ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่บอกให้ลูกเก็บบ้านหรือทำการบ้าน แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือการส่ายหน้า สะบัดตัวหนี หรือแม้กระทั่งการตะโกนสวนกลับมาทันทีว่าไม่ทำ หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาของเด็กช่วงวัยต่อต้าน แต่ถ้าพฤติกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ยาวนาน และรุนแรงจนกระทั่งกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน การเรียน หรือความสัมพันธ์ในครอบครัว นี่อาจไม่ใช่แค่ความดื้อทั่วไป แต่อาจเป็นสัญญาณของภาวะที่เรียกว่าโรคปฏิเสธและต่อต้านคำสั่ง ซึ่งในทางการแพทย์เรียกว่า Oppositional Defiant Disorder หรือ ODD

ในฐานะหมอเด็กและจิตแพทย์ที่ตรวจคนไข้กลุ่มนี้บ่อยๆ ผมมักจะเจอคุณพ่อคุณแม่ที่เหนื่อยล้าและรู้สึกจนมุม เพราะพยายามใช้ทั้งไม้แข็งและไม้นุ่มแล้ว แต่สถานการณ์กลับแย่ลง วันนี้เรามาคุยกันแบบเปิดอกว่าภาวะนี้คืออะไร เกิดจากอะไร และเราจะรับมืออย่างไรเพื่อให้บ้านกลับมาสงบสุขอีกครั้ง

ลูกแค่ดื้อซนตามวัย หรือเข้าข่ายโรคปฏิเสธและต่อต้านคำสั่งกันแน่?

เด็กทุกคนมีความเป็นตัวของตัวเอง มีช่วงเวลาที่ไม่อยากเชื่อฟัง หรืออยากลองทดสอบขอบเขตของผู้ใหญ่เป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่สำหรับเด็กที่เป็นโรคปฏิเสธและต่อต้านคำสั่ง พฤติกรรมเหล่านี้จะแสดงออกอย่างชัดเจนและต่อเนื่องนานกว่าหกเดือนขึ้นไป โดยสังเกตได้จากลักษณะสำคัญดังนี้

  • มักจะอารมณ์เสียง่าย หงุดหงิดง่าย หรือโกรธจัดเมื่อถูกขัดใจ
  • ชอบเถียงผู้ใหญ่ ผู้มีอำนาจ หรือคุณครูอย่างเอาเป็นเอาตาย
  • จงใจฝ่าฝืน กฎระเบียบ หรือปฏิเสธคำสั่งอย่างชัดเจน
  • ชอบโทษคนอื่นเวลาทำผิด ไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นต้นเหตุของปัญหา
  • มีความตั้งใจที่จะกวนใจ ทำให้คนรอบข้างรำคาญ หรือจงใจทำให้คนอื่นโกรธ

หากพฤติกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งและสร้างความเดือดร้อนให้กับคนรอบข้าง ไม่ใช่แค่กับพ่อแม่เท่านั้น แต่รวมถึงที่โรงเรียนด้วย นั่นแปลว่าเราควรเริ่มมองหาแนวทางช่วยเหลืออย่างจริงจัง

อะไรคือชนวนเหตุที่ทำให้เด็กคนหนึ่งกลายเป็นคนต่อต้านทุกเรื่อง?

หลายคนมักโทษการเลี้ยงดูว่าพ่อแม่ตามใจเกินไปหรือเข้มงวดเกินไปหรือเปล่า ความจริงแล้วสาเหตุของโรคปฏิเสธและต่อต้านคำสั่งนั้นมีความซับซ้อนกว่านั้นมาก และมักเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน

พื้นฐานอารมณ์และสารเคมีในสมอง

เด็กบางคนเกิดมาพร้อมกับ temperament หรือพื้นฐานอารมณ์ที่ปรับตัวยาก ไวต่อสิ่งเร้า และควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ยากกว่าเด็กทั่วไป นอกจากนี้ การทำงานของสารสื่อประสาทบางตัวในสมองส่วนหน้าที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการยับยั้งชั่งใจและการตัดสินใจอาจทำงานบกพร่องไปบ้าง

บรรยากาศและความสัมพันธ์ภายในครอบครัว

ความขัดแย้งเรื้อรังระหว่างพ่อแม่ การใช้ความรุนแรงในบ้าน หรือการเลี้ยงดูที่ไม่มีความสม่ำเสมอ เดี๋ยวตามใจเดี๋ยวลงโทษ ทำให้เด็กเกิดความสับสนและเรียนรู้ที่จะต่อต้านเพื่อเรียกร้องความสนใจหรือปกป้องตัวเอง

ปัญหาส่วนตัวที่ซ่อนอยู่ เช่น โรคสมาธิสั้นหรือความเครียด

เด็กจำนวนไม่น้อยที่เป็นโรคปฏิเสธและต่อต้านคำสั่ง มักจะมีโรคสมาธิสั้น (ADHD) โรควิตกกังวล หรือภาวะการเรียนσόบกพร่องร่วมด้วย เมื่อเด็กทำตามคำสั่งไม่ได้เพราะปัญหาเหล่านี้ แต่ผู้ใหญ่กลับมองว่าเด็กดื้อและต่อว่าซ้ำๆ เด็กจึงเลือกที่จะแสดงออกด้วยการต่อต้านเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกด้อยค่าของตนเอง

วิธีปรับพฤติกรรมและรับมือเมื่อต้องอยู่ร่วมกับคนที่เป็นโรคนี้

การจัดการกับภาวะนี้ต้องใช้ความใจเย็นขั้นสูง เพราะถ้าผู้ใหญ่ใช้อารมณ์เข้าแลก สถานการณ์จะยิ่งปะทุและบานปลาย หลักการสำคัญมีแนวทางปฏิบัติดังนี้

เลือกbattleให้ถูกเรื่องและตั้งกติกาให้ชัดเจน

เราไม่จำเป็นต้องต่อสู้ในทุกเรื่อง หากเรื่องไหนไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ให้ปล่อยผ่านไปบ้าง แต่สำหรับเรื่องสำคัญ กติกาต้องชัดเจน บอกให้เด็กเข้าใจล่วงหน้าว่าถ้าทำตามจะได้ผลลัพธ์อย่างไร และถ้าฝ่าฝืนจะมีผลที่ตามมาอย่างไร ซึ่งต้องทำตามนั้นจริงๆ โดยไม่มีข้อยกเว้นด้วยอารมณ์ชั่ววูบ

ชมเชยทันทีเมื่อทำตัวดี แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม

เด็กกลุ่มนี้คุ้นชินกับการถูกตำหนิและถูกมองในแง่ลบจนชินชา พ่อแม่จึงต้องพลิกเกมด้วยการมองหาจุดเล็กๆ ที่เขาทำดีแล้วกล่าวชมเชยหรือให้กำลังใจทันที เพื่อสร้างความรู้สึกมีคุณค่าในตัวเองและเสริมแรงบวกให้เขาอยากทำพฤติกรรมที่ดีนั้นอีก

หลีกเลี่ยงการปะทะคารมและการใช้อารมณ์รุนแรง

เมื่อเด็กเริ่มโมโหและเถียง การเข้าไปตะคอกหรือบังคับให้ยอมแพ้จะยิ่งทำให้เด็กต่อต้านหนักขึ้น ทางที่ดีคือการสงบสติอารมณ์ รอให้สถานการณ์เย็นลงแล้วค่อยพูดคุยด้วยเหตุผล หรือใช้การแยกตัวออกจากสถานการณ์ชั่วคราวจนกว่าจะตั้งสติได้

เมื่อไหร่ควรพาไปพบจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นเพื่อรับความช่วยเหลือ

หากคุณพ่อคุณแม่ลองปรับวิธีเลี้ยงดูและจัดการสิ่งแวดล้อมรอบตัวแล้ว แต่อาการของลูกยังคงรุนแรง ส่งผลกระทบต่อการเรียน การเข้าสังคม หรือทำให้ครอบครัวตึงเครียดจนเกือบจะรับไม่ไหว การปรึกษาจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นถือเป็นทางออกที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุด

แพทย์จะทำการประเมินอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ว่ามีภาวะอื่นร่วมด้วยหรือไม่ เช่น โรคสมาธิสั้น หรือภาวะซึมเศร้า จากนั้นจึงวางแผนการรักษาซึ่งอาจประกอบด้วยการทำจิตบำบัด การปรับพฤติกรรมครอบครัว หรือการใช้ยาในกรณีที่จำเป็น เพื่อช่วยปรับสมดุลทางอารมณ์ ทำให้เด็กสามารถควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น และช่วยให้ทุกคนในครอบครัวกลับมามีความสุขร่วมกันได้อีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down