ลูกน้ำMูกไหลไม่หายสักที หรือนี่ไม่ใช่แค่หวัดธรรมดา?
ช่วงนี้คุณพ่อคุณแม่หลายคนพาเจ้าตัวเล็กมาหาหมอด้วยอาการเดิมๆ คือ ลูกเป็นหวัดนานเป็นสัปดาห์ๆ น้ำมูกเขียวข้นแถมมีอาการไอตอนกลางคืนร่วมด้วย หลายคนคิดว่าลูกแค่ภูมิต้านทานต่ำ เดี๋ยวก็หายเอง แต่พอนานวันเข้าอาการกลับไม่ดีขึ้น แบบนี้ต้องเริ่มระวัง โรคไซนัสอักเสบในเด็ก กันแล้วล่ะครับ หมอเข้าใจดีว่าเวลาลูกป่วย คนเป็นพ่อเป็นแม่อ่อนใจแค่ไหน วันนี้เรามาทำความเข้าใจโรคนี้กันแบบง่ายๆ เพื่อจะได้ดูแลลูกรักได้อย่างถูกจุดครับ
ไซนัสในเด็กคืออะไร ทำไมถึงอักเสบได้ง่ายจัง?
ไซนัสคือโพรงอากาศเล็กๆ ที่อยู่ในกระโหลกศีรษะรอบๆ จมูกของเราครับ ในเด็กโตและผู้ใหญ่โพรงเหล่านี้จะพัฒนาเต็มที่แล้ว แต่รู้ไหมครับว่าเด็กเล็กๆ ก็มีไซนัสเหมือนกันนะ แม้ว่าจะยังมีขนาดเล็กอยู่ก็ตาม ปกติแล้วโพรงพวกนี้จะมีเมือกเคลือบอยู่คอยดักจับฝุ่นและเชื้อโรค แต่พอเด็กๆ เป็นหวัด เยื่อบุจมูกจะบวมไปอุดทางระบายของไซนัส ทำให้เมือกค้างอยู่ข้างในระบายไม่ออก กลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรียชั้นดี จนเกิดเป็นอาการอักเสบขึ้นมาครับ
อาการแบบไหนที่ฟันธงได้เลยว่าลูกเป็นไซนัสอักเสบ ไม่ใช่แค่หวัด?
เวลาเด็กเป็นหวัดธรรมดา อาการมักจะดีขึ้นเองภายใน 7 ถึง 10 วัน แต่วันนี้หมอมีข้อสังเกตง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่แยกแยะได้ว่า ลูกกำลังเผชิญกับ โรคไซนัสอักเสบในเด็ก อยู่หรือเปล่า:
- น้ำมูกเปลี่ยนสีและข้น: จากน้ำมูกใสๆ เริ่มกลายเป็นสีเหลืองเขียวข้น และไหลนานเกิน 10 วันโดยไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น
- ไอเรื้อรังตอนกลางคืน: เวลาเด็กนอนราบ น้ำมูกที่ข้นเหนียวจะไหลลงคอ ทำให้เกิดอาการไอสำลักหรือไอถี่ๆ ตอนดึก
- มีกลิ่นปาก: แม้จะแปรงฟันสะอาดดีแล้ว แต่เด็กจะมีกลิ่นปากแรงเนื่องจากมีหนองหรือเสมหะคั่งค้างในโพรงจมูกและลำคอ
- ปวดหัวหรือปวดหน้า: ในเด็กโตอาจจะบอกได้ว่าปวดบริเวณหน้าผาก รอบดวงตา หรือโหนกแก้ม แต่ถ้าเป็นเด็กเล็กอาจจะงอแงมากกว่าปกติเวลาก้มหน้า
- ไข้ขึ้นสูงช่วงท้าย: บางทีอาการหวัดทำท่าจะหายแล้ว แต่อยู่ดีๆ ก็กลับมามีไข้สูงขึ้นอีกรอบพร้อมน้ำมูกที่เขียวขึ้น
เมื่อไหร่ควรพาเจ้าตัวเล็กไปหาหมอทันที?
ถ้าคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นอาการเหล่านี้ร่วมด้วย อย่าเพิ่งรอดูอาการอยู่ที่บ้านนะครับ ควรรีบพามาพบแพทย์โดยด่วน:
- มีอาการบวมแดงรอบดวงตาหรือเปลือกตาบวม ซึ่งอาจแปลว่าเชื้อลามไปที่ตาแล้ว
- ปวดศีรษะรุนแรงมากจนเด็กนอนไม่หลับ
- มีไข้สูงต่อเนื่องหลายวัน
- ซึมลง ไม่ยอมกินน้ำกินอาหาร
คุณหมอรักษา โรคไซนัสอักเสบในเด็ก อย่างไรบ้าง?
เวลาพาลูกมาหาหมอที่คลินิก หมอจะตรวจดูภายในจมูกและลำคอเป็นอันดับแรกครับ ส่วนใหญ่ถ้าเป็นการอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย หมอจะพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) ซึ่งต้องทานให้ครบตามกำหนด ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาดแม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้ว นอกจากนี้ยังมีการรักษาตามอาการ เช่น การใช้น้ำเกลือล้างจมูกเพื่อช่วยชะล้างน้ำมูกเหนียวข้น การให้ยาลดบวม หรือยาลละเสมหะ เพื่อช่วยเปิดทางระบายของไซนัสให้กลับมาโล่งเหมือนเดิม
วิธีดูแลลูกรักที่บ้านเพื่อให้หายจากโรคไวขึ้น
นอกจากการทานยาตามแพทย์สั่งแล้ว การดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดที่บ้านก็สำคัญมากๆ ครับ หมอแนะนำให้ปฏิบัติดังนี้:
- ให้ลูกดื่มน้ำอุ่นมากๆ: น้ำจะช่วยละลายน้ำมูกที่เหนียวข้นให้ไหลออกมาได้ง่ายขึ้น
- ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ: เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเคลียร์น้ำมูกและเชื้อโรคออกจากโพรงจมูก
- ปรับบรรยากาศห้องนอน: ใช้เครื่องทำความชื้นในห้องนอน หรือให้ลูกสูบไอไอน้ำอุ่นๆ จะช่วยลดอาการระคายเคืองจมูกได้
- หลีกเลี่ยงควันบุหรี่และฝุ่นละออง: สิ่งเหล่านี้จะไปกระตุ้นเยื่อบุจมูกให้อักเสบและบวมมากยิ่งขึ้น
ป้องกันไม่ให้ลูกกลับมาเป็นซ้ำได้อย่างไร?
โรคนี้ถ้าเป็นแล้วก็มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้อีกครับ วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง สอนให้ลูกล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการพาไปในที่แออัดช่วงที่มีการระบาดของโรคทางเดินหายใจ และรีบรักษาอาการหวัดแต่เนิ่นๆ ก่อนที่จะลุกลามกลายเป็นไซนัสอักเสบเรื้อรังครับ