ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เคยไหมที่ตั้งใจจะนั่งทำงานหรืออ่านหนังสือให้เสร็จสักเล่ม แต่ผ่านไปไม่กี่นาทีกลับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไถโซเชียลโดยไม่รู้ตัว นึกขึ้นได้อีกทีก็เสียเวลาไปเป็นชั่วโมง หรือมักจะลืมของสำคัญ วางอะไรไว้ก็จำไม่ได้ พยายามตั้งสติเท่าไหร่ก็ยังเผลอใจลอย คนรอบข้างมักมองว่าพฤติกรรมเหล่านี้เกิดจากความขี้เกียจ ขาดความรับผิดชอบ หรือไม่มีวินัย แต่ในมุมมองทางการแพทย์ บางครั้งสิ่งเหล่านี้อาจไม่ได้เกิดจากนิสัยส่วนตัว แต่เป็นสัญญาณของ โรคสมาธิสั้นและภาวะการขาดสมาธิ ที่เกิดจากการทำงานของสมองที่เปลี่ยนไป

โรคสมาธิสั้นและภาวะการขาดสมาธิ ต่างกันอย่างไร?

หลายคนมักใช้สองคำนี้แทนกัน แต่ในทางคลินิกมีจุดเน้นที่แตกต่างกันเล็กน้อย

โรคสมาธิสั้น (Attention Deficit Hyperactivity Disorder หรือ ADHD) เป็นโรคความผิดปกติของพัฒนาการระบบประสาทที่เริ่มเป็นตั้งแต่เด็ก และอาจติดตัวไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ เกิดจากความบกพร่องของสารสื่อประสาทในสมอง ทำให้มีปัญหาเรื่องการจดจ่อ การควบคุมความซน หรือพฤติกรรมหุนหวยพลันแล่นอย่างเรื้อรัง

ในขณะที่ ภาวะการขาดสมาธิ อาจเป็นเพียงอาการชั่วคราวที่เกิดขึ้นในคนทั่วไปเมื่อมีปัจจัยกระตุ้น เช่น ภาวะความเครียดสะสม การอดนอน ความวิตกกังวล การทำงานหลายอย่างพร้อมกัน (Multitasking) หรือพฤติกรรมเสพติดหน้าจอ เมื่อแก้ไขที่ต้นเหตุ สมาธิก็สามารถกลับคืนมาเป็นปกติได้

เช็กลิสต์สัญญาณเตือนที่บอกว่าสมองเริ่มมีปัญหาการจดจ่อ

อาการของภาวะนี้แสดงออกแตกต่างกันไปตามช่วงวัย โดยสังเกตได้จากรูปแบบพฤติกรรมต่อไปนี้

อาการสมาธิสั้นที่พบบ่อยในเด็ก

  • ขาดการจดจ่อ: วอกแวกง่าย ทำงานไม่เสร็จตามสั่ง ฟังเหมือนไม่ได้ฟัง วางสิ่งของผิดที่อยู่บ่อยๆ
  • ซนเกินวัย: อยู่นิ่งไม่ได้ ต้องลุกเดิน นั่งยุกยิก พูดมากผิดปกติ
  • ขาดการควบคุมตนเอง: หุนหวยพลันแล่น พูดแทรกขณะผู้อื่นกำลังคุย ไม่ชอบการรอคอย

อาการสมาธิสั้นในผู้ใหญ่ที่หลายคนมองข้าม

  • วางแผนชีวิตไม่ได้: จัดลำดับความสำคัญของงานไม่ถูก ผัดวันประกันพรุ่งเป็นประจำ
  • บริหารเวลาผิดพลาด: ไปสายบ่อย ส่งงานไม่ทันกำหนด คำนวณเวลาทำงานผิดพลาดอยู่เสมอ
  • อารมณ์สวิงง่าย: หงุดหงิดง่าย ทนต่อความกดดันหรือความเบื่อหน่ายได้ต่ำ
  • หลงลืมเรื่องสำคัญ: ลืมนัดหมาย ลืมกุญแจรถ ทำของใช้ส่วนตัวหายประจำ

อะไรคือสาเหตุที่แท้จริงของโรคสมาธิสั้นและภาวะการขาดสมาธิ?

สาเหตุหลักไม่ได้เกิดจากเลี้ยงดูไม่ดีหรือการสั่งสอนที่ผิดพลาด แต่เกิดจากกลไกทางชีวภาพและปัจจัยแวดล้อมดังนี้

1. ความไม่สมดุลของสารสื่อประสาทในสมอง: สมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการวางแผน การตัดสินใจ และการควบคุมตนเอง มีระดับสารสื่อประสาทอย่างโดปามีน (Dopamine) และนอร์เอพิเนฟริน (Norepinephrine) น้อยกว่าปกติ ทำให้การส่งสัญญาณควบคุมสมาธิทำงานได้ไม่เต็มที่

2. พันธุกรรม: หากมีคนในครอบครัวสายตรงมีประวัติเป็นโรคสมาธิสั้น ลูกหลานก็มีโอกาสเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป

3. ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรม: การอดนอนเรื้อรัง ภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล รวมถึงการรับข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็วและสั้นเกินไปจากสื่อดิจิทัล ล้วนส่งผลให้สมองชินชาต่อสิ่งกระตุ้นอย่างรวดเร็วและเกิดภาวะสมาธิสั้นเทียมได้

วิธีรักษาและการดูแลอย่างตรงจุดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

การดูแลรักษา โรคสมาธิสั้นและภาวะการขาดสมาธิ จำเป็นต้องประเมินโดยแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

การปรับสมดุลสารเคมีในสมองด้วยยารักษา

แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาในกลุ่มกระตุ้นประสาท (Stimulants) หรือยากลุ่มที่ไม่กระตุ้นประสาท (Non-stimulants) ยาเหล่านี้จะเข้าไปช่วยปรับระดับสารสื่อประสาทโดปามีนและนอร์เอพิเนฟรินให้สมดุล ช่วยให้สมองสามารถโฟกัส รับฟัง และควบคุมตนเองได้ดีขึ้น โดยการใช้ยาต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

การบำบัดความคิดและพฤติกรรม (CBT)

เป็นการฝึกทักษะการบริหารจัดการชีวิต เช่น การจัดสรรเวลา การแบ่งงานชิ้นใหญ่ออกเป็นงานย่อยๆ การทำลิสต์รายการที่ต้องทำ รวมถึงการฝึกควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมตอบสนอง

เทคนิคการปรับพฤติกรรมช่วยเพิ่มสมาธิที่ทำได้เองในชีวิตประจำวัน

นอกจากการรักษาทางการแพทย์แล้ว การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตก็มีส่วนสำคัญอย่างมากในการฟื้นฟูสมาธิ

  • ใช้นาฬิกาจับเวลาช่วยทำงาน: ลองใช้เทคนิค Pomodoro โดยตั้งใจทำงานอย่างเดียวเป็นเวลา 25 นาที แล้วพักสายตา 5 นาที วิธีนี้ช่วยให้สมองไม่รู้สึกว่างานหนักเกินไป
  • ลดสิ่งรบกวนรอบตัว: จัดโต๊ะทำงานให้โล่ง ปิดการแจ้งเตือนโทรศัพท์มือถือขณะทำงานที่ต้องใช้ความตั้งใจสูง
  • จดทุกอย่างลงกระดาษ: อย่าพึ่งพาความจำสมองเพียงอย่างเดียว การเขียน To-Do List ช่วยลดภาระการทำงานของสมองและลดอาการหลงลืม
  • นอนหลับให้เพียงพอและออกกำลังกาย: การนอนหลับ 7-8 ชั่วโมงช่วยให้สมองจัดเรียงข้อมูลได้ดีขึ้น ส่วนการออกกำลังกายช่วยกระตุ้นการหลั่งสารโดปามีนตามธรรมชาติ

หากรู้สึกว่าปัญหาเรื่องการจดจ่อเริ่มส่งผลกระทบต่อการเรียน การทำงาน หรือความสัมพันธ์ในชีวิตประจำวัน การเข้าพบจิตแพทย์หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำปรึกษา ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้เข้าใจตัวเองและกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและเต็มศักยภาพอีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down