ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ตื่นเช้าขึ้นมาส่องกระจกแล้วพบว่ามุมปากตก ขยับยิ้มไม่ได้ บ้วนน้ำแล้วน้ำไหลรั่วออกจากปาก แถมยังหลับตาไม่สนิท สิ่งเหล่านี้มักสร้างความตกใจให้คนไข้เป็นอย่างมาก หลายคนกังวลว่าเป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบ แต่เมื่อลองสังเกตเพิ่มเติม กลับพบว่ามีตุ่มน้ำใสๆ ขึ้นที่บริเวณใบหู รูหู หรือมีอาการปวดลึกๆ ในหูร่วมด้วย อาการลักษณะนี้คือสัญญาณของกลุ่มอาการรามเซย์ฮันต์หรือภาวะใบหน้าอัมพาตครึ่งซีกจากการติดเชื้อไวรัสที่เส้นประสาท

ทำไมอยู่ๆ หน้าถึงเบี้ยวครึ่งซีก แถมยังมีตุ่มน้ำขึ้นที่รูหู?

สาเหตุหลักเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใสและงูสวัด นั่นคือ Varicella Zoster Virus หลังจากที่เคยเป็นโรคอีสุกอีใสในวัยเด็ก ไวรัสชนิดนี้ไม่ได้หายไปจากร่างกายทั้งหมด แต่จะเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในปมประสาทแบบเงียบๆ

วันดีคืนดีเมื่อร่างกายอ่อนแอลง พักผ่อนไม่เพียงพอ มีความเครียดสะสม หรือภูมิคุ้มกันตก ไวรัสที่ซ่อนอยู่จะฉวยโอกาสกำเริบขึ้นมาใหม่ และวิ่งไปตามเส้นประสาทคู่ที่ 7 ซึ่งเป็นเส้นประสาทที่ทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใบหน้า รับรสชาติที่ปลายลิ้น รวมถึงส่งแขนงไปเลี้ยงบริเวณช่องหู เมื่อเส้นประสาทนี้เกิดการอักเสบและบวมอย่างรุนแรง จึงส่งผลให้กล้ามเนื้อใบหน้าครึ่งซีกอ่อนแรงลงทันที

สังเกตสัญญาณเตือน อาการแบบไหนที่ต่างจากภาวะหน้าเบี้ยวทั่วไป

หลายคนมักสับสนระหว่างกลุ่มอาการรามเซย์ฮันต์หรือภาวะใบหน้าอัมพาตครึ่งซีกแบบเบลล์ (Bell's Palsy) แม้ทั้งสองโรคจะทำให้หน้าเบี้ยวเหมือนกัน แต่มีจุดสังเกตสำคัญที่ต่างกันดังนี้

  • ตุ่มน้ำใสและแผลในหู: มีตุ่มน้ำลักษณะคล้ายงูสวัดขึ้นที่ใบหู ช่องรูหู เพดานปาก หรือปลายลิ้น ซึ่งภาวะอัมพาตใบหน้าแบบธรรมดาจะไม่มีตุ่มน้ำนี้
  • อาการปวดหูอย่างรุนแรง: รู้สึกปวดบวม ลึกๆ ในรูหู นำมาก่อนที่จะเริ่มมีอาการหน้าเบี้ยวครึ่งซีก
  • การได้ยินผิดปกติ: มีเสียงหึ่งๆ หรือเสียงวิ้งในหู หูอื้อ หรือบางรายอาจสูญเสียการได้ยินชั่วคราว
  • เวียนศีรษะ บ้านหมุน: รู้สึกโคลงเคลง เคลื่อนไหวแล้วทรงตัวยาก เนื่องจากเส้นประสาทรับการทรงตัวที่อยู่ใกล้เคียงได้รับผลกระทบไปด้วย
  • กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงครึ่งซีก: ยักคิ้วไม่ขึ้น ยิ้มยิงฟันแล้วมุมปากตก หลับตาไม่สนิท ทำให้ตาแห้งและระคายเคืองง่าย

ช่วงเวลาทอง 72 ชั่วโมงแรก: ทำไมต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วน?

สิ่งสำคัญที่สุดในการรักษาโรคนี้คือ "เวลา" หากเริ่มสังเกตเห็นอาการหน้าเบี้ยวร่วมกับปวดหูหรือมีตุ่มน้ำ ต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาภายใน 72 ชั่วโมงแรกหลังจากเริ่มแสดงอาการ

การรักษาในระยะเริ่มต้นมีเป้าหมายหลัก 3 อย่าง

  • ยาต้านไวรัส: เพื่อยับยั้งการขยายพันธุ์ของเชื้อไวรัส ลดความเสียหายที่จะเกิดกับเส้นประสาท
  • ยาสเตียรอยด์ลดการอักเสบ: เพื่อลดอาการบวมของเส้นประสาทคู่ที่ 7 ช่วยให้เส้นประสาทฟื้นตัวได้เร็วขึ้นและลดโอกาสเกิดความเสียหายถาวร
  • ยาบรรเทาอาการปวด: เนื่องจากความเจ็บปวดจากเส้นประสาทอักเสบมักมีความรุนแรง จึงจำเป็นต้องใช้ยาแก้ปวดเฉพาะทางร่วมด้วย

วิธีดูแลตัวเองและฟื้นฟูกล้ามเนื้อใบหน้าอย่างถูกวิธี

นอกจากการรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดแล้ว การดูแลตัวเองที่บ้านมีผลอย่างมากต่อความเร็วในการฟื้นตัว

1. ปกป้องดวงตาข้างที่หลับไม่สนิท

เมื่อหลับตาได้ไม่สนิท น้ำตาจะระเหยเร็ว ทำให้กระจกตาแห้งและเสี่ยงต่อการเกิดแผลหรือติดเชื้อได้ง่าย ให้ใช้น้ำตาเทียมหยอดตาในระหว่างวัน และใช้ยาป้ายตาเนื้อเจลก่อนนอน พร้อมใช้พลาสเตอร์ปิดตาหรือใช้อุปกรณ์ครอบตาเพื่อป้องกันฝุ่นและสิ่งแปลกปลอม

2. ฝึกบริหารกล้ามเนื้อใบหน้า

เมื่ออาการอักเสบเริ่มลดลง แพทย์จะแนะนำให้เริ่มกายภาพบำบัดใบหน้าเบาๆ เช่น หน้ากระจก ทำท่าเลิกคิ้ว ย่นจมูก ดูดปาก ยิ้มยิงฟัน และหลับตาเกร็ง เพื่อกระตุ้นให้เส้นประสาทและกล้ามเนื้อกลับมาทำงานประสานกันอีกครั้ง

3. พักผ่อนและลดความเครียด

ให้เวลาร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเอง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารที่มีวิตามินบีสูง เพื่อช่วยบำรุงระบบประสาท และหลีกเลี่ยงการนอนดึก

แนวทางป้องกันไม่ให้ไวรัสกลับมากระตุ้นซ้ำ

สำหรับผู้ที่เคยเป็นโรคอีสุกอีใสมาก่อน การป้องกันที่ดีที่สุดคือการรักษาระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ ออกกำลังกายเป็นประจำ นอนหลับให้เพียงพอ และจัดการกับความเครียดอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง การฉีดวัคซีนป้องกันงูสวัดถือเป็นตัวเลือกสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดกลุ่มอาการรามเซย์ฮันต์หรือภาวะอัมพาตใบหน้าจากไวรัสชนิดนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down