ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมเราถึงต้องจริงจังกับการล้างอุปกรณ์พ่นยา

คนไข้หลายท่านที่ต้องพ่นยาเป็นประจำมักจะล้างอุปกรณ์แบบผ่านๆ หรือบางครั้งก็วางทิ้งไว้จนแห้งเองโดยไม่ได้ทำความสะอาดอย่างถูกวิธี หมออยากเตือนว่านี่เป็นจุดที่อันตรายมาก เพราะละอองยาที่ตกค้างในกระเปาะพ่นยาและหน้ากากนั้นเป็นแหล่งสะสมชั้นดีของเชื้อราและแบคทีเรีย ซึ่งถ้าเรานำมาสูดดมเข้าไปอีกรอบแทนที่จะได้รักษาโรค เราอาจจะได้โรคติดเชื้อในปอดแถมมาด้วย

ขั้นตอนการล้างทำความสะอาดหลังใช้งานทุกครั้ง

ทุกครั้งหลังพ่นยาเสร็จ อย่าเพิ่งวางอุปกรณ์ทิ้งไว้ ให้รีบถอดชิ้นส่วนต่างๆ ออกจากกัน ได้แก่ ตัวกระเปาะ หน้ากาก หรือท่อพ่นยา โดยมีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

  • ใช้น้ำสะอาดไหลผ่านเพื่อล้างคราบยาที่เกาะค้างอยู่ออกให้หมด
  • ใช้สบู่อ่อนๆ ผสมน้ำอุ่น ล้างทำความสะอาดอุปกรณ์ทุกชิ้นอย่างเบามือ
  • ล้างน้ำสะอาดซ้ำอีกครั้งจนมั่นใจว่าไม่มีฟองสบู่หลงเหลือ
  • สะบัดน้ำออกให้มากที่สุด แล้ววางบนผ้าสะอาดหรือกระดาษทิชชูอเนกประสงค์ที่สะอาด ผึ่งลมให้แห้งสนิทก่อนนำมาประกอบใช้งานใหม่

วิธีฆ่าเชื้อโรคแบบเน้นๆ ที่ควรทำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

การล้างด้วยสบู่เพียงอย่างเดียวอาจไม่พอสำหรับการกำจัดเชื้อโรคที่สะสมแน่นหนา หมอแนะนำให้ฆ่าเชื้อด้วยวิธีต้มหรือแช่น้ำยาเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ดังนี้

วิธีต้มฆ่าเชื้อด้วยน้ำเดือด

นำชิ้นส่วนอุปกรณ์ (ยกเว้นท่อต่ออากาศ) ลงไปต้มในน้ำเดือดนานประมาณ 5-10 นาที วิธีนี้เป็นวิธีที่ทำได้ง่ายและเห็นผลดีที่สุดในการฆ่าเชื้อโรค แต่ต้องระวังอย่าให้พลาสติกโดนก้นหม้อโดยตรงเพราะอาจทำให้เสียรูปทรงได้

วิธีแช่น้ำยาฆ่าเชื้อ

หากไม่สะดวกต้ม สามารถใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำสะอาดในอัตราส่วน 1 ต่อ 3 แช่อุปกรณ์ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้งจนกลิ่นน้ำส้มสายชูหายไปสนิท

ข้อควรระวังที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาด

การดูแลรักษาไม่ใช่แค่เรื่องของการทำความสะอาด แต่รวมถึงการเก็บรักษาที่ถูกต้องด้วย หมอขอแนะนำกฎเหล็กดังนี้

  • ห้ามใช้ผ้าขนหนูเช็ดอุปกรณ์ให้แห้ง เพราะเส้นใยผ้าอาจสะสมฝุ่นและเชื้อโรคได้ ให้ใช้วิธีวางผึ่งลมในที่สะอาดและโปร่งแทน
  • ตรวจสอบท่อพ่นอากาศเสมอ หากพบว่ามีหยดน้ำค้างอยู่ภายใน ให้เปิดเครื่องพ่นยาเดินเครื่องเปล่าสักครู่เพื่อให้ลมไล่ความชื้นออกไป
  • เปลี่ยนอุปกรณ์พ่นยาตามอายุการใช้งาน เช่น ทุก 6 เดือน หรือเมื่อเริ่มสังเกตเห็นว่าพลาสติกเปลี่ยนสีหรือมีรอยแตกร้าว

สุขภาพปอดของคนไข้ขึ้นอยู่กับความสะอาดของอุปกรณ์พ่นยา หากดูแลรักษาอย่างถูกวิธี ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อซ้ำซ้อนก็จะลดลงมาก หมออยากให้ทุกคนใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้เพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down