หลายครั้งที่หมอตรวจคนไข้โรคหอบหืดหรือภูมิแพ้ แล้วมักจะได้ยินคำถามเสมอว่า อุปกรณ์พ่นยาที่ใช้ทุกวันนี้ ทำไมบางทีพ่นแล้วรู้สึกมีกลิ่นอับๆ หรือบางคนอาการไม่ค่อยดีขึ้นเลย ทั้งที่ก็ใช้ยาตามเดิม พอหมอลองขอตรวจดูอุปกรณ์พ่นยาที่หยิบติดกระเป๋ามาด้วย สิ่งที่พบเจอบ่อยคือ คราบเหนียวของยาที่ตกค้างอยู่ด้านในกระบอกพ่น หรือบางทีก็มีฝุ่นจับอยู่เพราะเก็บไว้ไม่สะอาด ซึ่งเรื่องนี้อันตรายกว่าที่คิด เพราะอุปกรณ์พ่นยาที่สกปรกจะกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคชั้นดี ทั้งแบคทีเรียและเชื้อรา พอเรากดพ่นยาเข้าไป เชื้อพวกนี้ก็จะเดินทางเข้าสู่หลอดลมและปอดโดยตรง ทำให้จากที่จะรักษา กลับกลายเป็นพาเชื้อโรคเข้าไปเพิ่มแทน วันนี้หมอเลยอยากมาเล่าให้ฟังแบบละเอียดและเข้าใจง่ายว่า เราควรดูแลรักษา การล้างทำความสะอาดและการฆ่าเชื อุปกรณ์พ่นยาอย่างไรให้ถูกต้อง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของตัวเราเองครับ
ทำไมการล้างอุปกรณ์พ่นยาถึงเป็นเรื่องคอขาดบาดตายที่ไม่ควรละเลย?
เวลาที่เราใช้เครื่องพ่นยาหรือกระบอกพ่นยาขยายหลอดลม ละอองยาจะถูกพ่นผ่านหน้ากากหรือปากเป่าเข้าสู่ร่างกาย แต่ในกระบวนการนี้ จะมีละอองยาบางส่วนตกค้างเกาะอยู่ตามผนังด้านในเสมอ ยาเหล่านี้ส่วนใหญ่มีส่วนผสมของน้ำตาลหรือสารละลายที่เชื้อโรคโปรดปรานมาก ยิ่งถ้าปล่อยทิ้งไว้ข้ามวันไม่ยอมล้าง ความอับชื้นผสมกับคราบยา จะทำให้แบคทีเรียและเชื้อราบานปลายอย่างรวดเร็ว คนไข้หลายคนไม่รู้ตัวว่าอาการไอเรื้อรังที่เป็นอยู่ช่วงนี้ อาจไม่ได้มาจากโรคเดิม แต่อาจมาจากการสูดเอาสปอร์ของเชื้อราที่อยู่ในกระบอกพ่นยาเข้าไปทุกวันต่างหาก ดังนั้น การทำความสะอาดจึงไม่ใช่แค่เรื่องความสะอาดตา แต่เป็นเรื่องของการป้องกันการติดเชื้อในปอดที่สำคัญมากๆ
ขั้นตอนการล้างทำความสะอาดประจำวัน หลังพ่นยาเสร็จทุกครั้ง
การดูแลรักษาแบ่งออกเป็นสองแบบ แบบแรกคือการทำความสะอาดเบื้องต้นหลังใช้งานทุกครั้ง ซึ่งทำง่ายมากและใช้เวลาไม่นานครับ
- ถอดชิ้นส่วนของอุปกรณ์พ่นยาออกเป็นชิ้นเล็กๆ เท่าที่จะถอดได้ เช่น หน้ากาก กระบอกพ่นยา หรือตัวข้อต่อต่างๆ
- ล้างคราบยาและสิ่งสกปรกออกด้วยน้ำอุ่นผสมน้ำยาล้างจานสูตรอ่อนโยน โดยใช้นิ้วมือถูเบาๆ ด้านในเพื่อขจัดคราบเหนียว
- ล้างด้วยน้ำสะอาดก๊อกน้ำธรรมดาหลายๆ รอบ จนแน่ใจว่าไม่มีฟองสบู่หลงเหลืออยู่
- สะเด็ดน้ำออกแล้วนำไปวางคว่ำบนผ้าสะอาดหรือกระดาษทิชชูที่สะอาด ปล่อยให้แห้งเองตามธรรมชาติ ห้ามใช้ผ้าเช็ดด้านในเด็ดขาดเพราะอาจมีเส้นใยผ้าหลุดเข้าไปติดได้
วิธีฆ่าเชื้อโรคแบบจัดเต็ม ทำสัปดาห์ละครั้งเพื่อความสะอาดไร้กังวล
นอกจากการล้างประจำวันแล้ว เรายังต้องมีการฆ่าเชื้อโรคสะสมสัปดาห์ละประมาณหนึ่งครั้ง เพื่อความมั่นใจว่าไม่มีเชื้อโรคหลงเหลืออยู่ โดยวิธีที่ปลอดภัยและทำได้ง่ายที่บ้านมีดังนี้ครับ
- การต้มฆ่าเชื้อ: นำชิ้นส่วนพลาสติกที่ถอดแล้ว (ยกเว้นชิ้นส่วนที่เป็นยางบางประเภทที่อาจละลายได้ ให้ดูคู่มือประกอบ) ไปต้มในน้ำเดือดจัดนานประมาณ 5 ถึง 10 นาที ความร้อนจะช่วยฆ่าเชื้อโรคส่วนใหญ่ได้เป็นอย่างดี
- การใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ: สามารถใช้ผลิตภัณฑ์น้ำยาฆ่าเชื้อโรคสำหรับอุปกรณ์เด็กอ่อนที่หาซื้อได้ตามร้านขายยา มาผสมน้ำตามอัตราส่วนที่ฉลากกำหนด แล้วแช่อุปกรณ์ทิ้งไว้ตามเวลาที่ระบุ จากนั้นนำมาล้างด้วยน้ำสะอาดอีกรอบ
- นำขึ้นมาวางผึ่งให้แห้งสนิทบนผ้าสะอาดในที่อากาศถ่ายเท ก่อนจะนำมาประกอบกลับใช้งานใหม่อีกครั้ง
ข้อควรระวังและสัญญาณเตือนว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่
แม้อุปกรณ์พ่นยาบางชนิดจะดูทนทาน แต่ก็มีอายุการใช้งานของมันครับ โดยทั่วไปหากใช้กระบอกพ่นยาพลาสติกไปนานๆ พลาสติกอาจเริ่มเสื่อมสภาพ มีรอยขีดข่วนลึก ซึ่งรอยพวกนี้จะเป็นที่หลบซ่อนของเชื้อโรคที่ล้างไม่ออก หรือบางครั้งหน้ากากเริ่มแข็งกรอบ ยางยืดเริ่มเสื่อม หรือมีกลิ่นอับที่ล้างอย่างไรก็ไม่หาย แบบนี้ไม่ควรเสียดายครับ ควรเปลี่ยนใหม่ทันที เพราะสุขภาพปอดของเรามีค่ามากกว่าราคาอุปกรณ์พ่นยาหลายเท่าตัวนัก หมออยากให้ทุกคนใส่ใจเรื่องความสะอาดตรงนี้ให้สม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่ายาทุกหยดที่เราพ่นเข้าไป ช่วยเยียวยาปอดเราได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีสิ่งแปลกปลอมอื่นแถมมาด้วยครับ