ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงนี้เวลาตรวจคนไข้ที่คลินิก สิ่งที่หมอฟังบ่อยที่สุดคงหนีไม่พ้นเสียงบ่นเรื่องอาการปวดตึงแถวต้นคอ ลามมาที่บ่า และร้าวไปถึงสะบัก บางคนปวดจนหันคอไม่ได้ หรือบางทีก็ปวดหัวตื้อๆ ร่วมด้วย พอลองซักประวัติลึกๆ ดูก็จะพบคำตอบคล้ายกันหมดคือ ใช้ชีวิตอยู่กับหน้าจอโทรศัพท์มือถือแทบจะตลอดเวลา ทั้งนั่งทำงาน เดินกินข้าว หรือแม้แต่นอนเล่นก่อนนอน

ในทางการแพทย์ เราเรียกกลุ่มอาการนี้ว่าออฟฟิศซินโดรมในยุคดิจิทัล ซึ่งต้นตอไม่ได้เกิดจากการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียวแล้ว แต่เป็นเพราะท่าทางเวลาเราก้มหน้ามองมือถือต่างหากที่ทำร้ายร่างกายทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว

ทำไมการก้มดูมือถือถึงทำให้คอบ่าไหล่พังได้ขนาดนี้?

ธรรมชาติของศีรษะมนุษย์เรามีน้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 4 ถึง 5 กิโลกรัม ซึ่งกล้ามเนื้อคอและบ่าถูกออกแบบมาให้รับน้ำหนักในแนวตั้งได้อย่างสบายๆ เมื่อเรายืนหรือนั่งตัวตรง แต่พอเราก้มหน้าลงไปมองหน้าจอโทรศัพท์แค่ 15 องศา น้ำหนักที่คอต้องรับจะพุ่งสูงขึ้นทันทีเหมือนมีของหนัก 12 กิโลกรัมมาถ่วงไว้ และถ้าก้มลึกถึง 60 องศา ซึ่งเป็นองศาที่เราใช้กันเป็นปกติเวลาเล่นมือถือ กล้ามเนื้อคอและกระดูกสันหลังจะต้องรับภาระหนักอึ้งเทียบเท่ากับน้ำหนักเกือบ 27 กิโลกรัม

พอกล้ามเนื้อต้องเกร็งตัวค้างอยู่ในท่านั้นนานๆ เป็นชั่วโมง เลือดก็มาเลี้ยงไม่สะดวก เกิดเป็นความล้า สะสมจนกลายเป็นก้อนไตแข็งๆ ที่เรารู้สึกได้เวลาเอามือกดไปโดนแถวบ่านั่นเอง

เช็กตัวเองด่วน อาการแบบไหนแปลว่าเริ่มเข้าขั้นเรื้อรังแล้ว?

หลายคนคิดว่าอาการปวดเมื่อยเป็นเรื่องธรรมดา แค่นอนพักตื่นมาก็หาย แต่ถ้าใครมีลักษณะเหล่านี้เริ่มถามหา แปลว่าอาการปวดคอบ่าไหล่เรื้อรังจากโทรศัพท์กำลังเล่นงานเข้าแล้ว

  • ปวดตึงต้นคอและบ่าเป็นประจำทุกวัน โดยเฉพาะช่วงบ่ายๆ หรือตอนใช้งานโทรศัพท์นานๆ
  • รู้สึกเหมือนมีอะไรมาทับที่ไหล่ตลอดเวลา จนต้องคอยขยับคอหรือบิดขี้เกียจอยู่เรื่อยๆ
  • อาการปวดเริ่มลามขึ้นไปที่ขมับ ท้ายทอย จนกลายเป็นอาการปวดหัวไมเกร็ง
  • มีอาการชาลามลงไปที่แขนหรือปลายนิ้วบางครั้งเวลาก้มหน้านานๆ
  • ขยับคอแล้วมีเสียงดังกรอบแกรบ หรือหันคอได้ไม่สุดเหมือนเดิม

ปรับพฤติกรรมด่วน ปลดล็อกคอมอถือตัวร้ายไม่ให้ทำลายสุขภาพ

การรักษาอาการปวดเรื้อรังให้หายขาด หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การกินยาแก้ปวดอย่างเดียว แต่มันคือการแก้ที่ต้นเหตุ พฤติกรรมการใช้โทรศัพท์คือสิ่งที่เราต้องปรับเปลี่ยนอย่างจริงจัง

  • ยกโทรศัพท์ขึ้นมามองระดับสายตา: แทนที่จะก้มคอลงไปมองหน้าจอ ให้ใช้วิธีขยับข้อศอกหรือยกมือถือขึ้นมาให้อยู่ในระดับสายตาแทน ลดการก้มคอลงได้มหาศาล
  • ตั้งเวลาพักทุก 30 นาที: ทุกครึ่งชั่วโมงควรวางโทรศัพท์ลง ลุกขึ้นยืน ยืดเหยียดกล้ามเนื้อคอและไหล่เบาๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อได้คลายตัว
  • เลิกพฤติกรรมหนีบโทรศัพท์ไว้ที่หัวไหล่: เวลาคุยโทรศัพท์แล้วต้องพิมพ์งานไปด้วย อย่าใช้หัวไหล่หนีบเครื่องไว้กับหู เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อคอข้างนั้นหดเกร็งรุนแรง
  • ปรับท่านอนให้ถูกต้อง: หลีกเลี่ยงการนอนหนุนหมอนที่สูงหรือแข็งเกินไปจนทำให้คอพับ และไม่นอนตะแคงเล่นมือถือบนเตียงเพราะจะทำให้กระดูกสันหลังส่วนคอบิดเบี้ยว

วิธีบรรเทาอาการเบื้องต้นเมื่อเริ่มปวดตึงระหว่างวัน

สำหรับใครที่เริ่มมีอาการปวดกำเริบขึ้นมาในระหว่างวัน สามารถบรรเทาความทรมานด้วยวิธีง่ายๆ เหล่านี้ได้ทันที

  • ประคบอุ่นช่วยได้ดีที่สุดสำหรับอาการเรื้อรัง: หากอาการปวดเป็นมานานและไม่มีอาการบวมแดงร้อน ให้ใช้แผ่นประคบอุ่นวางบริเวณบ่าและต้นคอประมาณ 15 ถึง 20 นาที ความร้อนจะช่วยให้เส้นเลือดขยายตัวและคลายความตึงเกร็งของกล้ามเนื้อ
  • ยืดเหยียดกล้ามเนื้อคอเบาๆ: เอียงศีรษะไปด้านข้างให้หูชิดไหล่ค้างไว้ 15 วินาที สลับซ้ายขวา และก้มหน้าคางชิดอกเพื่อยืดกล้ามเนื้อต้นคอ ทำซ้ำสัก 3 ถึง 5 รอบ ช่วยลดความตึงได้ดีมาก
  • นวดคลายจุดแบบถูกวิธี: สามารถใช้นิ้วมือกดนวดเบาๆ บริเวณก้อนเนื้อที่ตึงเกร็ง แต่ห้ามให้นวดเค้นแรงๆ เด็ดขาด เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่ออักเสบหนักกว่าเดิม

อาการปวดคอบ่าไหล่เรื้อรังจากโทรศัพท์ไม่ใช่โรคที่อันตรายถึงชีวิต แต่เป็นอาการที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตในแต่ละวันค่อนข้างมาก หากลองปรับพฤติกรรมและดูแลตัวเองเบื้องต้นแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือเริ่มมีอาการชาลามร่วมด้วย แนะนำให้มาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด เพราะอาจมีภาวะหมอนรองกระดูกเสื่อมหรือทับเส้นประสาทร่วมด้วย การปล่อยทิ้งไว้นานจะยิ่งรักษายากขึ้นครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down