ลูกชายหงุดหงิดง่าย หงุดหงิดเก่ง หรือเราเองที่นอนไม่หลับเพราะกาแฟแก้วบ่าย
เวลาที่เราอารมณ์เสีย หงุดหงิดง่าย หรือไม่มีสมาธิทำงาน หลายคนมักโทษความเครียดงาน รถติด หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่จากประสบการณ์ตรวจคนไข้ในห้องตรวจ ผมมักจะชวนย้อนกลับไปมองเรื่องใกล้ตัวที่สุดอย่างอาหารการกิน เพราะสิ่งที่เราตักเข้าปากในแต่ละมื้อไม่ได้แค่หล่อเลี้ยงร่างกาย แต่สารอาหารเหล่านี้กำลังส่งสัญญาณตรงดิ่งไปที่สมองและควบคุมพฤติกรรมของเราโดยที่เราไม่รู้ตัว
ลำไส้คือสมองแห่งที่สอง: เบื้องหลังความหงุดหงิดที่มาจากจานข้าว
สมองกับทางเดินอาหารของเราเชื่อมต่อกันตลอดเวลาผ่านเส้นประสาทเวกัส (Vagus Nerve) ที่เราเรียกกันว่า Gut-Brain Axis ในลำไส้ของเรามีจุลินทรีย์นับล้านตัวที่ทำหน้าที่ผลิตสารสื่อประสาทตัวสำคัญ โดยเฉพาะเซโรโทนิน (Serotonin) หรือฮอร์โมนแห่งความสุข ถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ถูกสร้างขึ้นที่ลำไส้ ดังนั้น หากเรากินแต่อาหารขยะ ฟาสต์ฟู้ด หรือน้ำตาลแปรรูป จุลินทรีย์ตัวร้ายจะเติบโต ส่งผลให้การผลิตสารความสุขลดลง กลายเป็นที่มาของอาการซึมเศร้า วิตกกังวล และหงุดหงิดอย่างไร้สาเหตุ
น้ำตาลในเลือดแกว่ง พฤติกรรมก็แกว่งตาม
ลองนึกภาพวันที่เรากินชานมไข่มุกหวานร้อยเปอร์เซ็นต์ ช่วงแรกเราจะรู้สึกกระปรี้กระเปร่า สมองแล่นดี แต่ผ่านไปแค่ชั่วโมงเดียว น้ำตาลในเลือดจะดิ่งฮวบลงอย่างรวดเร็ว สมองจะส่งสัญญาณเตือนภัยว่าเรากำลังขาดพลังงาน ส่งผลให้ฮอร์โมนความเครียดอย่างคอร์ติซอลและอะดรีนาลีนหลั่งออกมาเพื่อดึงน้ำตาลสำรอง ผลลัพธ์ที่ได้คืออาการหงุดหงิดง่าย ใจสั่น โกรธง่าย หรือที่ฝรั่งเรียกว่า Hangry (หิวจนโมโห) ซึ่งพบบ่อยมากในเด็กที่ชอบกินขนมหวานกรุบกรอบ
สารอาหารกลุ่มไหนบ้างที่เข้ามาคุมพฤติกรรมและความนึกคิดของเรา
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าสารอาหารแต่ละตัวทำงานกับพฤติกรรมอย่างไร เรามาดูตัวเด่นๆ ที่มีงานวิจัยรองรับชัดเจนกันดีกว่า
โอเมก้าสาม ตัวช่วยดับร้อนสมองและเพิ่มความนิ่ง
กรดไขมันจำเป็นอย่างโอเมก้าสามที่พบมากในปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาแซลมอน หรือปลาทูบ้านเรา มีส่วนสำคัญอย่างมากในการสร้างผนังเซลล์สมองและลดการอักเสบ คนไข้ที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว ขาดสมาธิ หรือมีภาวะสมาธิสั้น (ADHD) หลายคนพบว่ามีระดับโอเมก้าสามในเลือดต่ำ การเพิ่มปลาเข้าไปในมื้ออาหารสัปดาห์ละหลายๆ มื้อช่วยให้เด็กและผู้ใหญ่มีสมาธิและควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
วิตามินบี วัตถุดิบหลักในการผลิตพลังงานให้สมองปลอดโปร่ง
วิตามินบีรวม โดยเฉพาะบีหก บีเก้า และบีสิบสอง ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยสำคัญในการสังเคราะห์สารสื่อประสาท ทั้งโดปามีนและเซโรโทนิน หากร่างกายขาดวิตามินกลุ่มนี้ เรามักจะรู้สึกสมองล้า สมองตื้อ คิดอะไรไม่ออก หงุดหงิดง่าย และเหนื่อยเพลียเรื้อรัง ซึ่งมักเกิดจากการทานอาหารแปรรูปขัดสีจนหมดคุณค่าทางโภชนาการ
ปรับเปลี่ยนมื้ออาหารอย่างไรให้ใจเย็นและมีสมาธิขึ้น
การปรับพฤติกรรมผ่านโภชนาการไม่ใช่เรื่องยากและไม่ต้องถึงขั้นอดอาหารหรือกินคลีนจนเครียดเกินไป ลองเริ่มจากเทคนิคง่ายๆ เหล่านี้ในชีวิตประจำวัน
- เน้นอาหารไม่ขัดสี: เปลี่ยนจากข้าวขาวมาเป็นข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต เพื่อให้น้ำตาลค่อยๆ ซึมเข้าสู่กระแสเลือด ไม่พุ่งปรี๊ดแล้วดิ่งลง
- เพิ่มไขมันดี: ทานถั่ว อะโวคาโด ปลาทะเล หรือใช้น้ำมันมะกอกในการประกอบอาหาร เพื่อบำรุงระบบประสาท
- ลดน้ำตาลและอาหารแปรรูป: ลดน้ำหวาน ขนมขบเคี้ยว ที่เป็นตัวการทำลายสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้
- ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ: ภาวะขาดน้ำเพียงเล็กน้อยก็ส่งผลให้สมองล้าและหงุดหงิดง่ายขึ้นแล้ว
ท้ายที่สุดแล้ว อาหารไม่ใช่แค่เรื่องของพลังงานหรือรูปร่าง แต่คือยารักษาใจและสมองของเรา ลองสังเกตตัวเองดูครับว่า วันไหนที่เราเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ จิตใจเราจะสงบและรับมือกับความเครียดได้ดีกว่าวันซัดฟาสต์ฟู้ดอย่างแน่นอน