เรื่องน่ารู้ข้างเตียงคนไข้ ทำไมขนาดสายดูดเสมหะถึงสำคัญกว่าที่คิด
เวลาที่ดูแลคนไข้ติดเตียงหรือผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องการขับเสมหะเองไม่ได้ อุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่ต้องเจออยู่ทุกวันคือสายดูดเสมหะ หลายคนอาจคิดว่าสายแบบไหนก็คงเหมือนกัน แค่ต่อเครื่องแล้วสอดเข้าไปก็น่าจะเคลียร์ทางเดินหายใจได้แล้ว แต่ในมุมมองของหมอ นี่คือจุดที่ต้องระวังมากที่สุด เพราะถ้าเลือกสายขนาดใหญ่เกินไป ก็อาจไปขูดและทำลายเนื้อเยื่อบุด้านในจนอักเสบ มีเลือดออก แต่ถ้าเลือกเล็กเกินไป แรงดูดก็จะไม่พอที่จะดึงเสมหะเหนียวๆ ออกมาได้หมด ส่งผลให้คนไข้ยังหายใจไม่สะดวกและเสี่ยงต่อการติดเชื้อซ้ำซ้อน การเข้าใจวิธีเลือกขนาดสายที่ถูกต้องจึงเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ให้ปลอดภัยและสบายตัวที่สุด
ขนาดสายดูดเสมหะที่เหมาะกับแต่ละช่วงวัย ตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงผู้ใหญ่
หน่วยวัดขนาดของสายดูดเสมหะที่เราใช้กันในทางการแพทย์จะใช้หน่วย French (Fr) โดยหลักการง่ายๆ คือ ตัวเลขยิ่งมาก ขนาดของสายก็จะยิ่งใหญ่ตามไปด้วย การเลือกใช้จึงต้องดูตามโครงสร้างทางเดินหายใจและอายุของผู้ป่วยเป็นหลัก
เด็กทารกและเด็กเล็ก ทางเดินหายใจบอบบางต้องระวังเป็นพิเศษ
สำหรับเด็กแรกเกิดหรือเด็กเล็ก โครงสร้างทางเดินหายใจยังมีขนาดเล็กและบอบบางมากๆ ขนาดสายที่เหมาะสมจะอยู่ที่ 6 ถึง 8 French เท่านั้น หากเผลอใช้สายที่ใหญ่กว่านี้ นอกจากจะทำให้เด็กเจ็บแล้ว ยังเกิดแผลถลอกที่เยื่อบุหลอดลมได้ง่ายมาก
เด็กโตและวัยรุ่น ขนาดกลางที่กำลังพอดี
เมื่อเด็กโตขึ้น ขนาดของทางเดินหายใจจะกว้างขึ้นตามวัย ช่วงอายุนี้มักจะใช้สายดูดเสมหะขนาด 8 ถึง 10 French ซึ่งเป็นขนาดที่ช่วยระบายเสมหะได้ดีโดยไม่ไปกีดขวางทางเดินหายใจจนเด็กหายใจไม่ออกในระหว่างทำหัตถการ
ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ โครงสร้างใหญ่ขึ้นแต่ก็ต้องเลือกให้เหมาะกับท่อช่วยหายใจ
ในกลุ่มผู้ใหญ่ ขนาดมาตรฐานทั่วไปจะอยู่ที่ 10 ถึง 14 French แต่ถ้าร่างกายของผู้ป่วยมีรูปร่างใหญ่โตหรือมีเสมหะปริมาณมากและเหนียวข้นมากๆ อาจขยับไปใช้ขนาด 16 French ได้ แต่ต้องทำด้วยความระมัดระวังและใช้เวลาสอดสายให้น้อยที่สุด
ภาวะเฉพาะตัวของผู้ป่วย ปัจจัยสำคัญที่ใช้กำหนดขนาดสาย
ไม่ใช่แค่อายุอย่างเดียวที่เอามาใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินใจ ภาวะทางสุขภาพและอุปกรณ์ที่ผู้ป่วยกำลังใช้งานอยู่ก็มีผลอย่างมากต่อการเลือกขนาดสาย
ผู้ป่วยที่เจาะคอหรือใส่ท่อช่วยหายใจ
สำหรับคนไข้ที่มีท่อหายใจเทียม ไม่ว่าจะเป็นท่อเจาะคอ (Tracheostomy tube) หรือท่อหายใจทางปาก กฎเหล็กทางการแพทย์คือ เส้นผ่านศูนย์กลางของสายดูดเสมหะจะต้องไม่เกินครึ่งหนึ่งของเส้นผ่านศูนย์กลางภายในของท่อช่วยหายใจนั้นๆ เพื่อไม่ให้สายไปปิดกั้นทางเดินอากาศจนออกซิเจนในเลือดตกต่ำในระหว่างที่กำลังดูดเสมหะ
ลักษณะของเสมหะ ความเหนียวข้นมีผลต่อการเลือกสาย
ถ้าคนไข้มีเสมหะที่ใสและเหลว การใช้สายขนาดเล็กก็เพียงพอ แต่ในกรณีที่เสมหะมีความเหนียวข้นมากๆ เช่น ในผู้ป่วยโรคปอดอักเสบหรือติดเชื้อ การฝืนใช้สายขนาดเล็กเกินไปจะทำให้สายอุดตันและดูดไม่ออก สุดท้ายต้องดึงเข้าดึงออกหลายรอบจนคนไข้ระคายเคือง ในกรณีนี้อาจต้องพิจารณาเพิ่มขนาดสายให้เหมาะสมร่วมกับการพ่นยาละลายเสมหะและการจัดท่าทางร่วมด้วย
ข้อสังเกตและสัญญาณเตือนระหว่างดูดเสมหะที่บอกว่าขนาดสายอาจไม่ถูกต้อง
การดูดเสมหะแต่ละครั้ง ผู้ดูแลต้องคอยสังเกตปฏิกิริยาของคนไข้อย่างใกล้ชิด หากทำแล้วมีเลือดปนออกมากับเสมหะบ่อยครั้ง หรือคนไข้มีอาการสำลัก ไอเกร็งรุนแรง หน้าเขียวคล้ายขาดอากาศหายใจ นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าสายดูดเสมหะที่ใช้อยู่อาจจะมีขนาดใหญ่เกินไป หรือใช้แรงดันในการดูดมากจนเกินความจำเป็น ในทางกลับกัน ถ้าดูดแล้วเสมหะส่วนลึกยังคงค้างอยู่ เสียงหายใจยังมีเสมหะครืดคราดเหมือนเดิม ทั้งที่ทำถูกวิธีแล้ว อาจแปลว่าสายมีขนาดเล็กเกินไปจนดึงเสมหะหนืดๆ ออกมาไม่ได้ หากพบปัญหาเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลเพื่อประเมินปรับขนาดสายให้เหมาะสมกับสถานการณ์จริงของผู้ป่วยในขณะนั้น