ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อตุ่มน้ำใสลามมาถึงใบหน้า สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อโรคงูสวัดที่มักเกิดตามลำตัวหรือรอบเอว แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ผื่นและตุ่มน้ำใสเริ่มปรากฏขึ้นบริเวณหน้าผาก โหนกแก้ม หรือข้างจมูก นั่นคือสัญญาณที่ต้องตั้งรับอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะเชื้อไวรัสกำลังคุกคามเข้าใกล้ดวงตา อาการปวดแสบปวดร้อนที่ดูเหมือนผื่นผิวหนังธรรมดา อาจซ่อนความเสี่ยงที่ร้ายแรงถึงขั้นทำให้สูญเสียการมองเห็นได้หากดูแลไม่ถูกต้อง

ทำไมไวรัสชนิดนี้ถึงเจาะจงมาเล่นงานบริเวณดวงตา?

เชื้อที่เป็นสาเหตุของงูสวัดคือ Varicella-Zoster Virus (VZV) ซึ่งเป็นไวรัสตัวเดียวกับที่ทำให้เราเป็นแม่อีสุกอีใสในวัยเด็ก หลังจากที่เราหายจากโรคอีสุกอีใสแล้ว เชื้อไม่ได้สูญหายไปไหน แต่จะเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบๆ ในปมประสาทของร่างกาย

ในกรณีของดวงตา เชื้อจะซ่อนอยู่ในปมประสาทสมองคู่ที่ 5 แขนงที่ 1 (Ophthalmic branch of Trigeminal nerve) ซึ่งทำหน้าที่รับความรู้สึกบริเวณหน้าผาก หนังตา บนกระจกตา และข้างจมูก เมื่อไหร่ที่ร่างกายอ่อนแอ ภูมิคุ้มกันตก เครียดสะสม หรืออายุมากขึ้น เชื้อที่เคยหลับอยู่จะตื่นขึ้นมาเดินตามแนวเส้นประสาทนี้ แล้วแสดงอาการออกมาเป็นผื่นตุ่มน้ำใสบนผิวหนังตามเส้นทางของเส้นประสาทเส้นนั้นทันที

สังเกตอาการเตือนแรกเริ่ม ผื่นแบบไหนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

ก่อนที่ผื่นจะปรากฏขึ้น ร่างกายมักจะส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้าประมาณ 2-3 วัน โดยจะมีอาการที่สังเกตได้ดังนี้:

  • มีอาการปวด แปลบๆ แสบร้อน หรือคันบริเวณหน้าผาก รอบดวงตา หรือศีรษะข้างใดข้างหนึ่ง
  • อาจมีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย หรือปวดศีรษะร่วมด้วย
  • เริ่มมีรอยแดง และกลายเป็นตุ่มน้ำใสพุพองขึ้นตามมา โดยผื่นจะเกิดแค่ซีกใดซีกหนึ่งของใบหน้าเท่านั้น ไม่ข้ามไปอีกฝั่ง

จุดสังเกตสำคัญทางการแพทย์ (Hutchinson's sign): หากพบว่ามีตุ่มน้ำใสขึ้นที่บริเวณปลายจมูกหรือข้างสันจมูก ต้องระวังให้ดี เพราะเส้นประสาทที่เลี้ยงปลายจมูกเป็นเส้นเดียวกับที่ไปเลี้ยงกระจกตา การมีผื่นที่ปลายจมูกแปลว่าไวรัสมีโอกาสสูงมากที่จะลุกลามเข้าไปในดวงตาแล้ว

งูสวัดขึ้นตาและภาวะแทรกซ้อนทางสายตา มีอะไรบ้างที่ต้องกังวล?

เมื่อพูดถึงเรื่อง งูสวัดขึ้นตาและภาวะแทรกซ้อนทาง สายตา ความน่ากลัวไม่ได้จบลงแค่ตุ่มน้ำบนผิวหนังแห้งสะเก็ด แต่คือการอักเสบภายในโครงสร้างดวงตา ซึ่งแบ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญได้ดังนี้:

1. กระจกตาอักเสบและเป็นแผล (Keratitis)

เชื้อไวรัสสามารถจู่โจมผิวกระจกตาโดยตรง ทำให้เกิดการอักเสบ เป็นแผลลักษณะคล้ายกิ่งไม้ (Dendritic ulcer) ผู้ป่วยจะมีอาการตาแดง สู้แสงไม่ได้ น้ำตาไหล และเจ็บตาอย่างรุนแรง หากแผลลึกหรือเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน อาจทิ้งรอยแผลเป็นฝ้าขาวบนกระจกตา ทำให้การมองเห็นมัวลงอย่างถาวร

2. ม่านตาอักเสบและความดันตาพุ่งสูง (Uveitis & Secondary Glaucoma)

ไวรัสอาจลุกลามเข้าไปยังช่องหน้าม่านตา ทำให้เกิดม่านตาอักเสบ มีเซลล์อักเสบและเศษเนื้อเยื่อสะสมจนไปอุดช่องทางการระบายน้ำเลี้ยงตา ส่งผลให้ความดันภายในดวงตาสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดภาวะต้อหินแทรกซ้อน ซึ่งหากความดันตาสูงเป็นเวลานานจะทำลายเส้นประสาทตาจนตาบอดได้

3. อาการปวดเส้นประสาทเรื้อรัง (Postherpetic Neuralgia)

แม้ผื่นบนผิวหนังและอาการอักเสบในตาจะหายแล้ว แต่ความทรมานอาจยังไม่จบ เนื่องจากเส้นประสาทที่ถูกไวรัสทำลายยังคงส่งสัญญาณความเจ็บปวดผิดปกติไปยังสมอง ทำให้รู้สึกปวดแปลบๆ เสียบๆ หรือแสบร้อนรอบดวงตาอย่างรุนแรงต่อเนื่องเป็นเดือนหรือเป็นปี

นาทีทอง 72 ชั่วโมงแรก: กินยาต้านไวรัสอย่างไรให้ทันเวลา

สิ่งสำคัญที่สุดในการรับมือกับงูสวัดขึ้นตาคือเรื่องของเวลา การได้รับยาต้านไวรัสชนิดรับประทาน (เช่น Acyclovir, Valacyclovir หรือ Famciclovir) ภายใน 72 ชั่วโมงแรก หลังเริ่มปรากฏผื่น จะช่วยหยุดยั้งการกระจายตัวของไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ยานี้ไม่เพียงช่วยให้ผื่นแห้งเร็วขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยลดความรุนแรงของภาวะแทรกซ้อนทางตา และลดโอกาสการเกิดอาการปวดเส้นประสาทเรื้อรังได้อย่างมีนัยสำคัญ

วิธีดูแลตัวเองอย่างถูกต้องเมื่อเป็นงูสวัดใกล้ตา

นอกจากกินยาต้านไวรัสตามที่แพทย์สั่งแล้ว การปฏิบัติตัวในชีวิตประจำวันก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อซ้ำซ้อน:

  • ห้ามแกะ สะกิด หรือขยี้ตาเด็ดขาด: การถูตาอาจทำให้เชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียจากมือถูเข้าไปในกระจกตาจนเกิดแผลติดเชื้อลุกลาม
  • เช็ดทำความสะอาดรอบดวงตาอย่างถูกวิธี: ใช้น้ำเกลือปราศจากเชื้อ (Normal Saline) ชุบสำลีเช็ดคราบสะเก็ดรอบดวงตาเบาๆ โดยเช็ดจากหัวตาไปหางตา และใช้สำลีเพียงครั้งเดียวแล้วทิ้ง
  • หยอดยาตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด: หากหมอตาจ่ายยาหยอดลดการอักเสบ ยาขยายม่านตา หรือยาปฏิชีวนะ ต้องหยอดให้ครบและตรงเวลา ห้ามซื้อยาหยอดตาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์มาใช้เองโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้แผลที่กระจกตาทะลุได้
  • พักสายตาและหลีกเลี่ยงแสงจ้า: ควรสวมแว่นกันแดดเมื่อต้องออกแดด เพื่อลดอาการเคืองตาและสู้แสงไม่ได้

วิธีป้องกันงูสวัดในระยะยาว

วิธีที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อนทางสายตา คือการป้องกันไม่ให้เกิดโรคงูสวัดตั้งแต่แรก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งปัจจุบันมี วัคซีนป้องกันงูสวัดชนิดใหม่ (Recombinant Zoster Vaccine) ที่มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันการเกิดโรคได้มากกว่า 90% และช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้อย่างมาก

หากคุณหรือคนใกล้ชิดเริ่มมีอาการปวดแสบปวดร้อนบริเวณใบหน้า มีตุ่มน้ำใสขึ้นใกล้ดวงตา อย่ารอให้ผื่นลามหรือรอจนตาบวมมัว ควรรีบไปพบแพทย์ผิวหนังหรือจักษุแพทย์ทันที เพราะการรักษาที่เร็วที่สุดคือหัวใจสำคัญในการปกป้องดวงตาและการมองเห็นของคุณให้คงอยู่ตลอดไป

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down