งอาการขาดสมาธิชั่วคราวแบบนี้จะหายไปเมื่อเราได้พักผ่อนหรือจัดการกับความเครียดได้

แต่สำหรับผู้ที่เป็น โรคสมาธิสั้นและภาวะการขาดสมาธิ (ADHD - Attention Deficit Hyperactivity Disorder) อาการหลุดโฟกัส วู่วาม หรือซนอยู่นิ่งไม่ได้ จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องยาวนานเกิน 6 เดือน และส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน การทำงาน หรือความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง

เกิดอะไรขึ้นในสมอง? ทำไมถึงควบคุมความสนใจได้ยาก

การเข้าใจกลไกของโรคนี้จะช่วยลดความรู้สึกรู้สึกผิดหรือการโทษตัวเองลงได้มาก ในสมองของผู้ที่มีภาวะสมาธิสั้น มีการทำงานผิดปกติของสารสื่อประสาท 2 ชนิดหลัก คือ โดปามีน (Dopamine) และ นอร์เอพิเนฟริน (Norepinephrine) โดยเฉพาะในสมองส่วนหน้า ซึ่งทำหน้าที่เหมือนวงดนตรีคุมจังหวะ คอยสั่งการเรื่องการจัดระเบียบความคิด การยับยั้งชั่งใจ และการจดจ่อ

เมื่อสารสื่อประสาทกลุ่มนี้มีระดับต่ำกว่าปกติ สมองจึงไม่สามารถคัดกรองสิ่งเร้ารอบตัวได้ดีพอ สมองของผู้ป่วยจะเปิดรับทุกอย่างพร้อมกันหมด เสียงลมพัด เสียงนาฬิกาเดิน หรือความคิดที่แวบเข้ามา จึงดึงความสนใจไปได้ทันที ทำให้การโฟกัสกับงานตรงหน้ากลายเป็นเรื่องที่ต้องใช้พลังงานสมองมหาศาล

สังเกตสัญญาณเตือน: อาการในเด็กและผู้ใหญ่ที่อาจมองข้าม

โรคสมาธิสั้นไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในเด็กเท่านั้น ผู้ใหญ่จำนวนมากก็เผชิญกับภาวะนี้โดยไม่รู้ตัว โดยลักษณะอาการจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่

1. กลุ่มอาการขาดสมาธิ (Inattention)

  • ในเด็ก: ทำงานสะเพร่า วางของลืมไว้เป็นประจำ วิ่งไปเล่นอย่างอื่นทั้งที่งานยังไม่เสร็จ ฟังคนอื่นพูดเหมือนไม่ได้ยิน
  • ในผู้ใหญ่: จัดลำดับความสำคัญของงานไม่ได้ ผลัดวันประกันพรวดเป็นประจำ ทำงานส่งไม่ทันกำหนด หลงลืมการนัดหมายสำคัญ หรือวูบหลุดโฟกัสระหว่างการประชุม

2. กลุ่มอาการซน ไม่อยู่นิ่ง (Hyperactivity)

  • ในเด็ก: วิ่งขยับตัวตลอดเวลา นั่งเก้าอี้ไม่สุข ขยับมือขยับเท้า พูดมากผิดปกติ
  • ในผู้ใหญ่: มักไม่แสดงออกด้วยการวิ่งเล่น แต่จะรู้สึกกระสับกระส่ายภายในจิตใจ อึดอัดเวลาต้องนั่งนิ่งๆ เป็นเวลานาน ชอบทำหลายอย่างพร้อมกัน

3. กลุ่มอาการหุนหวยพลันตระหนก หรือวู่วาม (Impulsivity)

  • ในเด็ก: โพล่งคำตอบก่อนฟังคำถามจบ รอคอยคิวไม่เป็น แย่งของเล่นเพื่อน
  • ในผู้ใหญ่: พูดแทรกคนอื่นโดยไม่ตั้งใจ ซื้อของโดยไม่คิด ตัดสินใจแบบกะทันหัน อารมณ์หงุดหงิดง่ายและควบคุมได้ยาก

ปรับชีวิตอย่างไรเมื่อต้องรับมือกับภาวะการขาดสมาธิ

การปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน มีส่วนสำคัญอย่างมากในการช่วยให้สมองทำงานได้เป็นระบบมากขึ้น

  • ย่อยงานให้เล็กที่สุด: แทนที่จะตั้งเป้าหมายว่าต้องทำรายงานให้เสร็จทั้งฉบับ ให้แบ่งงานเป็นส่วนย่อยๆ ที่ใช้เวลาทำเพียง 15-20 นาที เพื่อให้สมองไม่รู้สึกโดนกดดันจนเกินไป
  • ใช้เครื่องมือช่วยจำ: สมุดบันทึก แอปพลิเคชันแจ้งเตือน หรือกระดานจดงาน คือตัวช่วยชั้นดี อย่ายึดติดกับการใช้ความจำสมองเพียงอย่างเดียว
  • ลดสิ่งเร้ารอบตัว: โต๊ะทำงานควรมีเฉพาะสิ่งที่จำเป็นต้องใช้ในขณะนั้น ปิดการแจ้งเตือนโทรศัพท์มือถือขณะต้องการใช้สมาธิ
  • ใช้เทคนิคบริหารเวลา: ลองใช้เทคนิคการทำงาน 25 นาที สลับกับการพัก 5 นาที เพื่อให้สมองได้คลายความตึงเครียด

วิธีรักษาทางการแพทย์: คืนความสมดุลให้สมอง

เมื่อได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์แล้ว การรักษา โรคสมาธิสั้นและภาวะการขาดสมาธิ จะประกอบด้วยการรักษาแบบผสมผสาน

การใช้ยาควบคุมระดับสารสื่อประสาทเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูง ยาในกลุ่มนี้ไม่ได้ทำให้ผู้ป่วยเสพติดหรือกลายเป็นคนซึมเศร้า แต่ช่วยให้สมองสามารถนิ่งพอที่จะจดจ่อและควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น ควบคู่ไปกับการทำพฤติกรรมบำบัด เพื่อฝึกทักษะการบริหารจัดการเวลา การควบคุมอารมณ์ และการแก้ปัญหา

เมื่อไหร่ที่ควรเดินเข้ามาปรึกษาแพทย์?

หากอาการหลุดโฟกัส ขี้ลืม หรือความวู่วามเริ่มส่งผลกระทบอย่างชัดเจนต่อผลการเรียน หน้าที่การงาน หรือทำให้เกิดความขัดแย้งในครอบครัวซ้ำๆ การเข้าพบจิตแพทย์เด็กหรือจิตแพทย์ผู้ใหญ่ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว

การตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องจะช่วยให้เข้าใจธรรมชาติของสมองตัวเองมากขึ้น และได้รับการช่วยเหลือที่เหมาะสม โรคสมาธิสั้นเป็นภาวะที่รักษาและรับมือได้ดี หากได้รับดูแลอย่างถูกต้องตั้งแต่วันนี้

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down